คราบโลหิตจางๆ บนเกล็ดกระดูกโบราณยังคงส่งกลิ่นอายคาวสนิมจางๆ คละคลุ้งในห้องชันสูตรที่เย็นยะเยือก ดร.อลิสาใช้ปลายคีบสแตนเลสเขี่ยร่องรอยคราบนั้นอย่างระมัดระวัง แสงไฟนีออนสีขาวนวลส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเธอจนดูราวกับรูปสลักหินอ่อนที่ไร้ความรู้สึก ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับไหววับด้วยประกายความคิดที่กำลังคำนวณความเป็นไปได้นับร้อยในหัว บรรยากาศรอบตัวเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำสแตนเลสและเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของใครอีกคนที่ยืนอยู่มุมห้อง
เรย์มอนด์ไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลยตั้งแต่การสนทนาเมื่อครู่หยุดชะงักลง เขายืนพิงกรอบหน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นความมืดมิดของสวนพฤกษศาสตร์ยามวิกาล แสงไฟสลัวจากด้านนอกขับให้เงาร่างสูงสง่าของเขาดูราวกับปีศาจจำแลงที่ก้าวออกมาจากภาพวาดเรอเนซองส์ มือเรียวยาวข้างหนึ่งยกขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกอย่างไร้เรี่ยวแรง ราวกับว่าอากาศภายในห้องนี้กำลังสูญออกซิเจนไปทีละน้อย
"คุณกำลังซ่อนอะไรไว้อีก เรย์มอนด์" เสียงหวานทุ้งติดจะเย็นชาเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น โดยที่ดวงตายังคงไม่ละไปจากชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์อายุพันปีตรงหน้า "หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชิ้นล่าสุดบอกฉันว่า รอยตัดบนกระดูกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากเครื่องมือโลหะยุคโบราณ... แต่มันคือร่องรอยของมีดผ่าตัดรุ่นปัจจุบันที่ถูกใช้ในห้องปฏิบัติการพิเศษ และรอยนิ้วมือแฝงที่ปนเปื้อนอยู่บนพื้นผิว ก็ตรงกับฐานข้อมูลลับที่คุณพยายามปิดบังมาตลอด"
เรย์มอนด์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยันเย้ยที่ส่งตรงถึงตัวเอง เขาไม่ได้หันกลับมาทันที แต่เงาร่างในกระจกเงาบานใหญ่สะท้อนให้เห็นรอยยิ้มขมขื่นที่มุมปาก
"คุณนี่ช่างน่ากลัวจริงๆ ดร.อลิสา... คุณมองทะลุผ่านชั้นดินตะกอนนับพันปี ทะลุผ่านผิวหนัง เนื้อเยื่อ และตรงดิ่งไปยังความลับที่เน่าเฟะที่สุดได้อย่างง่ายดายเสมอ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ลึกซึ้ง ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นไม่มีความเจ้าเล่ห์หรือความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความรaวดร้าวและเงาดำมืดที่พablyวไหวราวกับเปลวเทียนใกล้ดับ
อลิสาวางคีบสแตนเลสลงบนถาดโลหะ เสียงกระทบกันดัง *กริ๊ง* กังวานบาดหู เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ระยะห่างระหว่างเคนและเธอบางเบาราวกับเส้นด้ายที่ขึงตึง
"ฉันคือนักนิติวิทยาศาสตร์ หน้าที่ของฉันคือการพูดแทนคนตาย และความตายไม่เคยโกหก... แต่ดูเหมือนคุณกำลังเลือกที่จะเป็นทั้งเหยื่อและผู้สร้างคำสาปนั้นด้วยตัวเอง" อลิสาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะชันสูตรอีกก้าวหนึ่ง ดวงตาเรียวคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "ตระกูลของคุณ... ไม่ใช่แค่ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์โบราณ แต่พวกคุณคือสายเลือดที่สืบทอดพิธีกรรมนั้นมาตั้งแต่บรรพกาล ใช่ไหม?"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ราวกับกาลเวลารอบตัวหยุดหมุน เรย์มอนด์ก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาหาเธอ ระยะห่างลดลงจนอลิสาสามารถสัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นอายของกระดาษเก่า หมึกพิมพ์ และกลิ่นฝนจางๆ ที่คุ้นเคยแต่น่าหวาดหวั่น
"คุณฉลาดเกินกว่าจะเป็นแค่หมอผ่าศพธรรมดาจริงๆ..." เรย์มอนด์หยุดยืนตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ "ใช่... คุณพูดถูกครึ่งหนึ่ง"
เขายื่นมือขวาออก113 ช้าๆ ปลดนาฬิกาข้อมือราคาแพงออก แล้วเลิกแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นจนถึงข้อศอก แสงไฟสีขาวสาดส่องลงบนผิวเนื้อนวลที่ควรจะเกลี้ยงเกลา ทว่าเบื้องล่างผิวหนังสลับกับรอยแผลเป็นจางๆ ที่เรียงตัวกันเป็นลวดลายเรขาคณิตโบราณ—ลวดลายเดียวกับรอยสลักบนแผ่นศิลาในหลุมศพใต้ดินที่พวกเขาเพิ่งค้นพบ
อลิสาชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงที่ยากจะเก็บซ่อน "นั่นมัน..."
"รอยแผลที่ถูกกรีดซ้ำทุกๆ รอบเจ็ดปี ตั้งแต่วันที่ฉันลืมตาดูโลก" เรย์มอนด์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับกำลังท่องคาถาปลิดวิญญาณ "บรรพบุรุษของฉันไม่ได้แค่ขุดค้นอดีต ดร.อลิสา... พวกเขาสร้างพันธสัญญาแลกเปลี่ยนกับความตาย และเลือดในกายฉัน ก็คือเครื่องสังเวยที่ถูกจองจำไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เกิดมา"
เขาก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิดจนแผ่นหลังของอลิสาเกือบชิดติดกับขอบโต๊ะชันสูตร ปลายนี้วเรียวของเรย์มอนด์แตะลงเบาๆ ที่หลังมือของอลิสาที่กำเข้าหากันแน่น ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วของเขาส่งผ่านผิวเนื้อเข้ามาจนใจเธอสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
"คุณกลัวไหม... อลิสา" เขากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนจนชวนให้เคลิบเคลิ้มไปพร้อมกับความหวาดผวา "ผู้ชายที่คุณกำลังยืนประจันหน้าอยู่คนนี้ ไม่ใช่แค่นักวิชาการสติเฟื่อง แต่คือภาชนะที่กำลังจะแตกสลาย และคำสาปนั้น... กำลังเรียกร้องหาเหยื่อรายต่อไป"
อลิสาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานกันระหว่างสัญชาตญาณการเอาตัวรอดและความเร้าใจอันตรายที่เธอไม่เคยพบเจอจากที่ไหน ปลายจมูกของเขากลิ่นอายความตายลอยวนเวียนอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่มือของเธอกลับไม่ยอมผลักเขาออก
"ถ้าคุณคือคำสาป..." อลิสาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาสีเข้มฉายความท้าทายและความเยือกเย็นที่ไม่อาจสั่นคลอนได้ง่ายๆ "งั้นฉันนี่แหละ... จะผ่ามันออกมาดูให้เห็นกับตาว่าข้างในนั้นมีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่"
เรย์มอนด์ยิ้มรับ รอยยิ้มที่ลึกซึ้งและอันตรายที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น ก่อนที่มืออีกข้างของเขาจะเอื้อมไปหยิบมีดผ่าตัดสแตนเลสบนถาดขึ้นมาอย่างนุ่มนวล แล้ววางด้ามมีดลงบนอุ้งมือของอลิสา ช้าๆ โดยที่ปลายนิ้วของทั้งคู่กุมทับกันไว้บนคมมีดที่พร้อมจะกรีดลึกลงไปในความมืดมิด
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังดึงดูดเข้าหากันจนแทบหลอมละลาย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและรวดเร็วก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก—*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*—ตามด้วยเสียงเคาะประตูดังลั่นสามครั้งติด พร้อมกับเสียงตะโกนหวาดตื่นของเจ้าหน้าที่เวรที่ทำให้ทั้งคู่ต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว
"ดร.อลิสา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! ศพในห้องเย็นหมายเลขสี่... ร่างที่เพิ่งย้ายเข้ามาเมื่อหัวค่ำ... อยู่ๆ มันก็ลุกขึ้นนั่งเองครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปกับ "เงาจันทราลี้ลับ" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นิติเวชหญิงกับจารึกอาถรรพ์หมื่นปี•ตอนที่ 20
เงาสะท้อนในกระจก
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับจารึกอาถรรพ์หมื่นปี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!