นิติเวชหญิงกับจารึกอาถรรพ์หมื่นปี•ตอนที่ 9

เสียงกระซิบจากบรรพกาล

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นอายฟอร์มาลินและเนื้อเยื่อที่ถูกดองไว้ในโหลแก้วไม่ได้จางหายไปจากประสาทสัมผัสของ ดร. อลิสา แม้ว่านาฬิกาบนผนังห้องทำงานส่วนตัวจะล่วงเลยเข้าสู่ยามวิกาลแล้วก็ตาม สัญชาตญาณของแพทย์นิติเวชบอกเธอว่าความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่มันคือการเริ่มต้นของเรื่องราวที่ถูกซ่อนเร้น และในค่ำคืนนี้ เรื่องราวนั้นกำลังจะคืบคลานเข้ามาในห้วงนิทราของเธออย่างเงียบเชียบ เปลือกตาที่ปิดสนิทไม่ได้แปลว่าโลกภายนอกถูกตัดขาด ทว่ามันเปิดประตูต้อนรับความมืดมิดอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า อลิสาลืมตาขึ้นมาในความเวิ้งว้าง พื้นเบื้องล่างไม่ใช่กระเบื้องยางสีขาวสะอาดตาของห้องชันสูตร หากแต่เป็นศิลาแลงโบราณที่เย็นเฉียบจนไอน้ำแข็งเกาะกุมข้อเท้า เสียงหยดน้ำกระทบผิวน้ำดังสะท้อนก้องกังวานราวกับเสียงเต้นของหัวใจยักษ์ กลิ่นอายของเลือดสดๆ และควันธูปอบอวลจนแสบจมูก ในความฝัน... เธอไม่ได้ยืนอยู่ลำพัง เงาร่างนับร้อยในชุดผ้าดิบเก่าคร่ำคร่ากำลังรายล้อมแท่นหินใจกลางลานพิธี เสียงสวดมนต์พึมพำด้วยภาษาที่ตายไปแล้วดังประสานกันเป็นคลื่นความถี่ต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูกสันหลัง ทุกสายตาภายใต้เงาฮู้ดสีดำสนิทจับจ้องมาที่ร่างของเธอ—ไม่สิ... พวกเขาไม่ได้มองเธอ แต่พวกเขากำลังมองมีดสำริดในมือของใครบางคน เงาร่างสูงโปร่งที่ก้าวออกมาจากความมืดมิดนั้นคุ้นตาจนน่าใจหาย เรือนร่างสง่างามภายใต้แสงจันทร์สีเลือด แววตาคมกริบที่ซ่อนความบ้าคลั่งเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มสุภาพ เรย์มอนด์... เขากำลังถือมีดที่หยดหยาดโลหิตสีเข้ม และในวินาทีที่คมมีดนั้นกำลังจะกดลงบนอกขวาของหญิงสาวบนแท่นบูชา อลิสาก็พบว่าใบหน้านั้น... คือใบหน้าของเธอเอง "เฮือก!" อลิสาสดุ้งเฮือกขึ้นมา นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย หน้าอกกระเพื่อมไหวขึ้นลงอย่างรวดเร็วตามจังหวะการหายใจที่หอบกระชั้น มือเรียวบางสั่นเทาเล็กน้อยขณะยกขึ้นลูบหน้าอกตัวเอง ความเจ็บแปลบที่ราวกับถูกกรีดด้วยคมมีดจริงๆ ยังคงหลงเหลือความรู้สึกไว้อย่างชัดเจนบนผิวเนื้อ เธอนั่งนิ่งอยู่บนเตียงนอนท่ามกลางความมืด มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาขับเน้นเงาภายในห้องให้ดูบิดเบี้ยว อลิสาพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติสัมปชัญญะกลับคืนสู่โลกความเป็นจริง ตรรกะและเหตุผลที่เธอใช้ค้ำจุนชีวิตมาตลอดเริ่มสั่นคลอน ความฝัน... มันก็แค่ปฏิกิริยาเคมีในสมองระหว่างการนอนหลับไม่ใช่หรือ? แต่มันจะอธิบายความรู้สึกเจ็บปวดที่สมจริงจนเกินไปนี้ได้อย่างไร เสียงแจ้งเตือนข้อความบนสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงดังขึ้นทำลายความเงียบงันในยามตีสอง อลิสาขมวดคิ้วมุ่นอย่างนึกหงุดหงิด เธอเอื้อมมือไปคว้ามันขึ้นมาด้วยความระแวง หน้าจอเรืองแสงวาบเผยให้เห็นข้อความจากเบอร์แปลกปลอมที่ไร้ชื่อบันทึก *‘ความตายไม่ได้น่ากลัวเท่ากับการลืมเลือน... ฝันถึงผมบ้างไหมครับ ดร.อลิสา’* หัวใจของแพทย์สาวกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามเลียไปถึงต้นคอ ข้อความนี้ไม่ใช่แค่การคุกคาม แต่มันคือการยืนยันว่าสิ่งที่เธอเผชิญในความฝันเมื่อครู่... อาจไม่ใช่แค่จินตนาการอันฟุ้งซ่านของจิตใต้สำนึก เช้าวันถัดมา บรรยากาศภายในห้องชันสูตรตึงเครียดไม่แพ้คืนก่อน อลิสาสวมชุดกาวน์สีขาวสนิท ใบหน้าเรียบเฉยไร้เครื่องสำอางแต่กลับยิ่งขับเน้นความเยือกเย็นและน่าเกรงขาม ดวงตาสีเข้มจดจ้องผลการวิเคราะห์ชิ้นเนื้อจากศพโบราณรายล่าสุดบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างใช้ความคิด "คุณดูพักผ่อนไม่พอนะครับ ดร.อลิสา" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นอายน้ำหอมเจือจางผสมผสานกับกลิ่นอายความลึกลับที่เธอมักจะสัมผัสได้เสมอ อลิสาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร เรย์มอนด์ก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว ความกดอากาศรอบตัวคล้ายจะลดต่ำลงทันที อลิสาค่อยๆ หมุนเก้าอี้กลับไปเผชิญหน้า ดวงตาสีเทานิ่งสนิทคู่นั้นมองสำรวจชายหนุ่มราวกับจะค้นหาพิรุธ "ฉันนอนเต็มอิ่มดีค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วง... แต่ดูเหมือนว่าบางคนจะว่างงานมาก จนมีเวลาส่งข้อความก่อกวนคนอื่นในยามวิกาล" เรย์มอนด์แย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก แววตาคมกริบวับวาวด้วยประกายบางอย่างที่อันตราย "ข้อความเตือนภัยด้วยความหวังดี มักจะถูกมองเป็นการก่อกวนเสมอ... น่าเสียดายจังครับ" เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้ลมหายใจอุ่นๆ เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มของเธอ "ว่าแต่... สีหน้าคุณดูซีดเซียว เหมือนคนเพิ่งผ่านฝันร้ายมาอย่างยาวนาน... คุณฝันถึงอะไรหรือเปล่าครับ?" คำพูดของเขาราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบลำคอของเธอไว้ อลิสาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพและการควบคุมอารมณ์อันยอดเยี่ยม เธอกลับซ่อนความไหววุ่นนั้นไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็นได้อย่างแนบเนียน "ความฝันเป็นเรื่องไร้สาระทางชีววิทยาค่ะ ดร.เรย์มอนด์" อลิសาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกวาดมองเขาอย่างประเมิน "และฉันคิดว่าเราควรโฟกัสกับหลักฐานทางนิติเวชตรงหน้า มากกว่าจะมานั่งถอดรหัสความฝันเหลวไหลพวกนั้น" เรย์มอนด์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ทุ้มต่ำและชวนให้รู้สึกขนลุก "ความฝันไร้สาระงั้นหรือครับ? บางที... มันอาจจะเป็นความทรงจำของบรรพบุรุษที่ถูกฝังอยู่ในดีเอ็นเอของคุณต่างหาก... สิ่งที่คุณเคยทำ สิ่งที่คุณเคยศรัทธา... และสิ่งที่คุณเคยสังเวย" ก่อนที่อลิสาจะได้สวนกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนใดๆ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างบนหน้าจอแท็บเล็ตที่เรย์มอนด์ถือติดมือมา เอกสารภาพถ่ายรังสีส่วนตัดอาอาศ (CT Scan) ของโครงกระดูกโบราณชิ้นล่าสุดที่เพิ่งขุดค้นพบ แสดงให้เห็นรอยร้าวลึกบริเวณกะโหลกศีรษะ—รอยร้าวที่มีลักษณะเฉพาะตัว รูปทรงเรขาคณิตที่สลักลึกลงไปในเนื้อกระดูก ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกันกับรอยแผลเป็นในฝันร้ายของเธอไม่มีผิดเพี้ยน! อลิสาชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก มือที่วางอยู่บนโต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน เรย์มอนด์สังเกตเห็นปฏิกิริยานั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเขายิ่งลึกขึ้น ราวกับพรานล่าสัตว์ที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้าสู่กับดักที่วางไว้ด้วยความเต็มใจ เขายื่นแท็บเล็ตเครื่องนั้นมาตรงหน้าเธอ ช้าๆ และจงใจ "ดูเหมือนว่า... รอยแผลนี้จะรอคอยการกลับมาเปิดเผยความจริงจากคุณคนเดียวนะครับ ดร.อลิสา... หรือบางที คุณอาจจะจำได้แล้วว่าทำไม... คุณถึงต้องฝันถึงมัน" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ **เงาจันทราลี้ลับ**
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับจารึกอาถรรพ์หมื่นปี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%