นิติเวชหญิงกับจารึกอาถรรพ์หมื่นปี•ตอนที่ 8

หลักฐานที่หายไป

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
ความหนาแน่นของอากาศในห้องชันสูตรพลิกผันราวกับถูกสูบออกจนหมดสิ้น กลิ่นอายของกำยานโบราณที่ฉุนกึกจนแสบจมูกตีแผ่ความจริงอันบิดเบี้ยวตรงหน้า — ร่างที่ควรจะนอนสงบนิ่งอยู่หลังตู้กระจกนิรภัยในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ บัดนี้กำลังยืนขวางทางออกสุดท้ายของห้องผ่าศพด้วยท่วงทีสง่างามราวกับภูตผีที่ลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรม ดร.อลิสา ไม่ได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสเตอไรด์ยังคงกำเครื่องมือแพทย์แน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เธอกวาดสายตาคมกริบประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วภายใต้สภาวะอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน ร่างตรงหน้าไม่ใช่ภาพหลอน หากเป็นเนื้อหนังมังสาที่อาบไล้ด้วยคราบน้ำยาฟอร์มาลินเจือจาง และรอยกรีดผ่าศพตามแนวตะเข็บ анатоми ที่เธอกับมือเป็นคนลงเข็มเย็บปิดไปด้วยตัวเองเมื่อสามวันก่อน "คุณมาช้าไปนิดนะคะ... ดร.อลิสา" เสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกลากผ่านผิวไม้ดังขึ้น ร่างนั้นเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาที่ควรจะขุ่นมัวเพราะกระบวนการย่อยสลายกลับพราวระยับด้วยประกายชีวิตที่ผิดมนุษย์มนา ในจังหวะเสี้ยววินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด ประตูเหล็กกล้าด้านหลังห้องก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง เรย์มอนด์ก้าวพรวดเข้ามาในห้องพร้อมกับลมหายใจที่หอบกระชั้นเล็กน้อย แววตาสีเทาเข้มของเขาเบิกกว้างขึ้นเมื่อกวาดตามองสถานการณ์ตรงหน้า ก่อนที่ความตกใจจะแปรเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ เขารemove ตัวเองเข้ามาขวางกึ่งกลางระหว่างอลิสากับร่างปริศนานั้นทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ขยับตัว "ถอยไป เรย์มอนด์" อลิสากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด เธอก้าวขึ้นมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา แม้ในใจจะรู้ดีว่าอุดมการณ์ของพวกเขากำลังยืนอยู่คนละฟากฝั่งของเหรียญ "นี่คือหลักฐานในคดีฆาตกรรมภายใต้ความรับผิดชอบของฉัน" "หลักฐานที่คุณกำลังพูดถึง... กำลังเดินหนีหายไปจากห้องเก็บศพที่มีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นที่สุดของสถาบันนิติเวชต่างหากล่ะครับ— เอ่อ หมายถึง... ฉันหมายความว่า มันน่าสนใจเกินกว่าที่คุณจะใช้มีดผ่าตัดจัดการนะคะ ดร.อลิสา" เรย์มอนด์แก้คำพูดตัวเองอย่างรวดเร็วเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงคุ้นเคย ดวงตาคมกริบของเขาหันไปจ้องมองร่างตรงหน้าด้วยความสนใจใคร่รู้ราวกับนักล่าที่เจอชิ้นงานหายาก ทว่า เมื่อทั้งคู่หันกลับมามองอีกครั้ง พื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้ากลับว่างเปล่า... เหลือเพียงควันสีขาวจางๆ ของกำยานที่ลอยวนอยู่บนพื้นกระเบื้องเคลือบสีขาว และหยดน้ำยาฟอร์มาลินที่ยังคงหยãดติ๋งลงมาจากเพดาน ร่างนั้นหายตัวไปแล้ว... ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงตั้งแต่แรก "มันคือภาพลวงตาทางจิตวิทยา หรือการจัดฉากที่แยบยลที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา" อลิสาพ่นลมหายใจออกยาวเหยียด เธอถอดถุงมือยางออกด้วยความหงุดหงิดที่ถูกความจริงทางวิทยาศาสตร์ท้าทาย เธอก้าวฉับๆ ไปยังแท่นวางศพที่ว่างเปล่า ผ้าปูเตียงสเตนเลสยังคงยับย่น ร่องรอยของความเย็นยะเยือกยังคงหลงเหลืออยู่บนโลหะ "ความเชื่อโบราณมักทรงพลังกว่าตรรกะเสมอ เมื่อมนุษย์เราปฏิเสธที่จะยอมรับความตาย" เรย์มอนด์เดินตามเข้ามาใกล้ กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นไม้จันทน์ของเขาลอยเข้ามาปะปนกับอากาศในห้อง ทำให้หัวใจของนิติเวชสาวกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย เขาโน้มตัวลงสำรวจรอยเปื้อนบนพื้น "ดูนี่สิ... ไม่ใช่รอยน้ำยาฟอร์มาลิน แต่มันคือยางไม้จากต้นไม้อันศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ทำมัมมี่ในอารามโบราณ" อลิสาชะงัก เธอย่อตัวลงมองรอยคราบนั้นใกล้ๆ นิ้วมือเรียวยาวแตะสัมผัสคราบสีน้ำตาลเข้มอย่างพินิจพิเคราะห์ "แปลว่ามีคนใน... หรือคนที่รู้โครงสร้างตึกนี้ดีกว่าระบบรักษาความปลอดภัย ช่วยพวกมันขนย้ายศพออกไปทางช่องระบายอากาศใต้ดิน" "หรืออาจจะมีคนตั้งใจ 'ขโมย' มันไปเพื่อปกปิดความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้รอยแผลผ่าตัดครั้งที่สอง" เรย์มอนด์กระซิบกระซาบข้างหูเธอ เสียงทุ้มต่ำนั้นแนบชิดจนไอร้อนจากร่างกายของเขาสัมผัสได้ถึงผิวแก้มของเธอ อลิสาหันขวับกลับไปหมายจะต่อว่า แต่ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินไปทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่แค่ลำคอ แววตาคู่คมของชายหนุ่มสะท้อนเงาของเธอไว้อย่างชัดเจน—ลึกซึ้ง อันตราย และเต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่ปฏิเสธไม่ได้ "ถอยไป เรย์มอนด์ คุณกำลังล้ำเส้นการปฏิบัติงานของฉัน" เธอย้ำเสียงแข็ง พยายามดึงสمانุภาพทางจิตใจกลับมาควบคุมสถานการณ์ "ผมแค่กำลังช่วยคุณต่อจิ๊กซอว์ที่กระจัดกระจายต่างหากล่ะครับ" เรย์มอนด์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นเลยแม้แต่น้อย เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูงก่อนจะก้าวเดินไปที่มุมอับของห้อง ซึ่งเป็นจุดที่กล้องวงจรปิดถูกพ่นทับด้วยสเปรย์สีดำ "และผมคิดว่า... เราเพิ่งเจอจุดเริ่มต้นของคำตอบแล้ว" อลิสาขมวดคิ้วเดินตามไป เธอมองตามปลายนิ้วมือของเขาที่ชี้ไปยังรอยขูดขีดบนผนังปูน ใต้คราบสีสเปรย์นั้น มีตัวอักษรโบราณขนาดเล็กถูกสลักฝังลึกลงไปในเนื้อปูน ซึ่งเป็นอักษรตระกูลเดียวกับรอยจารึกบนศพที่หายไป... และที่สำคัญที่สุดคือ รอยจารนั้นเพิ่งถูกสลักขึ้นสดๆ ร้อนๆ ขณะที่พวกเขากำลังยืนถกเถียงกันเมื่อครู่! "นี่มัน... สัญญะระบุพิกัด" อลิสากล่าวพึมพำด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ทั้งสองจะได้วิเคราะห์สัญญะปริศนานั้น เสียงเตือนภัยจากระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายในห้องควบคุมชั้นใต้ดินก็ดังขึ้นกsìdลั่น ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสลับดับวาบไปทั่วตึกนิติเวช พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนนับไม่ถ้วนที่กำลังวิ่งกรูขึ้นมาจากบันไดหนีไฟด้านนอก ราวกับพวกเขากำลังถูกต้อนให้จนมุมในเขาวงกตที่ถูกสร้างขึ้นอย่างจงใจ เรย์มอนด์คว้าข้อแขนเรียวของอลิสากระชากเข้ามาหลบหลังเสาต้นใหญ่ในเสี้ยววินาที ก่อนที่บานประตูห้องชันสูตรจะถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยแรงมหาศาล และแสงไฟฉายแรงสูงนับสิบดวงก็สาดส่องเข้ามาภายในห้องความมืดมิด ทว่า สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังกลุ่มคนที่บุกรุกเข้ามาใหม่ กลับไม่ใช่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถาบัน... แต่เป็นร่างของชายชราในชุดกราวน์เปื้อนเลือดคนเดิม ที่ควักบางสิ่งออกจากกระเป๋าเสื้อกาวน์แล้วโยนมันตกลงแทบเท้าของอลิสา *ตุบ...* แสงไฟสีแดงสาดส่องกระทบวัตถุสีขาวขุ่นที่กลิ้งหลุดออกมาจากห่อผ้าป่าน... มันคือกะโหลกศีรษะมนุษย์ที่ยังมีชิ้นเนื้อสดๆ ติดอยู่ และที่หน้าผากนั้น ถูกตอกฝังด้วยตะปูสำริดโบราณสลักคำสาปแช่ง ซึ่งมีชื่อเต็มของ "ดร.อลิสา" สลักไว้ด้วยลายมือของเธอเอง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับจารึกอาถรรพ์หมื่นปี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%