นิติเวชหญิงกับจารึกอาถรรพ์หมื่นปี•ตอนที่ 10

ความลับในชั้นใต้ดิน

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและฝุ่นผงโบราณที่อัดแน่นมานานนับพันปี ไม่ได้ทำให้สัญชาตญาณนักนิติเวชของฉันสั่นคลอนได้เท่ากับแผ่นหลังกว้างที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าในความมืดมิด “ระวังรองเท้าส้นสูงของคุณหน่อยก็ดีนะคะ ดร.อลิสา... พื้นที่ตรงนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ผู้หญิงสายตรรกะอย่างคุณเดินเหินได้สะดวกนักหรอก” น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเย้าหยวนลอยล่องมาจากเงามืด เรย์มอนด์ไม่ได้หันกลับมามอง ทว่าท่าทีผ่อนคลายในบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออกนั้น กลับยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความเหนือกว่าที่เขาถือครองอยู่ ฉันปรายตามองรอยแยกของบานประตูเหล็กกล้าหนาเตอะที่เพิ่งถูกเปิดออกด้วยกลไกฟันเฟืองโบราณ มันซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือซ้อนเลื่อนของห้องทำงานใต้ดินในคฤหาสน์ตระกูลเก่าแก่ที่เขาใช้เป็นสถานที่เก็บกวาดหลักฐาน ความชื้นและกลิ่นสาปของกาลเวลาพวยพุ่งปะทะจมูกทันทีที่อากาศภายนอกไหลรินเข้าไปผสมผสาน แสงไฟจากฉุกเฉินสีส้มสลัวสาดส่องกระทบเข้ากับโครงสร้างภายใน เผยให้เห็นสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดไปชั่วขณะ นั่นไม่ใช่ห้องเก็บของธรรมดา... แต่มันคือสุสานจัดแสดงวัตถุโบราณที่อาบไล้ด้วยความวิกลจริต “คุณพาฉันมาที่นี่เพื่อดูงานอดิเรกอันน่ารังเกียจ หรือเพื่อตอกย้ำว่าคุณก้าวนำหน้าฉันไปสามก้าวเสมอคะ เรย์มอนด์” ฉันเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาความนิ่งงันของชีพจรที่เต้นเร็วกว่าปกติเอาไว้ภายใต้เสื้อคลุมกราวน์สีขาว เรย์มอนด์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและบาดลึก เขาก้าวช้าๆ ถอยหลังจนแผ่นหลังเกือบชนเข้ากับไหล่ของฉัน ระยะห่างที่ถูกย่นย่อลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตรทำให้ฉันได้กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นหอมเย็นของไม้จันทน์ผสมกับกลิ่นโลหะจางๆ ที่คุ้นเคยจากห้องชันสูตร เขายื่นมือเรียวยาวออกไปแตะแผ่นศิลาโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางห้อง มันคือแผ่นจารึกหินชนวนสีดำสนิท สลักลวดลายอักษรลิ่มโบราณที่แผ่รังสีความกดดันออกมาอย่างประหลาด รอบฐานของแท่นศิลานั้นรายล้อมไปด้วยเครื่องกระเบื้องเคลือบ โครงกระดูกมนุษย์ที่จัดแต่งท่าทางอย่างบิดเบี้ยว และภาชนะสำริดที่ยังมีคราบสีน้ำตาลเข้มแห้งกรังติดอยู่—คราบเลือดที่ผ่านกาลเวลามานับพันปี “งานอดิเรกหรือคะ? น่าเสียดายที่คุณมองโลกแคบเกินไปหน่อย ดร.อลิสา” เขาก้มตัวลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนั้นพร่าพร่าจนชวนให้ขนลุกชัน “สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณ... คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่พิสูจน์ว่า คดีฆาตกรรมที่คุณกำลังผ่าศพหาความจริงอยู่นั้น ไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์ปัจจุบัน แต่เป็นพิธีกรรม ‘บูชายانيรัตติกาล’ ที่สูญหายไปตั้งแต่ยุคอาณาจักรโบราณล่มสลายต่างหาก” ฉันหันขวับไปปะทะสายตากับเขา แววตาสีเทาเข้มคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความคลั่งไคล้ที่ถูกปิดบังไว้ไม่มิด มันคือความหลงใหลในความตายที่น่ากลัวที่สุด—ความตายที่มีความงามในเชิงสุนทรียศาสตร์แห่งความเจ็บปวด “คุณกำลังบอกว่า ฆาตกรที่ควักหัวใจเหยื่อด้วยมีดสลักลายโบราณเมื่อสัปดาห์ก่อน คือผู้ที่กำลังสืบทอดพิธีกรรมบ้าๆ นี่งั้นเหรอ?” ฉันถามเสียงเฉียบขาด พยายามดึงสติกลับมาที่ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ แม้ว่าภาพตรงหน้าจะเริ่มสั่นคลอนตรรกะในหัวใจทีละน้อย เรย์มอนด์ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับและความท้าทาย เขาสืบเท้าเข้าหาฉันอีกก้าว จนฉันต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางวัตถุโบราณด้านหลังโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกของเราห่างกันเพียงแค่คืบ แววตาของเขาไม่ได้มองที่ดวงตาของฉัน แต่มันกวาดมองไปที่ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปยังร่องรอยความอ่อนล้าใต้ดวงตาที่เกิดจากการอดนอนติดต่อกันหลายคืนของฉัน “คุณกำลังเหนื่อยล้า ดร.อลิสา... และความดื้อรั้นของคุณกำลังพาตัวเองเดินเข้ามาสู่รัศมีของคำสาปที่แม้แต่ตัวคุณเองก็ไม่มีวันแก้ได้” นิ้วเรียวเย็นเฉียบของเขายื่นมาแตะที่ปลายผมสั้นที่หลุดรุ่ยข้างแก้มฉันอย่างถือวิสาสะ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก แต่มันกลับแผดเผาผิวเนื้อจนฉันต้องกลั้นหายใจ “คุณอยากรู้ความจริงเรื่องการตายของพ่อแม่คุณใช่ไหมล่ะ? ความจริงที่ถูกฝังกลบไว้ในรายงานชันสูตรปลอมๆ ชุดนั้น... มันถูกบันทึกเอาไว้ในห้องนี้แหละ” หัวใจของฉันกระตุกวูบ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูตอกโลงศพ ข้อมูลเรื่องการตายของครอบครัวในอดีตคือปมมืดที่ฉันพยายามปิดตายมาตลอดหลายปี แต่ผู้ชายคนนี้... เขากลับหยิบมันขึ้นมาขู่ฉันราวกับมันเป็นเพียงเรื่องตลกไร้สาระ ก่อนที่ฉันจะได้สวนกลับด้วยคำพูดเชือดเฉือนใดๆ สายตาของฉันก็บังเอิญเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่มุมอับของชั้นใต้ดิน ท่าמกลางแสงไฟสีส้มสลัว แผ่นจารึกหินโบราณแผ่นสุดท้ายที่ตั้งอยู่แยกเดี่ยวบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า กลับมีรอยขูดขีดใหม่เอี่ยม—รอยมีดสลักที่เพิ่งถูกกรีดลงไปสดๆ ร้อนๆ และของเหลวสีแดงเข้มข้นที่ยังคงหยดติ๋งลงสู่พื้นหินทีละหยด... ทีละหยด ที่นี่ไม่ได้มีแค่เราสองคน... และใครอีกคนเพิ่งจะเดินออกไปจากห้องนี้ก่อนที่เราจะก้าวเข้ามาไม่กี่วินาทีนี้เอง เรย์มอนด์ชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเลือนหายไปในพริบตา แววตาที่เคยพราวระยับด้วยความเย่อหยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นความคมกริบดั่งใบมีด เขาคว้าข้อมือฉันไว้แน่นด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า แล้วดึงร่างฉันเข้าไปชิดอกแกร่งในความมืด พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์ลับเบื้องลึก—เสียงที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาเราด้วยจังหวะที่เยือกเย็นและกระหายเลือด ขอบคุณที่ติดตามความมืดมิดในบทนี้ร่วมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับจารึกอาถรรพ์หมื่นปี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%