กลิ่นฟอร์มาลินจางๆ และไอเย็นเยือกจากห้องผ่าศพใต้ดินไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดเท่ากับเงาสะท้อนของเรย์มอนด์ ที่กำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูเหล็กกล้า แววตาคมกริบสีเทาเข้มภายใต้แสงไฟนีออนสีนวลคู่นั้นจ้องมองฉันราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังรอจังหวะตะครุบเหยื่อ
"คุณกำลังใช้ตรรกะอันคับแคบของโลกสมัยใหม่มาตัดสินความจริงที่เก่าแก่กว่าประวัติศาสตร์มนุษยชาติถึงสามพันปีนะคะ ดốcเตอร์อลิสา"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงรอยเย้ยหยันหยัดขึ้นในความเงียบ ฉันไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากบันทึกการชันสูตรบนโต๊ะสแตนเลส ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงยังคงจรดลงบนกระดาษอย่างมั่นคง แม้ว่าปลายนิ้วจะเย็นเฉียบด้วยความโกรธที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในอกก็ตาม
"ความจริงในทางนิติเวชศาสตร์ไม่มีเรื่องของปาฏิหาริย์หรือคำสาปค่ะคุณเรย์มอนด์ มีเพียงรอยแผล รอยช้ำ และสารพิษที่ทิ้งหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เอาไว้เสมอ" ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เยือกเย็น และเฉียบคมไม่แพ้กัน
"วิทยาศาสตร์งั้นหรือ?" เรย์มอนด์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นสะท้อนในอกจนฉันรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดประหลาดที่น่ารำคาญใจ เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว รองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นกระเบื้องเกิดเสียงก้องกังวาน "คุณอธิบายรอยสลักรูปงูพันรอบกระดูกสันหลังของศพศาลานั้นด้วยวิทยาศาสตร์ข้อไหนล่ะ รอยมีดกรีดลงไปขณะที่หัวใจยังเต้นอยู่ แต่ไม่มีหยดเลือดแม้แต่หยดเดียวไหลออกมา... คุณจะบอกว่ามันคือความผิดปกติทางชีววิทยาอย่างนั้นหรือคะ คนสวย?"
ฉันวางปากกาลงช้าๆ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยไม่หลบเลี่ยง ระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นอายไม้จันทน์หอมจากตัวเขาปะปนกับกลิ่นอายความตายในห้องนี้อย่างประหลาด
"มันคือการใช้สารเคมีโบราณเพื่อทำให้เส้นเลือดหดตัวอย่างฉับพลันก่อนเสียชีวิตต่างหากค่ะ ฉันกำลังรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันสารประกอบนั้น และเมื่อผลออก คุณจะไม่มีข้ออ้างเรื่องคำสาปหรือพิธีกรรมบ้าบออะไรนั่นอีก"
เรย์มอนด์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มลึกลับอยู่เสมอกลับจริงจังขึ้นมาอย่างน่ากลัว แววตาคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ฉันราวกับกำลังอ่านหนังสือที่เขาแต่งขึ้นเอง "คุณช่างดื้อรั้นเสียจริง ดร.อลิสา... คุณกลัวอะไรกันแน่? กลัวว่าความรู้ทั้งหมดที่คุณร่ำเรียนมาตลอดชีวิต จะพังทลายลงเมื่อพบว่าโลกใบนี้ยังมีสิ่งที่เราไม่สามารถอธิบายได้ด้วยเครื่องมือแพทย์?"
"ฉันกลัวอย่างเดียวคือการที่หลักฐานทางคดีถูกบิดเบือนด้วยความงมงายของคนที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่ากฎหมายต่างหากค่ะ!" ฉันตอกกลับ เสียงสะท้อนก้องไปทั่วห้องชันสูตร ความโกรธปะทุขึ้นจนหน้าผากตึงเครียด
เขายิ้มรับคำพูดนั้น รอยยิ้มที่ไม่ได้โกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งลุ่มลึกและท้าทาย จนฉันเกือบจะเผลอกำหมัดแน่น "ความงมงายหรือคะ? บางที... สิ่งที่คุณเรียกว่าความงมงาย อาจจะเป็นกุญแจดอกเดียวที่จะไขปริศนาการตายของครอบครัวคุณเมื่อสิบปีก่อนก็ได้นะ"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้อง อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที ดวงตาของฉันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจ ความทรงจำที่ถูกฝังกลบไว้ภายใต้กองเอกสารและคราบเลือดผุดวาบขึ้นมาในหัว ข้อความในแฟ้มคดีเก่าที่ปิดตาย... ร่างไร้วิญญาณของพ่อแม่ที่ถูกจัดแต่งในท่าน่ากลัว... และรอยสลักแปลกประหลาดที่ตำรวจสมัยนั้นมองข้ามไป
"คุณ... รู้ได้อย่างไร?" น้ำเสียงของฉันสั่นพร่าไปชั่วเสี้ยววินาที แม้จะพยายามควบคุมมันอย่างดีที่สุด
เรย์มอนด์ยื่นมือหนาออกมา ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาแตะลงบนเบาๆ ที่ขอบโต๊ะสแตนเลสใกล้กับมือฉัน ความใกล้ชิดนี้ทำให้ลมหายใจของเราแทบจะประสานกัน เขาก้มกระซิบข้างหู น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เยือกเย็นจนสันหลังวาบ
"เพราะรอยสลักบนศพคดีนี้... เป็นฝีมือของคนตระกูลเดียวกับที่ฝังรอยแผลไว้ในใจคุณยังไงล่ะคะ"
ก่อนที่ฉันจะได้สวนกลับด้วยคำถามใดๆ เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของสถาบันนิติเวชก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟสีแดงกะพริบวับวาบสาดส่องไปทั่วห้องมืดทึบ หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานที่เชื่อมต่อกับระบบเก็บรักษาหลักฐานทางคดีดับวูบลงพร้อมกัน และก่อนที่ฉันจะทันตั้งตัว เรย์มอนด์ก็คว้าข้อมือฉันไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบที่กำลังวิ่งตรงมายังห้องชันสูตรใต้ดินแห่งนี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปกับ "เงาจันทราลี้ลับ" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นิติเวชหญิงกับจารึกอาถรรพ์หมื่นปี•ตอนที่ 16
เมื่อความจริงปะทะความหลงใหล
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับจารึกอาถรรพ์หมื่นปี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!