"จดหมายเตือนจากคณะกรรมการปฏิวัติประจำคอมมูน... สั่งให้ยุติการแจกจ่ายสมุนไพรพื้นบ้านทันที พร้อมทั้งให้ตรวจสอบที่มาของหยกชิ้นนี้ ข้อหาฟุ้งเฟ้อและฝ่าฝืนนโยบายพรรค!"
เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกเสียงดังสนั่นห้องโถงแคบๆ ของสถานีอนามัยประจำหมู่บ้าน ใบหน้าของกัวเจิ้งฮุ่ย หัวหน้าหน่วยยุวชนแดงประจำคอมมูนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาเล็กตี่จ้องมองไปยังร่างระหงที่นั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงานอย่างเอาเป็นเอาตาย ในมือของเขาชูแผ่นกระดาษประกาศสีแดงฉานที่มีตราประทับหมึกสีชาดหยาบๆ
ไป๋จินซูไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองแผ่นกระดาษใบนั้น ปลายนิ้วเรียวดุจลำหยกขาวของนางยังคงบรรจงคีบก้านรากโสมตังกุยตากแห้งลงบนเครื่องชั่งทองเหลืองขนาดเล็ก น้ำหนักของตัวยาแต่ละมาตราส่วนแม่นยำราوกับจับวาง ท่าทีที่สุขุมเยือกเย็นราวกับไม่รับรู้ถึงภัยคุกคามตรงหน้า ยิ่งทำให้กัวเจิ้งฮุ่ยเดือดดาลจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
"ไป๋จินซู! เจ้าหูหนวกหรืออย่างไร? ข้ากำลังพูดถึงความผิดฐานเผยแพร่แนวคิดศักดินาตกค้าง!" กัวเจิ้งฮุ่ยถล่มเสียงคำราม พร้อมก้าวเท้าพรวดพราดเข้าไปหมายจะปัดกวาดตำรายาโบราณบนโต๊ะให้ร่วงหล่นลงพื้น
ทว่า—
ก่อนที่ปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาจะทันได้สัมผัสขอบโต๊ะไม้ ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสีเขียวขี้ม้าเข้มกระดุมทองเหลืองขัดเงับวับก็ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างคนทั้งสองอย่างเงียบเชียบ ปราศจากเสียงฝีเท้า ราวกับภูตพรายที่เคลื่อนไหวท่ามกลางสายหมอก
ลู่ถิงเฉินยืนนิ่งสนิท ไหล่กว้างหนั่นแน่นแผ่บรรยากาศกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมาโดยไม่ต้องเปล่งเสียง ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวแห่งที่ราบสูงมองต่ำลงมายังหัวหน้ายุวชนแดงด้วยแววตาเรียบเฉย เยียบเย็น และดุร้ายราวกับสัตว์ป่ากำลังมองเหยื่อที่หลงเข้ามาในอาณาเขต
"ผู้กองลู่... นี่ท่าน..." กัวเจิ้งฮุ่ยชะงักกึก กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอโดยไม่รู้ตัว แรงกดดันระดับทหารอาชีพที่ผ่านสมรภูมิชายแดนมาโชกโชน ทำให้แข้งขาของชายหนุ่มผู้กร่างในหมู่บ้านพาลอ่อนยวบลงถนัดตา
"เอกสารฉบับนั้น... มีตราประทับอนุมัติจากส่วนกลางหรือยัง?" น้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และราบเรียบเอ่ยขึ้น ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ทว่ากลับทรงพลังจนกัวเจิ้งฮุ่ยต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ
"อะ... ยัง... แต่หน่วยงานของเรามีอำนาจตรวจสอบตามมติที่ประชุม..."
"ยังไม่มี?" ลู่ถิงเฉินทวนคำ น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกวาดมองแผ่นกระดาษในมืออีกฝ่ายอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ "เอกสารไม่มีเลขทะเบียน ไม่มีลายเซ็นรับรองจากกองบัญชาการทหารประจำอำเภอ มีเพียงกระดาษแผ่นเดียวกับน้ำหมึกห่วยๆ เจ้ากล้าดียังไงถึงกล้าใช้คำว่า 'คำสั่ง' มาข่มขู่บุคลากรทางการแพทย์ที่กองกำลังรักษาความมั่นคงรับ องครักษ์พิทักษ์อยู่?"
คำพูดของลู่ถิงเฉินทำให้บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบลงทันที
ไป๋จินซูเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตากลมโตคู่สวยทอดมองแผ่นหลังกว้างของนายทหารหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง นางย่อมรู้ดีว่าตามโครงสร้างอำนาจในยุคเจ็ดสิบนี้ กองกำลังทหารมีอำนาจเด็ดขาดเหนือกลุ่มยุวชนแดงหัวรุนแรงอยู่แล้ว ทว่าการที่ลู่ถิงเฉินเลือกที่จะก้าวออกมาออกหน้าปกป้องนางอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ ย่อมหมายถึงการประกาศสงครามทางอ้อมกับเครือข่ายอำนาจท้องถิ่นที่หนุนหลังกัวเจิ้งฮุ่ยอยู่เบื้องหลัง
"ผู้กอง... แต่ว่านังนี่มันใช้วิถีทางแพทย์แผนโบราณ รักษาชาวบ้านด้วยวิธีงมงาย..." กัวเจิ้งฮุ่ยยังคงดึงดัน เสียงเริ่มสั่นพร่าด้วยความหวาดกลัวแต่ก็ยังไม่ยอมเสียหน้า
"วิธีงมงายที่ว่า... สามารถรักษาอาการไข้รากสาดของเด็กหญิงตงตงเมื่อสามวันก่อนหายเป็นปลิดทิ้งภายในคืนเดียว หรือเจ้าจะบอกว่าผลงานการรักษาของหน่วยแพทย์ทหารสนามที่ข้าส่งมารับรองความปลอดภัย เป็นเรื่องงมงายด้วย?" ลู่ถิงเฉินหันขวับมามอง ปรปรัศนีตัวสั่นเทาด้วยรัศมีอำนาจที่กดทับลงมาอย่างหนักหน่วง
กัวเจิ้งฮุ่ยอ้าปากค้าง พูดไม่ออก ได้แต่กําหมัดแน่นด้วยความแค้นเคือง ดวงตาแดงก่ำด้วยความอัปยศอดสู "ฝากไว้ก่อนเถอะ... พรรคพวกของข้าจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไว้แน่!" เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วสาวเท้าวิ่งหนีหายออกไปจากสถานีอนามัยอย่างลนลาน
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องโถงอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรจีนที่อบอวลอยู่ในบรรยากาศ
ลู่ถิงเฉินถอนหายใจยาวเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาว ร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานของนาง ดวงตาคมกริบที่เคยดุดันเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นอ่อนแสงลงวูบหนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตานิ่งสงบของไป๋จินซู
"เจ้าประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป" ลู่ถิงเฉินเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย ทว่ายังคงไว้ซึ่งความดุ ดั่งพี่ชายตักเตือนน้องสาว "กัวเจิ้งฮุ่ยมีลุงเป็นรองเลขาธิการพรรคประจำอำเภอ ถึงข้าจะสกัดกั้นในตอนนี้ได้ แต่พวกมันย่อมหาทางเล่นงานเจ้าในทางอื่นอีก"
ไป๋จินซูวางพู่กันในมือลงอย่างประณีต นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก ราวกับดอกเหมยแย้มบานท่ามกลางเหมันต์ฤดู รอยยิ้มนั้นงดงามจนนายทหารหนุ่มผู้ผ่านศึกมาโชกโชนถึงกับชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"ท่านผู้กองคิดว่า... ข้าเป็นสตรีอ่อนแอที่รอให้ผู้อื่นมาปกป้องเพียงฝ่ายเดียวหรือคะ?" น้ำเสียงหวานใสกังวานเอ่ยถามอย่างใจเย็น แววตาฉลาดเฉลียวฉายประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในคืนเดือนแรม
ลู่ถิงเฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ข้าเห็นเพียงสตรีผู้หนึ่งที่กำลังจัดยาให้อาม้าเฒ่าบ้านท้ายหมู่บ้าน โดยไม่สนว่าจะมีสุนัขบ้าตัวไหนมากัดขวางทาง"
"ท่านพูดถูกครึ่งหนึ่ง..." ไป๋จินซูลุกขึ้นยืนช้าๆ ทรวดทรงระหงภายใต้เสื้อผ้าฝ้ายเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านดูสง่างามราวกับองค์หญิงหลุดออกมาจากภาพวาดโบราณ นางเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้เขา กลิ่นหอมสะอาดเจือจางของสมุนไพรตังกุยและชะเอมเทศลอยกรุ่นเข้าจมูกของชายหนุ่ม ทำเอาสติสัมปชัญญะของลู่ถิงเฉินพร่าเลือนไปชั่วขณะ
"ข้าไม่ได้ไม่สนว่าใครจะมากัด... แต่ข้ากำลังรอให้สุนัขบ้าตัวนั้น วิ่งไปคาบข่าวรายงานเจ้านายตัวใหญ่ของมันต่างหาก" ไป๋จินซูกระซิบแผ่วเบา ทว่าประโยคกลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง
ลู่ถิงเฉินเบิกตากว้างเล็กน้อย สมองอันชาญฉลาดของนายทหารระดับสูงเชื่อมโยงเหตุการณ์ทันที "เจ้าจงใจ... ยั่วให้พวกมันใช้มาตรการรุนแรง เพื่อให้ข้ามีเหตุผลชอบธรรมในการเข้าควบคุมพื้นที่และตรวจสอบบัญชีลับของพวกมันทั้งหมดตั้งแต่รากโคน?"
"ฉลาดมากค่ะ... ท่านผู้กอง" ไป๋จินซูแย้มยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด ดวงตาทอประกายล้ำลึก "การตัดหัวหางเครื่องมือง물ไม่ทำให้งูใหญ่ตายหรอกค่ะ มีแต่ต้องลากมันออกมากลางแสงแดด แล้วเหยียบหัวใจของมันให้แหลกคาเท้าทีเดียวต่างหาก ถึงจะเรียกว่าถอนรากถอนโคนอย่างแท้จริง"
คำพูดที่เฉียบขาด เด็ดเดี่ยว และมองการณ์ไกลเกินกว่าสตรีชาวบ้านทั่วไปจะคิดได้ ทำให้ลู่ถิงเฉินนิ่งงันไปเนิ่นนาน เขาจ้องมองใบหน้างดงามล่มเมืองที่เปี่ยมไปด้วยสติปัญญาและเล่ห์เหลี่ยมชั้นยอดนี้ หัวใจที่เคยด้านชาและแข็งกระด้างดั่งหินผา กลับรู้สึกถึงความสั่นไหวอย่างรุนแรงที่ไม่อาจควบคุม
สตรีผู้นี้... ไม่ใช่แค่นกน้อยที่หลงทางมาติดกับดักในหมู่บ้านชนบท แต่นางคือพญาอินทรีที่ซ่อนปีกไว้ รอวันกางกว้างครอบฟ้าต่างหาก
"เจ้าช่าง... อันตรายเสียจริง ไป๋จินซู" ลู่ถิงเฉินเอ่ยเสียงพร่า มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ
ทว่า ก่อนที่ทั้งสองจะได้กล่าวสิ่งใดต่อ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงวิ่งกระหืดกระหอบดังขึ้นที่หน้าประตูกสถานีอนามัย ร่างของทหารยามประจำกองร้อยพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบซีดเผือด หายใจหอบโยนจนตัวโยน
"ผู้กองครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" ทหารหนุ่มตะโกนเสียงหลง "ทางกองบัญชาการอำเภอส่ง 'โทรเลขด่วนที่สุด' มาถึงท่านโดยตรง... มีคำสั่งปลดท่านออกจากตำแหน่งผู้บังคับกองร้อยชั่วคราว พร้อมกับ... มีเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางเดินทางมาถึงหน้าหมู่บ้านแล้วในตอนนี้!"
ลู่ถิงเฉินหรี่ตาลงทันที รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาในเสี้ยววินาที
ไป๋จินซูหุบยิ้มลง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ นางหันไปมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานเล็ก ท้องฟ้าด้านนอกที่เคยปลอดโปร่งเมื่อครู่ กลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆฝนสีดำทะมึนที่เคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับชั้นเชิงอันล้ำลึกของตัวละครทุกท่านด้วยกันนะครับ
* * * * * * * * * *
บันทึกหยกโบราณกับกลิ่นอายรุ่งอรุณแห่งยุคเจ็ดสิบ•ตอนที่ 8
สายตาที่มองทะลุปรุโปร่ง
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหยกโบราณกับกลิ่นอายรุ่งอรุณแห่งยุคเจ็ดสิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!