เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกเสียงดังสนั่นห้องโถงประชุมกองอำนวยการประจำหมู่บ้าน จนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหม่นที่บรรจุน้ำชาขึ้นสนิมถึงกับกระเด้งขยับ
"ไป๋จินซู! เธอคิดว่าเธอเป็นใครกัน! ถึงกล้าอาจหาญเข้ามาขัดขวางนโยบายการจัดสรรเสบียงของคณะกรรมการหมู่บ้าน!"
ฉีไห่เผิง เลขาธิการหมู่บ้านผู้มีใบหน้าอวบอูมจากไขมันส่วนเกินและรอยยิ้มหยันอันน่ารังเกียจ แผดเสียงคำรามลั่น ดวงตาเรียวเล็กราวเมล็ดถั่วกวาดมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความดูแคลน เสื้อเชิ้ตสีเขียวขี้ม้าตัวโคร่งที่ติดกระดุมไม่เรียบร้อยเผยให้เห็นแผงอกขนรกรุงรัง ยิ่งขับเน้นภาพลักษณ์ของอันธพาลท้องถิ่นผู้ถือครองอำนาจเบ็ดเสร็จในยุคสมัยที่กฎหมายยังเอื้อมไปไม่ถึง
ท่าמกลางบรรยากาศที่กดดันและอึมครึม ชาวบ้านนับสิบชีวิตที่ยืนเบียดเสียดกันอยู่ด้านนอกต่างก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะส่งเสียงหายใจแรง เนื่องจากทุกคนต่างรู้ซึ้งถึงฤทธิ์เดชของฉีไห่เผิง ผู้ใช้อำนาจหน้าที่กักตุนโควต้าวิตามินและแป้งสาลีสำหรับหน้าหนาวไปขายต่อในตลาดมืดเพื่อความร่ำรวยส่วนตัว ปล่อยให้คนแก่และเด็กต้องทนทุกข์ทรมานกับท้องที่กิ่วกอดด้วยความหิวโหย
ทว่า ไป๋จินซู กลับยืนหยัดอย่างสง่างามราวกับสนเขียวท่ามกลางพายุหิมะ
นางสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีครามเข้มเรียบง่าย ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยฝีมือการปักอันเป็นเอกลักษณ์ ทรวดทรงระหงระงับความเย่อหยิ่งด้วยกิริยาท่าทีสงบเสงี่ยม ใบหน้ารูปไข่กระจ่างใสไร้เครื่องสำอาง ทว่ากลับงดงามประดุจภาพวาดพู่กันจีนโบราณ ดวงตาดอกท้อคู่คมกริบราวกับมองทะลุปรุโปรดถึงจิตใจมนุษย์ นางไม่ได้สะดุ้งสะเทือนต่อเสียงคำรามนั้นแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนเรียวปากสีชาดกลับสร้างความหนาวเยือกให้กับผู้พบเห็นยิ่งกว่าสายลมหนาวเดือนอ้าย
"เลขาธิการฉี ใจเย็นลงก่อนเถอะครับ... อ้อ หรือว่าความจริงท่านกำลังร้อนรน เพราะตัวเลขในบัญชีแจกจ่ายเสบียงรอบนี้ มันมีส่วนต่างที่อธิบายให้คณะกรรมการอำเภอฟังไม่ได้กันแน่?"
น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าราบเรียบราวน้ำแข็งสลักดังขึ้นจากมุมห้อง มืดสลัว ลู่ถิงเฉิน ผู้กองหนุ่มในชุดเครื่องแบบสีเขียวเข้ม ก้าวออกมาจากเงาเสาไม้ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองฉีไห่เผิงราวกับพญาอินทรีที่กำลังเล็งเหยื่อ รัศมีคุกคามอันเยือกเย็นและดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดทับให้บรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก
ฉีไห่เผิงสะดุ้งโหยง เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากเมื่อเห็นนายตำรวจหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดปรากฏตัวขึ้นโดยไม่คาดฝัน เขาอ้าปากพะงาบๆ คล้ายปลาขาดน้ำ แต่ยังคงฝืนทำเป็นแข็งกร้าว "ผู้กองลู่! นี่มันเรื่องภายในของหมู่บ้านเรา คุณไม่มีสิทธิ์..."
"ไม่มีสิทธิ์หรือครับ?" ไป๋จินซูเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานใสดุจไข่มุกกระทบจานหยก นางก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้โต๊ะประธานช้าๆ จังหวะการก้าวเท้ามั่นคงและสง่างามราวกับพระสนมเอกกำลังดำเนินผ่านท้องพระโรง มือเรียวบางดั่งลำหญ้าคาหยิบสมุดบัญชีเล่มเก่าที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ อย่างไม่ใส่ใจ
"ตามกฎบัตรสหกรณ์การเกษตร ฉบับที่ห้า หมวดที่สาม ว่าด้วยการจัดสรรปันส่วนในยามวิกฤต บันทึกหน้าสี่สิบสองระบุชัดเจนว่า เสดียงสำรองฉุกเฉินต้องถูกกระจายให้ทุกครัวเรือนอย่างเท่าเทียม มิใช่ถูกกักตุนไว้เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ส่วนตัว... หรือท่านเลขาธิการฉี อ่านหนังสือไม่ออก จนต้องให้ดิฉันช่วยสะกดทีละคำให้ฟังดีล่ะครับ?"
คำพูดเหน็บแนมอันคมกริบดั่งใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ทำให้ชาวบ้านแอบหลุดเสียงหัวเราะพึงใจออกมาเบาๆ ขณะที่ใบหน้าของฉีไห่เผิงแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำด้วยความโกรธจัดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
"นังสารเลว! นี่แกกล้า..." ฉีไห่เผิงบันดาลโทสะจนขาดสติ มือหนาคว้าขวดแก้วบรรจุน้ำหมึกบนโต๊ะหมายจะปาใส่ใบหน้าอันงดงามนั้นเพื่อระบายความแค้น
*เปรี้ยง!*
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่ขวดแก้วในมือของฉีไห่เผิงจะแตกกระจายละเอียดเป็นจุล คราบน้ำหมึกสีดำสนิทสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าของเขาจนเลอะเทอะ ลู่ถิงเฉินยืนขวางอยู่เบื้องหน้าไป๋จินซูตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครทราบ ปลายกระบอกปืนพกสีดำสนิทที่ยังคงมีควันจางๆ ลอยกรุ่นถูกเก็บเข้าซองหนังอย่างรวดเร็ว สายตาของนายทหารหนุ่มเยือกเย็นดุจยมราชที่พร้อมปลิดชีพคนได้ทุกเมื่อ
"ถ้ามือข้างนั้นของคุณยังอยากเก็บไว้เซ็นชื่อในใบรับสารภาพ พรุ่งนี้เช้า กรุณาอย่าเอามาใช้ทำกิริยาต่ำช้าต่อหน้าสุภาพสตรีอีก" ลู่ถิงเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำทุบกระดูก
ไป๋จินซูแย้มยิ้มบางเบา นางขยับกายถอยหลังอย่างถือตัว ปรายตามองฉีไห่เผิงที่ทรุดฮวบลงนั่งคุกเข่าด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจเด็ดขาดของฝ่ายทหาร นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่วรรคทองฝังลึกในความทรงจำของทุกคน
"จำไว้เถอะครับเลขาธิการฉี... ยุคสมัยนี้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ความอดอยาก แต่คือการที่คนผู้หนึ่งคิดว่าตนเองใหญ่คับฟ้า จนลืมไปว่า... ฟ้าเขามีตา และตาคู่นั้น... กำลังจ้องมองท่านอยู่"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ทุกคนต่างอึ้งงันกับความเด็ดเดี่ยวและสติปัญญาอันล้ำLethal ของหญิงสาวจากตระกูลแพทย์ผู้ถูกเนรเทศผู้นี้ ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังคลี่คลายไปในทางที่ดี เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากด้านนอกลานกว้าง พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจของเด็กชายผู้ดูแลม้า
"พี่จินซู! ผู้ตรวจการพิเศษจากเมืองหลวง... มาถึงแล้วครับ!"
ประตูกระจกบานเก่าถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลสีเทาเข้ม ทับด้วยเสื้อโค้ทขนสัตว์ราคาแพง เดินนำหน้ากลุ่มเจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์ชุดใหญ่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางวางโต ทว่า เมื่อชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นสบตากับไป๋จินซูกลับชะงักกึก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับซองเอกสารตราครั่งลับสีแดงเพลิงที่ถูกชูขึ้นในมือ
"สวัสดีครับ คุณหมอไป๋... ทางเราได้รับจดหมายร้องเรียนเรื่องการลักลอบค้าสมุนไพรโบราณผิดกฎหมาย... และดูเหมือนว่า ท่านจะต้องเดินทางไป 'ปรับทัศนคติ' ที่เมืองหลวงกับผมเดี๋ยวนี้"
ไป๋จินซูหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา เมื่อตระหนักได้ว่านี่คือเกมการเมืองขั้นสูงที่ถูกวางแผนไว้ล่วงหน้าเพื่อกำจัดนางให้พ้นทาง โดยมีเงาทะมึนของตระกูลใหญ่ในอดีตคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ ดินแดนแห่งความลับและความงดงามนี้นะครับ
บันทึกหยกโบราณกับกลิ่นอายรุ่งอรุณแห่งยุคเจ็ดสิบ•ตอนที่ 9
การเผชิญหน้ากับเลขาธิการหมู่บ้าน
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหยกโบราณกับกลิ่นอายรุ่งอรุณแห่งยุคเจ็ดสิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!