บันทึกหยกโบราณกับกลิ่นอายรุ่งอรุณแห่งยุคเจ็ดสิบ•ตอนที่ 2

กลิ่นอายสมุนไพรในลมหนาว

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
ควันสีขาวจางๆ ที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากถ้วยกระเบื้องเคลือบดินเผาสีหม่น ไม่ได้ช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บภายในห้องตรวจโรคอันคับแคบของสถานีอนามัยประจำคอมมูนแห่งนี้ให้เจือจางลงได้เลยแม้แต่น้อย "ท่านอ๋อง... เอ่อ สหายไป๋ อาการของแม่เฒ่าจางลุกลามถึงขั้นนี้แล้วหรือขอรับ?" เสียงทุ้มต่ำเจือแววระวังภัยของสหายไป๋—ชายหนุ่มผู้ถูกส่งมาประกบตัวไป๋จินซูตามคำสั่งลับ—เอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ มือหนากร้านของเขากำด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่นโดยสัญชาตญาณ ขณะดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องด้วยความระแวดระวัง ไป๋จินซูไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากร่างของหญิงชราที่นอนหายใจรินรบอยู่บนเตียงไม้เก่าๆ เสื้อผ้าฝ้ายบุนวมหนาเตอะสีมอซอตามวิถีชีวิตคนยากจนในยุคเจ็ดสิบนี้ ไม่ได้ทำให้สง่าราศีอันเยือกเย็นและลึกล้ำที่ติดตัวมาแต่อดีตชาติลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย นิ้วเรียวดั่งลำหยกขาวสะอาดสะอ้านกำลังคีบเข็มเงินเล่มบางเฉียบ ยาวกว่าสามนิ้วด้วยความมั่นคงราวกับเหล็กกล้า ปลายนิ้วแตะลงที่จุดชีพจร *จู่หลี่* บนข้อมือเหี่ยวย่นอย่างแม่นยำ ดวงตาดอกบัวคู่พรหมของนางหรี่ลงเล็กน้อย ซึมซับความผิดปกติของลมปราณและกระแสเลือดที่ติดขัดในร่างของคนไข้ นี่ไม่ใช่แค่โรคไขข้ออักเสบตามวัยอย่างที่แพทย์ประจำคอมมูนเคยวินิจฉัยอย่างลวกๆ แต่มันคือพิษเย็นสะสมจากความชื้นในเหมืองถ่านหินเมื่อสิบปีก่อน ที่ถูกปล่อยปละละเลยจนกัดกินอวัยวะภายในทีละน้อย "พวกมันไม่ได้ส่งนายมาเพื่อฆ่าฉันหรอก" เสียงหวานใสทว่าราบเรียบเย็นชาดังก้องขึ้นในห้องแคบๆ ขัดจังหวะความคิดของสหายไป๋ "หากพวกมันต้องการชีวิตฉันจริง คนพวกนั้นคงไม่ปล่อยให้ฉันเดินทางมาถึงเขตชายแดนรกร้างนี่โดยที่ลมหายใจยังอยู่ครบถ้วน... สิ่งที่พวกมันต้องการ คือการรอให้ฉันตายอย่างช้าๆ ด้วยความอัปยศและโรคภัยต่างหาก" ฉับพลัน เข็มเงินเล่มแรกก็ถูกแทงลงไปอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ไร้ซึ่งเสียงร้องระงม มีเพียงเสียงสูดลมหายใจเข้าลึกของแม่เฒ่าจางที่สะดุ้งเฮือก ร่างที่เคยเกร็งแข็งด้วยความเจ็บปวดค่อยๆ ผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด หยดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผมของหญิงชรา ก่อนที่ไอสีดำคล้ำเจือกลิ่นอายอับชื้นจะค่อยๆ ซึมผ่านรูขุมขนบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้าออกมาจางๆ สหายไป๋เบิกตากว้างอย่างตื่นตะลึง เขาผ่านสมรภูมิและคดีความลับมามาก ย่อมมองออกว่านี่ไม่ใช่การรักษาแพทย์แผนปัจจุบันทั่วไป แต่มันคือวิชาฝังเข็มโบราณที่สาบสูญไปตั้งแต่ยุคราชวงศ์วุ่นวาย วิชาที่สามารถพลิกฟื้นความเป็นความตายได้ในชั่วพริบตา! "เจ้า... ทำได้อย่างไรกัน?" สหายไป๋เผลอหลุดปากถามด้วยน้ำเสียงที่ลดความกระด้างลงไปครึ่งหนึ่ง สายตาที่มองหญิงสาวตรงหน้าเปลี่ยนจากความสงสัยระแวง กลายเป็นความยำเกรงโดยไม่รู้ตัว ไป๋จินซูเช็ดเข็มเงินด้วยผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดอย่างใจเย็น ท่วงท่าการเคลื่อนไหวของนางงดงามราวกับคุณหนูในห้องหอที่กำลังรินชาในงานเลี้ยงราชสำนัก หาใช่หญิงสาวตกอับในชุดชาวนาซอมซ่อไม่ นางเหลือบสายตาขึ้นมองชายหนุ่มเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันบางเบา "โลกใบนี้กว้างใหญ่เกินกว่าที่สายตาของพวกหน่วยข่าวกรองจะมองเห็น สหายไป๋... โรคภัยของคนยากจนในยุคเปลี่ยนผ่านนี้ ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสิ้นหวังที่สะสมมานานต่างหาก" นางเอ่ยพางเก็บเข็มลงในถุงผ้าแพรปักลายโบราณที่เก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด "จำไว้ หากเจ้ายังอยากมีชีวิตรอดไปพร้อมกับฉัน จงอย่าได้กระโตกกระตากเรื่องวิชาแพทย์ที่เจ้าเห็นเมื่อครู่เด็ดขาด เพราะในยุคที่ผู้คนกำลังหิวโหยและหวาดระแวง การมีอำนาจเหนือความตาย... มักนำพามาซึ่งความตายที่รวดเร็วกว่าเดิม" บรรยากาศภายในห้องพลันกดดันขึ้นมาทันที เสียงลมหนาวที่พัดกระหน่ำตีหน้าต่างไม้เก่าจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอาร์ด ยิ่งขับเน้นความวังเวงให้เด่นชัดขึ้นไปอีก ทว่า ก่อนที่สหายไป๋จะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรวดเร็วดังก้องขึ้นที่ลานด้านนอก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูไม้เสียงดังสามครั้งติดต่อกันอย่างไม่มีมารยาท *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "สหายไป๋! ผู้กองลู่สั่งให้เรียกประชุมด่วนที่กองอำนวยการ! มีคำสั่งลับด่วนที่สุดส่งตรงมาจากเมืองหลวง... และดูเหมือนว่าเป้าหมายในคำสั่งนั้น จะเกี่ยวข้องกับคนที่อยู่ในห้องนี้โดยตรง!" เสียงตะโกนของนายทหารยศนายสิบดังทะลุกรอบประตูเข้ามา ทำเอาลมหายใจของสหายไป๋สะดุดกักทันที สหายไป๋หันขวับมามองหน้าไป๋จินซูทันที ทว่าหญิงสาวกลับไม่มีทีท่าตกใจแม้แต่น้อย นางเพียงแต่ยกถ้วยชาอุ่นขึ้นจิบช้าๆ ดวงตาดอกบัวคู่นั้นทอประกายลึกล้ำราวกับล่วงรู้เหตุการณ์ทั้งหมดล่วงหน้าอยู่แล้ว ทว่า ในวินาทีที่ไป๋จินซูกำลังจะวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งที่เยือกเย็นและหนักแน่นกว่าใครก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้อง พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเคาะ... ลู่ถิงเฉินยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ในชุดเครื่องแบบทหารหนาหนัก กลิ่นอายความหนาวเหน็บและเลือดฝาดจากสนามรบแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ ดวงตาดำสนิทคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่นางอย่างดุร้ายและเยือกเย็นดั่งภูเขาน้ำแข็ง "สหายไป๋จินซู..." น้ำเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มหยันที่มุมปาก "ดูเหมือนว่าประวัติการเป็นหมอหลวงของคุณ จะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจนหมดเปลือกแล้ว... ทางการต้องการตัวคุณ สู่คดีลับระดับชาติที่แม้แต่ผมก็ยังไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางข้ามเวลาไปกับตัวละครด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหยกโบราณกับกลิ่นอายรุ่งอรุณแห่งยุคเจ็ดสิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%