บันทึกหยกโบราณกับกลิ่นอายรุ่งอรุณแห่งยุคเจ็ดสิบ•ตอนที่ 3

ผู้มาเยือนจากกองกำลัง

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงปังของแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งตัวเก่าดังสนั่น กลบเสียงจิ้งหรีดเรไรรอบกระท่อมปลายนาจนเงียบกริบ ไอเย็นยะเยือกของเดือนตุลาคมในมณฑลทางเหนือแทบไม่ระคายเคืองผิวของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบสีเขียวมะกอกที่รีดเรียบกริบไร้รอยยับ ไหล่กว้างผึ่งผายประดับด้วยอินทรธนูที่บ่งบอกถึงอำนาจเด็ดขาดในเขตชายแดน ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมองไปทั่วห้องครัวอันคับแคบ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวระหงของสตรีสาวซึ่งกำลังงละเว้นจากการตำสมุนไพรในครกหิน "สหายไป๋จินซู..." น้ำเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มหยันที่มุมปาก "ดูเหมือนว่าประวัติการเป็นหมอหลวงของคุณ จะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจนหมดเปลือกแล้ว... ทางการต้องการตัวคุณ สู่คดีลับระดับชาติที่แม้แต่ผมก็ยังไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ" ไป๋จินซูไม่ได้สะดุ้งตกใจอย่างที่ผู้กองหนุ่มคาดคิด มือเรียวบางที่สวมถุงผ้าฝ้ายเก่าๆ ค่อยๆ วางสากหินลงบนขอบครกอย่างเชื่องช้า ท่าทีของนางสงบนิ่งราวกับผืนน้ำในบึงใหญ่ไร้ลมพัด นางเงยหน้าขึ้นสบตาคมคลาลั่นของลู่ถิงเฉิน ใบหน้ารูปไข่ที่แม้จะปราศจากเครื่องสำอางและถูกลดทอนความงามด้วยฝุ่นผงชนบท กลับยังคงไว้ซึ่งความสง่างามสูงส่งดั่งคุณหนูตระกูลใหญ่ในอดีตชาติที่ติดตัวมา ดวงตากลมโตคู่นั้นทอประกายล้ำลึก ยากจะหยั่งถึง "ผู้กองลู่..." เสียงหวานใสแต่ราบเรียบเอ่ยขึ้น ท่วงท่าการยืนตรงและไหล่ที่ผผายอย่างเป็นธรรมชาติสะท้อนถึงการอบรมสั่งสอนในราชสำนักโบราณที่ฝังรากลึกในสัญชาตญาณ "ท่านก้าวเข้ามาในเคหสถานของประชาชนผู้ใช้แรงงาน ยามวิกาลเช่นนี้... แถมยังนำพาคดีที่แม้แต่ผู้คุมกฎระดับสูงอย่างท่านยังปฏิเสธไม่ได้มาโยนใส่สตรีบ้านนอกอย่างฉัน เกรงว่าจะให้เกียรติฉันมากเกินไปกระมังคะ... เอ้ย, มากเกินไปหน่อยแล้วกระมังครับ" ลู่ถิงเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาเป็นทายาทตระกูลทหารเก่าแก่ที่ผ่านสนามรบและการหักเหลี่ยมเฉือนคมในวงการการเมืองระดับสูงมานักต่อนัก สัญชาตญาณเตือนภัยในตัวสั่นสะท้อนทันทีที่ได้ยินสรรพนามและน้ำเสียงประชดประชันที่แฝงไว้ด้วยความเย่อหยิ่ง สตรีตรงหน้าผู้นี้... ไม่ใช่บุตรสาวหมอชนบทที่ถูกเนรเทศมาใช้กรรมตามประวัติทะเบียนราษฎร์อย่างแน่นอน กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวนางไม่ใช่ความหวาดกลัวของคนชนชั้นล่างยามเผชิญหน้ากับอำนาจรัฐ แต่เป็นความเยือกเย็นของผู้นำที่เคยชี้เป็นชี้ตายผู้คนนับหมื่น "คุณกำลังเล่นกับไฟ สหายไป๋" ลู่ถิงเฉินก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างบาง กลิ่นอายบุรุษเพศที่อบอวลด้วยกลิ่นอายดินปืนและสนิมเหล็กพุ่งเข้าปะทะจมูก ทว่าไป๋จินซูกลับไม่ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาในระยะประชิด ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว "แฟ้มนี้คือคำสั่งตรงจากศูนย์กลาง ปักkín ทางตอนใต้กำลังเกิดโรคระบาดประหลาดที่แพทย์แผนปัจจุบันไร้หนทางรักษา และในบันทึกโบราณที่ถูกเผาทำลายไปครึ่งหนึ่งระบุว่า บรรพบุรุษตระกูลไป๋ของคุณเคยครอบครอง 'ตำรับยาสยบวิญญาณ' ที่สามารถหยุดยั้งมันได้... และคุณ ดร.ไป๋จินซู อดีตนายแพทย์หญิงผู้ทรงคุณวุฒิที่ถูกลบชื่อออกจากระบบเมื่อสามปีก่อน คือคนเดียวในแผ่นดินนี้ที่อ่านภาษายาโบราณนั้นออก" ไป๋จินซูแย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของนายทหารผู้แข็งกระด้างกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ มันเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา "ท่านกำลังขอร้องให้ฉันช่วยชีวิตคน... หรือกำลังใช้กำลังบังคับนักโทษการเมืองไปทดลองยาเพื่อความดีความชอบของตระกูลลู่กันแน่คะ... เอ่อ, กันแน่ครับ ผู้กองลู่?" นางจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ผู้กอง' ด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง ลู่ถิงเฉินขบกรามแน่น สันกรามคมชัดขึ้นภายใต้แสงตะเกียงอันริบหรี่ มือหนาเอื้อมไปหยิบถ้วยชาเคลือบดินเผาบิ่นๆ บนโต๊ะที่จินซูเพิ่งชงสมุนไพรเสร็จ กลิ่นหอมฉุนของรากโสมป่าและดอกเบญจมาศป่าลอยเตะจมูก ทว่าเขากลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจางๆ ของ 'ผงซินหนาน' สมุนไพรหายากที่ใช้กดประสาทและสะกดพิษ ซึ่งมีบันทึกว่าใช้ในราชสำนักลับเท่านั้น ผู้กองหนุ่มจ้องมองหญิงสาวด้วยแววตาดุดันดั่งพยัคฆ์ร้าย "ไม่ว่าผมจะมาด้วยจุดประสงค์ใด แต่คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ รถบรรพ์ทหารจอดรออยู่หน้าหมู่บ้านแล้ว... เตรียมตัวให้พร้อม เราจะออกเดินทางกันเดี๋ยวนี้" ไป๋จินซูถอนหายใจเบาๆ นางก้มลงหยิบเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีหม่นขึ้นมาสวมทับชุดเก่าๆ อย่างไม่รีเวลาร้อน นางรู้ดีว่าการขัดขืนคำสั่งของกองกำลังในยุคเจ็ดสิบหมายถึงอะไร ทว่าในขณะที่มือเรียวบางกำลังผูกเชือกเสื้อคลุม สายตาคมกริบของนางก็เหลือบไปเห็นกระดาษโทรเลขลับที่โผล่อออกมาจากกระเป๋าเสื้อเครื่องแบบของลู่ถิงเฉิน ตัวอักษรภาษาอังกฤษและจีนผสมกันที่พิมพ์ด้วยหมึกสีแดงสดสะดุดตาอย่างยิ่ง *...ระวังตัวให้ดี สายลับฝ่ายตรงข้ามรู้เรื่องตัวจริงของไป๋จินซูแล้ว เป้าหมายคือการกำจัดนางทิ้งก่อนถึงเขตชายแดน...* หัวใจของอดีตกุนซือสาวกระตุกวูบ นางเงยหน้าขึ้นมองลู่ถิงเฉินที่กำลังหันหลังไปหยิบกระเป๋า ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงฝีพุ่มไม้แห้งกรอบรอบกระท่อมก็ดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟฉายกราดส่องผ่านหน้าต่างกระดาษสาเข้ามาวับๆ แวมๆ ลู่ถิงเฉินชะงักฝีเท้า ใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุดในเสี้ยววินาที เขาหันกลับมาคว้าข้อมือเรียวของไป๋จินซูด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ลากร่างบางให้หลบอยู่หลังเสาไม้เนื้อแข็งทันทีที่เสียงกระสุนปืนนัดแรกเจาะทะลุกำแพงดินเข้ามา! "หมอบลง!" เสียงคำรามต่ำอย่างดุร้ายหลุดจากลำคอของนายทหารหนุ่ม พร้อมกับที่มือใหญ่อีกข้างชักปืนพกแม็กนั่มออกมาขึ้นลำกล้องอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องมืดสนิทที่มีเพียงแสงตะเกียงสะท้อนเงาคนนับสิบกำลังรายล้อมกระท่อมเข้ามาทีละน้อย... --- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของเฉินเว่ยสายลุยมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหยกโบราณกับกลิ่นอายรุ่งอรุณแห่งยุคเจ็ดสิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%