"หมอบลง!" เสียงคำรามต่ำอย่างดุร้ายหลุดจากลำคอของนายทหารหนุ่ม พร้อมกับที่มือใหญ่อีกข้างชักปืนพกแม็กนั่มออกมาขึ้นลำกล้องอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องมืดสนิทที่มีเพียงแสงตะเกียงสะท้อนเงาคนนับสิบกำลังรายล้อมกระท่อมเข้ามาทีละน้อย...
กลิ่นอายคาวเลือดและสนิมเหล็กเจือจางลอยมาตามสายลมหนาวเหน็บยามวิกาล ทว่าสิ่งที่ทำให้ไป๋จินซูขมวดคิ้วมุ่น มิใช่ความหวาดกลัวต่อคมกระบอกปืนหรือกลุ่มคนที่ล้อมเข้ามา หากแต่เป็นความเร่งรีบอย่างไร้ระเบียบของคนกลุ่มนั้น
"ถอยไป" น้ำเสียงใสราวกังวานหยกกระทบกันเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ นางมิได้หมอบลงตามคำสั่งราชาสนามรบผู้นั้น กลับก้าวเท้าสวนทางความมืดเข้าไปหาลู่ถิงเฉินที่ยืนบังอยู่เบื้องหน้า
เสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีหม่นเก่าคร่ำคร่าตามยุคสมัย หาได้บดบังสง่าราศีอันติดตัวมาแต่ชาติภพก่อนไม่ ท่วงท่าการเดินของนางสง่างามดั่งหงส์เหินบนผืนน้ำแข็ง แม้ในยามวิกฤตที่เงาตะคุ่มด้านนอกเริ่มเงื้อจอบและท่อนไม้พังประตูเข้ามา
ปัง! เสียงกระบอกปืนคำรามก้องฟ้า ทะลวงความมืดมิดของค่ำคืนยุคเจ็ดสิบ ลู่ถิงเฉินยิงขู่ขึ้นเพดานกระท่อม เศษดินและฝุ่นร่วงกราวลงมาพร้อมกับเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจของคนด้านนอกที่หยุดชะงักไปชั่วขณะ
"ใครกล้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ข้าจะถือว่าพวกมันเป็นสายลับก๊กชาตินิยม!" น้ำเสียงของลู่ถิงเฉินเยือกเย็นและดุดันดั่งพญายมผู้กุมโควตาความเป็นความตาย เขายืนตระหง่าน แผ่นกว้างของไหล่ห่อหุ้มด้วยเสื้อแจ็คเก็ตทหารสีเขียวเข้ม ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตรายจากสนามรบจริง
ทว่า ไป๋จินซูมิได้สนใจความเกรี้ยวกราดนั้น นางเอื้อมมือเรียวขาวดั่งหยกสลักไปแตะที่ข้อศอกของนายทหารหนุ่มเบาๆ สัมผัสเย็นเยียบของนางทำให้นายทหารหนุ่มผู้เลือดร้อนชะงักกึก หันขวับมามองด้วยแววตาดุดั่งเหยี่ยวที่พร้อมขย้ำเหยื่อ
"ผู้กองลู่..." จินซูกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงอำนาจบางอย่างที่ไม่อาจปฏิเสธ "ท่านกำลังใช้กำลังทหารขู่เข็ญราษฎรผู้บริสุทธิ์เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือแท้จริงแล้ว... ท่านแค่วิตก1ว่าความลับเรื่องหยกโบราณที่ท่านซ่อนไว้ในอกเสื้อจะถูกค้นพบกันแน่?"
ดวงตาคมกริบของลู่ถิงเฉินหรี่ลงทันที ร่างกายของเขาสั่นสะท้อนด้วยความระแวงระวังขั้นสุดยอด ปืนในมือขยับเข้าจดจ่อที่หน้าผากของหญิงสาวอย่างไม่ลังเล
"เจ้าเป็นใครกันแน่? หญิงสาวบ้านนอกในหมู่บ้านชนบทห่างไกล เหตุใดจึงรู้เรื่องหยกโบราณ และเหตุใด... สายตาของเจ้าจึงไม่ได้มีความหวาดกลัวต่อความตายเลยแม้แต่น้อย?" สุ้มเสียงของเขาแหบพร่าและอันตรายยิ่ง
บรรยากาศในห้องแคบๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือนกันได้ เสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของหัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านที่ถือคบเพลิงสว่างจ้า
"เปิดประตูนะ! เราเห็นคนแปลกปลอมเข้าแถวนี้ ท่านผู้กองลู่ ท่านอยู่ในนั้นหรือไม่!"
ลู่ถิงเฉินไม่ละสายตาจากใบหน้างดงามไร้ที่ติของสตรีตรงหน้า แม้แสงตะเกียงจะริบหรี่ แต่ผิวพรรณผุดผ่องราวกับหยกมันหมูชั้นดีและท่าทีสงบนิ่งราวกับเซียนผู้บรรลุธรรมนั้น ขัดแย้งกับสภาพแวดล้อมอันยากจนข้นแค้นของยุคเจ็ดสิบอย่างสิ้นเชิง นี่ไม่ใช่บุตรสาวนายแพทย์ชนบทธรรมดา นางคือตัวอันตราย... หรืออาจเป็นกุญแจสำคัญดอกเดียวที่จะไขปริศนาทั้งหมด
"ถ้าท่านยิงข้าตอนนี้..." จินซูแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มราวดอกไม้พิษผลิบานท่ามกลางหิมะโปรยปราย "พรุ่งนี้เช้าศพของท่านและตัวท่านจะกลายเป็นหัวข้อซุบซิบอันดับหนึ่งของคอมมูน และกระสุนนัดนั้นจะฟ้องชัดว่าทหารผู้รักชาติปลิดชีวะหญิงสาวชาวบ้านด้วยความหวาดระแวง... ท่านจะอธิบายเบื้องบนอย่างไรดีเล่า ท่านผู้กอง?"
คำพูดที่เฉียบคมบาดลึกราวดาบน้ำพี้ ทำให้ลู่ถิงเฉินถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน เขาขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน นี่คือความอัปยศครั้งใหญ่ในชีวิตทหารของเขา การถูกสตรีตัวเล็กๆ บีบจนมุมด้วยเหตุผลและตรรกะอันแยบยล
"ฉลาดนักนะ..." ลู่ถิงเฉินเค้นเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะลดกระบอกปืนลงอย่างช้าๆ ทว่าดวงตายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นราวกับจะค้นหาความจริงทั้งหมด "แต่จำไว้... เกมนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น"
เขาสลัดความลังเลทิ้ง หันไปคว้าผ้าห่มเก่าๆ มาคลุมร่างของหญิงสาวไว้เพื่ออำพรางสายตาผู้คน ก่อนจะเดินไปกระชากประตูไม้ผุพังให้เปิดออกรับแสงคบเพลิงสว่างจ้าด้านนอก
"มีอะไร!" เสียงคำรามดุร้ายของลู่ถิงเฉินดังขึ้นกลบเสียงโวยวายทั้งหมด ทว่าก่อนที่หัวหน้าหมู่บ้านจะได้เอ่ยปากซักถามสิ่งใด แสงไฟจากคบเพลิงก็ส่องกระทบเข้ากับร่างของชายชราคนหนึ่งที่ถูกมัดมือไพล่หลัง ลากเข้ามาโดยกลุ่มคนแปลกหน้าสวมชุดเจ้าหน้าที่รัฐยุคปฏิวัติวัฒนธรรม
ชายชราผู้นั้นเงยหน้าขึ้น ดวงตาฝ้าฟางกวาดมองไปทั่วบริเวณ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของไป๋จินซูที่ก้าวออกมาจากเงาของลู่ถิงเฉิน
ริมฝีปากแห้งผากของชายชราขยับเอ่ยคำพูดประโยคหนึ่งออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ ซึ่งทำให้ลู่ถิงเฉินต้องชักปืนกลับขึ้นมาอีกครั้งทันที
"คุณหนู... ในที่สุดข้าก็หาท่านพบ... ตราหยกประจำตระกูล... อยู่ที่ใด?"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "เฉินเว่ยสายลุย" นะครับ
บันทึกหยกโบราณกับกลิ่นอายรุ่งอรุณแห่งยุคเจ็ดสิบ•ตอนที่ 4
ชามข้าวต้มกับข้อกังขา
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหยกโบราณกับกลิ่นอายรุ่งอรุณแห่งยุคเจ็ดสิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!