กลิ่นอายของโสมป่าอายุหลายสิบปีผสมผสานกับกลิ่นอานิสงส์ของขี้เลื่อยไม้สนอบอวลอยู่ภายในห้องรับรองคับแคบของสถานีอนามัยประจำคอมมูน เสียงฝนที่โปรยปรายกระทบสังกะสีด้านนอกดังซัดสาดราวกับเสียงกลองศึกที่เร่งเร้าจังหวะหัวใจให้เต้นระส่ำ
"หากท่านยังดึงดันจะใช้แขนข้างนี้จับบังเหียนม้าศึกในสมรภูมิข้างหน้า เกรงว่าอีกไม่เกินสามเดือน เส้นเอ็นหัวไหล่ขวาของท่านคงขาดสะบั้นจนกลายเป็นคนพิการโดยสมบูรณ์"
เสียงหวานทุ้มกังวานดั่งไข่มุกกระทบจานหยกเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่าเฉียบขาดจนคนฟังถึงกับชะงัก ลู่ถิงเฉินนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เนื้อแข็ง เสื้อทหารสีเขียวขี้ม้าถูกปลดกระดุมออกเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยแผลเป็นฉกรรจ์พาดผ่านหัวไหล่หนา ผิวเนื้อบริเวณนั้นปูดโปนและมีรอยเขียวช้ำลึกจากพิษไข้หนาวสะท้านที่สะสมมานานนับปีตั้งแต่สมัยปฏิบัติภารกิจลับตามแนวชายแดนใต้
ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาดั่งเหยี่ยวคมปลาบเหลือบมองสตรีตรงหน้า ผู้ซึ่งกำลังบรรจงใช้ผ้าฝ้ายชุบน้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาดผิวเนื้อบริเวณหัวไหล่ให้เขาอย่างเบามือ ท่วงท่าของไป๋จินซูสง่างามและเยือกเย็นราวกับองค์หญิงในราชสำนักโบราณ ไม่ใช่หญิงสาวชาวนาในยุคเจ็ดสิบผู้ยากไร้แม้แต่น้อย ปิ่นไม้เรียบๆ ที่ปักมวยผมสีดำสนิทขลับให้ใบหน้าคมคายดั่งภาพวาดพู่กันจีนนั้นดูโดดเด่นสะดุดตา
"มันเป็นภารกิจที่ยอมให้ความผิดพลาดไม่ได้" ลู่ถิงเฉินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ไอร้อนจากร่างสูงแผ่ซ่านปะทะกับความเย็นเยียบของปลายนิ้วเรียวที่กำลังกดลงบนจุดชีพจรบริเวณไหปลาร้า
"ภารกิจยิ่งใหญ่เพียงใด ก็ไม่คุ้มค่ากับการเอาชีวิตและศักดิ์ศรีของยอดแม่ทัพมาทิ้งไว้ที่นี่หรอกกระมังครับ... อ้อ ขออภัย ข้าติดปากพูดเหมือนตอนอยู่ในตำหนัก" จินซูชะงักมือเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามโบราณออกไป นางแอบถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหยิบซองเข็มเงินยาวสดใสสะท้อนแสงไฟตะเกียงขึ้นมา
"ท่านเคยชินกับการเก็บซ่อนความเจ็บปวดไว้เบื้องหลังรอยยิ้มเย้ยหยันโลกีย์สินะครับ ลู่ถิงเฉิน" จินซูเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาดำขลับคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง "แผลเป็นนี้มิได้เกิดจากกระสุนของศัตรูในสมรภูมิ แต่เกิดจากการหักหลังของคนใกล้ชิดในกองกำลังที่ท่านไว้วางใจที่สุดต่างหาก... ข้าพูดถูกหรือไม่?"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงัน ลู่ถิงเฉินหรี่ตาลงคมกริบ รังสีสังหารแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงจนอากาศรอบตัวแทบจะหนาทึบ มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาไม่เคยเปิดเผยเรื่องความขัดแย้งภายในกองบัญชาการทหารภาคใต้ให้ใครล่วงรู้ แม้แต่ผู้บังคับบัญชาสูงสุดก็ยังไม่แน่ใจในสาเหตุที่แท้จริงของการบาดเจ็บครั้งนั้น แต่สตรีตัวเล็กๆ ที่เพิ่งย้ายมาอยู่หมู่บ้านกันดารแห่งนี้กลับมองปราดเดียวก็อ่านเกมขาดราวกับนั่งอยู่ก้นบึ้งหัวใจของเขา
"เจ้าเป็นใครกันแน่... ไป๋จินซู" น้ำเสียงของชายหนุ่มทุ้มต่ำและอันตราย ร่างสูงโน้มตัวเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วเนียนของหญิงสาว
จินซูไม่ถอยหนี นางเพียงแต่ระบายยิ้มบางเบาที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นงดงามหยาดเยิ้มทว่าแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา นางหยิบเข็มเงินเล่มยาวขึ้นมาอย่างไร้ความลังเล ปลายเข็มวาววับสะท้อนแสงไฟวูบวาบ
"ข้าก็เป็นเพียงหมอหญิงผู้หนึ่งที่ไม่อยากเห็นสมุนไพรดีๆ ต้องมาเสียของเพราะคนไข้ดื้อรั้นก็เท่านั้นเองครับ" จินซูเอ่ยกลั้วหัวเราะเบาๆ ก่อนจะปักเข็มเงินลงบนจุดฝังเข็ม 'จيانจิง (Jianjing)' บนบ่าของเขาอย่างรวดเร็วและแม่นยำดั่งสายฟ้าแลบ!
"อึก..." ลู่ถิงเฉินครางต่ำในลำคอด้วยความเจ็บปวดกระ습กระสาบ กระแสพลังงานแปลกประหลาดไหลทะลักผ่านปลายเข็มเข้าสู่เส้นเอ็นที่แข็งเกร็ง ราวกับมีไฟร้อนระอุเข้าไปแผดเผาพิษร้ายที่ตกค้างในร่างกาย ความทรงจำอันเจ็บปวดเมื่อสามปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว ภาพของสหายสนิทที่หันกระบอกปืนเข้าใส่ ภาพของคำสั่งลับที่ถูกบิดเบือน และความโดดเดี่ยวที่ต้องแบกรับไว้บนบ่ากว้างนี้เพียงลำพัง
น้ำตาคลอเบ้าชั่วขณะก่อนจะถูกแทนที่ด้วยประกายตาแห่งความมุ่งมั่นที่ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง ลู่ถิงเฉินตระหนักในวินาทีนั้นเองว่า สตรีผู้นี้ไม่ได้เข้ามาในชีวิตเขาเพื่อผลประโยชน์อันใด แต่นางคือแสงสว่างเดียวที่จะดึงเขาขึ้นมาจากขุมนรกแห่งความแค้น
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อทำลายกำแพงความเงียบ เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงตะโกนแหบแห้งของหัวหน้าหมู่บ้านที่ตื่นตระหนกจนเสียงหลง
"ผู้กองลู่! คุณไป๋! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! ทางการส่งโทรเลขด่วนที่สุดมาจากเมืองหลวง แจ้งว่า 'บุคคลต้องสงสัย' จากตระกูลใหญ่กำลังเดินทางมาถึงสถานีรถไฟอำเภอ... และเป้าหมายของพวกเขาคือหมู่บ้านของเรา!"
ลู่ถิงเฉินขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมกริบหันกลับมาสบตากับไป๋จินซูที่ยังคงถือเข็มเงินค้างไว้กลางอากาศ ในแววตาของหญิงสาวไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากที่สะท้อนเงาของเกมการเมืองครั้งใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติมาด้วยกันในบทนี้นะครับ
บันทึกหยกโบราณกับกลิ่นอายรุ่งอรุณแห่งยุคเจ็ดสิบ•ตอนที่ 14
รอยแผลเป็นในใจท่านผู้กอง
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหยกโบราณกับกลิ่นอายรุ่งอรุณแห่งยุคเจ็ดสิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!