วิญญาณอาถรรพ์ชิงบัลลังก์เลือดท่ามกลางศาลาวังหลัง•ตอนที่ 4

วังหลังที่ซ่อนศพ

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
“เจ้าแน่ใจหรือว่าเลือดที่หยดลงบนพื้นหินอ่อนเย็นเยียบนี้ จะนำทางเราไปสู่ความจริงที่ถูกฝังกลบมานานนับปี?” เสียงทุ้มต่ำของหลี่จวินอ๋องดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของตำหนักร้างที่ดูคล้ายหลุมศพขนาดมหึมา เขาหยุดฝีเท้าลง ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองรำเพยที่กำลังย่อกายลง สัมผัสถึงไอเย็นเยือกที่พุ่งทะลุขึ้นมาจากใต้ผืนพสุธา รำเพยไม่ได้ตอบคำถามในทันที นางเพียงแต่ปักปิ่นเงินเล่มเล็กที่เปื้อนหยาดเลือดนกพิราบสื่อสารลงบนรอยแยกของแผ่นหินที่ดูผิดแผกไปจากตำแหน่งอื่น “ท่านอ๋อง... สิ่งที่ถูกซ่อนไว้ใต้ตำหนักหลังนี้มิใช่เพียงแค่กระดูกไร้นาม แต่มันคือจดหมายเหตุที่เขียนขึ้นด้วยความอาฆาตของวิญญาณที่ไม่มีวันได้ไปผุดไปเกิด” รำเพยกล่าวพลางหลับตาลง สัมผัสพิเศษของนางทำงานราวกับเข็มทิศที่ชี้ไปสู่ความตาย เสียงกรีดร้องโหยหวนแว่วเข้ามาในโสตประสาทของนาง ราวกับสายลมที่พัดผ่านรอยแยกของศาลาริมน้ำในยามค่ำคืน นางกวาดมือผ่านพื้นหินนั้น แผ่วเบาราวกับสัมผัสผิวหน้าของคนรัก แต่รอยแยกที่นางแตะต้องกลับสั่นไหวราวกับมีชีวิต หลี่จวินอ๋องก้าวเข้ามาใกล้ แผ่นหลังกว้างของเขากำบังไอเย็นที่เริ่มคืบคลานเข้ามาจากเงามืดของเสาไม้แกะสลัก เขาไม่เชื่อในเรื่องภูตผี แต่เขากลับเชื่อในสัญชาตญาณของสตรีผู้นี้มากกว่าชีวิตของตนเอง “ขุด” หลี่จวินอ๋องออกคำสั่งเสียงเรียบ ทหารองครักษ์ในชุดดำสนิทลอบปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดราวกับภูตพราย พวกเขามิได้ส่งเสียงแม้แต่คำเดียว มือที่สวมถุงมือหนังหนาเริ่มงัดแผ่นหินหนักอึ้งออกด้วยความชำนาญ กลิ่นสาบสางของดินที่หมักหมมด้วยความแค้นโชยคละคลุ้งออกมาทันที รำเพยขยับถอยหลัง ลมหายใจของนางติดขัด เมื่อแสงจากคบเพลิงส่องลงไปในหลุมลึกที่เริ่มเผยให้เห็นโครงกระดูกมนุษย์หลายสิบโครงที่ถูกฝังซ้อนทับกันอย่างน่าสยดสยอง แต่สิ่งที่ทำให้มือของนางสั่นเทาไม่ใช่จำนวนของศพ หากแต่เป็นเครื่องประดับหยกชิ้นหนึ่งที่ร้อยติดอยู่กับซี่โครงของโครงกระดูกร่างหนึ่ง “หยกประจำตำแหน่งสนมเอกของจักรพรรดิองค์ก่อน...” หลี่จวินอ๋องพึมพำ ใบหน้าคมสันฉายแววเย็นชาจนน่ากลัว “พวกมันไม่ได้แค่ฆ่า แต่มันจงใจฝังประวัติศาสตร์ไว้ใต้เท้าของพวกเรา” “ท่านอ๋องดูนั่น” รำเพยชี้ไปยังเศษกระดาษที่ยังไม่เน่าเปื่อยสนิทใต้โลงศพผุพัง “มันไม่ใช่ศพที่ถูกสังหารเพื่อปิดปาก แต่มันคือศพที่ถูกนำมาเป็นเครื่องสังเวยเพื่อให้คำสาปแห่งวังหลังคงอยู่ชั่วนิรันดร์” ในขณะที่ทั้งสองกำลังเผชิญกับความลับที่ถูกเปิดเผย ความเงียบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้าจากหน้าตำหนัก ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ ร่างหนึ่งก้าวพ้นเงามืดเข้ามาภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านรอยรั่วของหลังคาตำหนัก เป็นขันทีชราหน้าตาซูบตอบผู้หนึ่งที่พวกเขาทั้งคู่จำได้ดีว่าเป็นคนสนิทของไทเฮา “ท่านอ๋อง... องค์รักษ์แห่งวังหลัง... ช่างหาญกล้ายิ่งนักที่มาเปิดหีบสมบัติชิ้นนี้ก่อนเวลาอันควร” ขันทีชรากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาขุ่นมัวของเขาทอประกายอำมหิต “แต่เสียดายที่วันนี้ไม่มีใครได้ออกจากตำหนักนี้ไปพร้อมกับลมหายใจหรอกพะย่ะค่ะ” มือที่เหี่ยวแห้งของขันทีชราค่อยๆ หยิบหีบไม้ขนาดเล็กออกมาจากอกเสื้อ เขาเปิดหีบออก เผยให้เห็นกริชโบราณที่อาบด้วยยางไม้พิษสีดำสนิท ซึ่งรำเพยเคยอ่านพบในตำราต้องห้ามว่ามันคือกริชที่ใช้สำหรับพิธีกรรม "เชิญวิญญาณมาจองจำ" หลี่จวินอ๋องขยับตัวเข้ามาขวางหน้าหญิงสาวโดยสัญชาตญาณ กระชับดาบข้างกายแน่น “เจ้าคิดว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร ข้าสั่งฆ่ามามากกว่าที่เจ้าเคยฝังศพเสียอีก” “ท่านอ๋องผู้เยือกเย็น... แต่ท่านกลับลืมไปว่าในวังหลังแห่งนี้ ความตายไม่ได้พรากแค่ชีวิต แต่มันพรากวิญญาณของท่านไปตั้งนานแล้ว” ขันทีชรายิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันที่ดำมืด ก่อนจะเหวี่ยงกริชนั้นลงสู่หลุมศพเบื้องล่างทันที ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับพายุเข้าก็ดังสนั่นไปทั่วตำหนักร้าง ผืนดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือน โครงกระดูกเหล่านั้นดูเหมือนจะพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากหลุม พร้อมกับไอหมอกสีดำที่พุ่งขึ้นมาพันธนาการร่างของหลี่จวินอ๋องไว้แน่น! “ท่านอ๋อง!” รำเพยร้องเรียกด้วยความตกใจ นางพยายามคว้าแขนเขาไว้ แต่พลังงานมืดมิดกลับผลักนางกระเด็นไปติดผนังตำหนัก รำเพยพยายามตั้งสติ พลันสายตาของนางเหลือบไปเห็นเงาดำที่ยืนตระหง่านอยู่หลังขันทีชรา เงาดำที่มีรูปร่างเป็นหญิงสาวในชุดนางรำโบราณ... วิญญาณที่นางสัมผัสได้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามายังวังหลังแห่งนี้ กำลังยกมือขึ้นชี้มาที่ลำคอของหลี่จวินอ๋อง ในวินาทีที่วิญญาณนั้นกำลังจะสัมผัสตัวท่านอ๋อง ขันทีชรากลับทรุดลงกับพื้นด้วยอาการสำลักเลือด ก่อนจะกระอักออกมาเป็นเศษใบไม้แห้งที่เปื้อนเลือดสดๆ เขาชี้ไปยังประตูตำหนักที่ถูกเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดคลุมสีทองอร่ามที่มีกลิ่นอายของอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน... จักรพรรดิผู้ไม่เคยเสด็จออกมาจากห้องบรรทมเป็นเวลาหลายปี! “เหตุใดเจ้าจึงตื่นจากการหลับใหล แล้วมาเผชิญหน้ากับความตายในหลุมศพนี้ด้วยตนเองเล่า ท่านพี่?” เสียงที่ทรงอำนาจและเย็นเยียบยิ่งกว่าหลี่จวินอ๋องดังขึ้น ดุจสายฟ้าฟาดกลางใจ รำเพยเบิกตากว้าง เมื่อเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของจักรพรรดิ... รอยยิ้มเดียวกับที่อยู่บนใบหน้าของศพที่นางเพิ่งขุดพบเมื่อครู่ไม่มีผิดเพี้ยน! ศาลาริมน้ำโบราณขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดมาด้วยกันในบทนี้ครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิญญาณอาถรรพ์ชิงบัลลังก์เลือดท่ามกลางศาลาวังหลัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%