"เจ้าเป็นใครกันแน่... รำเพย"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำที่เปล่งออกมาจากเบื้องพระพักตร์ของหลี่จวินอ๋องไม่ได้ดังลั่น ทว่ามันกลับหนักหน่วงดั่งก้อนศิลาแลงที่ทับถมลงบนอกเสื้อของนาง ความเงียบงันภายในตำหนักชั้นในยามราตรีดึกสงัดเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างบนยอดหญ้า ปลายกระบี่คมกริบในมือของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งกองทัพพายัพถูกยกขึ้นมาจ่อตรงร่องไหปลาร้าของนางพอดี ปลายคมโลหะเย็นเฉียบสัมผัสกับผิวเนื้อจนเกิดความรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ทว่าแววตาของสตรีเบื้องพระพักตร์กลับมิได้ไหวระริกด้วยความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
นางยังคงรักษาท่าทีสงบเสงี่ยม รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากยังคงประดับอยู่ราวกับดอกไม้ป่าที่ผลิบานท่ามกลางหุบเหว
"หม่อมฉันเป็นใคร... มิใช่พระองค์ทรงประจักษ์แก่สายพระเนตรแล้วหรือเพคะ ว่าข้าคือหญิงสาวผู้ถูกส่งตัวมาเพื่อเป็นเบี้ยตัวหนึ่งในกระดานอันซับซ้อนนี้" รำเพยเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานใสราดรดลงบนความระแวงสงสัยของอีกฝ่ายอย่างจงใจ
"คนธรรมดาที่ไหน... จะสามารถมองเห็นสิ่งที่ดวงตาเนื้อไม่ควรจะเห็น" หลี่จวินอ๋องก้าวเข้าไปประชิดร่างบางทีละก้าว พระเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีย์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางราวกับต้องการค้นหาความจริงที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง กลิ่นอายบุรุษผู้ผ่านสนามรบและกลิ่นคาวเลือดเจือจางโชยปะทะนาสิก "คืนก่อนที่ศาลาริมน้ำโบราณ ข้าเห็นเจ้าพูดคุยกับความว่างเปล่า... และเงาร่างของหญิงสาวในชุดนางรำโบราณที่สะท้อนอยู่ในผืนน้ำ มิใช่เงาของเจ้า! อธิบายมาสิว่ามันคืออะไรกันแน่ เป็นกลอุบายของแคว้นใด หรือเจ้าคือภูตผีปีศาจที่จำแลงกายมาเพื่อสังหารข้า"
บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกเป็นชิ้นได้ ความกดดันแผ่ซ่านมาจากพระวรกายสูงใหญ่ที่โน้มลงมาใกล้ นางรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้ากับข้างแก้ม ทว่าสติปัญญาอันเฉียบคมของรำเพยกลับหมุนวนอย่างรวดเร็วดั่งสายน้ำเชี่ยว
หากตอบว่าเป็นเรื่องของวิญญาณและคำสาป... พระองค์ย่อมคิดว่านางเสียสติ
หากโกหกด้วยเรื่องทางโลก... สายตาที่ผ่านเล่ห์กลมานับร้อยพันของหลี่จวินอ๋องย่อมจับพิรุธได้ในทันที
นางจึงเลือกที่จะเล่นเกมจิตวิทยาที่อันตรายยิ่งกว่า
รำเพยค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมคู่นั้นโดยไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย รอยยิ้มของนางลึกซึ้งขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายประกายความเศร้าสร้อยที่เจือด้วยความท้าทายอย่างประหลาด "ท่านอ๋องทรงเกรงกลัวภูตผีปีศาจด้วยหรือเพคะ... ทั้งๆ ที่มือของพระองค์ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของมนุษย์นับหมื่นบนสนามรบ วิญญาณเหล่านั้นต่างหากที่ควรจะหวาดกลัวพระองค์ มิใช่พระองค์ที่ต้องมาหวาดกลัววิญญาณเร่ร่อนเช่นหม่อมฉัน"
"บังอาจ!" หลี่จวินอ๋องตวาดลั่น พระหัตถ์หนาเอื้อมมาบีบปลายคางมนของนางไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน "เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าฆ่าเจ้าอย่างนั้นรึ? เพียงแค่ข้าสะกิดปลายนิ้วเพียงนิดเดียว ชีวิตของเจ้าก็หลุดลอยไปได้ง่ายดายยิ่งกว่าดีดนิ้ว!"
"ถ้าพระองค์อยากจะสังหารหม่อมฉัน... ป่านนี้คงไม่เสียเวลามาซักถามให้มากความเช่นนี้หรอืกเพคะ" รำเพยกล่าวสวนกลับทันควันโดยไม่มีทีท่าสะท้านสะเทือน นางจ้องมองพระองค์กลับด้วยแววตาที่มั่นคงดั่งหินผา "ความระแวงในพระทัยของท่านอ๋องต่างหาก คือดาบที่กำลังจ่อคอหอยพระองค์เอง มิใช่คมกระบี่ของหม่อมฉัน"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจของหลี่จวินอ๋อง พระองค์ชะงักไปชั่วขณะ พระเนตรเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนประหลาดใจ น้อยคนนักที่จะกล้าต่อปากต่อคำกับพระองค์เช่นนี้ ยิ่งเป็นสตรีในเรือนหลังด้วยแล้ว ย่อมมีแต่ความหวาดกลัวและอ่อนน้อมถ่อมตน แต่นี่... หญิงสาวเบื้องพระพักตร์กลับมองทะลุปรุโปร่งถึงความหวาดระแวงที่กัดกินจิตใจของพระองค์มาเนิ่นนาน
ในราชสำนักและเรือนหลัง หลี่จวินอ๋องไม่เคยไว้ใจผู้ใด แม้กระทั่งพี่น้องร่วมสายโลหิตหรือสนامเอกที่ถูกส่งมาเชื่อมสัมพันธ์ ทุกคนต่างมีหน้ากาก มีผลประโยชน์ และมีคมมีดซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้ม และรำเพยเองก็ควรจะเป็นหนึ่งในหมากเหล่านั้น เหตุใดนางจึงทำให้พระองค์รู้สึกราวกับว่า... กำลังส่องกระจกมองดูเงาของตนเอง
"เจ้าเป็นผู้หญิงที่ประหลาดที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบเจอมา" หลี่จวินอ๋องผ่อนแรงที่บีบคางนางลงเล็กน้อย ทว่ายังคงตรึงร่างของนางไว้ให้อยู่ในระยะประชิด "เจ้าล่วงรู้ความลับมากมาย ล่วงรู้แม้กระทั่งวิธีรับมือกับความตาย... บอกข้ามา ใครเป็นคนส่งเจ้ามาที่นี่ และเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร"
รำเพยสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายจันทน์หอมเจือจางในตำหนักผสมผสานกับกลิ่นอายความกดดันรอบตัว นางรู้ดีว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ หากก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ศาลาริมน้ำโบราณและวิญญาณที่รอการชำระแค้นอาจต้องสูญสลายไปพร้อมกับชีวิตของนาง
"หม่อมฉันถูกส่งมาโดยโชคชะตา... และความอาฆาตที่ยังไม่ได้รับการชำระเพคะ" รำเพยกระซิบแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "และหากท่านอ๋องทรงต้องการความจริง... พระองค์ต้องทรงสัญญาว่าจะให้หม่อมฉันได้สืบหาความจริงเบื้องหลังเหตุเพลิงไหม้เมื่อสิบปีก่อน ณ เรือนหลังนั้นด้วย"
เพลิงไหม้เมื่อสิบปีก่อน!
สิ้นคำพูดนั้น สีพระพักตร์ของหลี่จวินอ๋องก็เปลี่ยนสีไปในทันที ราวกับถูกกระชากความลับดำมืดที่ถูกฝังกลบไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจขึ้นมากลางแสงสว่าง พระเนตรที่เคยเยือกเย็นฉายแววตื่นตระหนกและระaอใจระคนกันอย่างเด่นชัด
"เจ้า... รู้เรื่องนั้นได้อย่างไร!" พระองค์เค้นเสียงต่ำอย่างเกรี้ยวกราด ดาบในมือสั่นไหวเล็กน้อย
ก่อนที่หลี่จวินอ๋องจะได้ซักไซ้ไล่เลียงไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูดังสนั่นจากด้านนอกก็ทำลายความเงียบงันยามราตรีลง
"ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงขันทีหน้าตำหนักร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนกจนเสียงหลง "ราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... พระพันปีหลวงทรงมีรับสั่งให้เรียกตัวท่านอ๋องเข้าเฝ้าเป็นการด่วนในยามวิกาลนี้พ่ะย่ะค่ะ!"
หลี่จวินอ๋องละสายตาจากรำเพยชั่วขณะ พระองค์ขมวดพระขนมัติเข้าหากันอย่างแน่นหนาด้วยความสังหรณ์ใจที่ไม่สู้ดีนัก ราชโองการด่วนกลางดึกเช่นนี้ไม่เคยนำพาเรื่องดีมาให้ ทว่าในขณะที่พระองค์กำลังจะหันพระวรกายกลับไปเปิดประตู
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะไม้เบาๆ ดังขึ้นจากทิศทางหน้าต่างบานสลักที่ปิดสนิท ทว่าน่าแปลกยิ่งนัก... เสียงนั้นมิได้มาจากภายนอกตำหนัก แต่มันดังมาจาก *เสาต้นที่สาม* ภายในห้องนอนของหลี่จวินอ๋องเอง ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่เชื่อมต่อกับอาณาเขตของศาลาริมน้ำโบราณ!
รำเพยหันไปมองตามเสียงนั้น รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของนางอีกครั้ง นางรู้ดีว่าเวลานี้ใครกำลังรอคอยอยู่หลังเสานั้น
หลี่จวินอ๋องชะงักฝีเท้า พระองค์หันกลับมามองรำเพยสลับกับเสาต้นดังกล่าวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงระวังถึงขีดสุด พระหัตถ์หนาเอื้อมไปคว้าจอกชาเงินที่ตั้งอยู่บนโต๊ะขึ้นมา เพื่อหวังจะดับกระหายและเรียกสติ ทว่าในจังหวะที่พระองค์กำลังจะยกจอกขึ้นจิบ...
ปลายนิ้วของรำเพยก็ยื่นออกไปแตะที่ก้นจอกชาโดยไม่มีใครคาดคิด นางเอ่ยกระซิบเสียงเรียบที่ทำให้พระองค์ต้องแข็งค้าง
"อย่าเพิ่งเสวยนะเพคะท่านอ๋อง... เพราะในชาจอกนั้น มิได้มีเพียงใบชา แต่มี *เศษเถ้ากระดูก* ของผู้ที่ตายอย่างอยุติธรรมเมื่อสิปีก่อนผสมอยู่ด้วย"
ศาลาริมน้ำโบราณขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความระทึกขวัญและปมปริศนาอันลึกล้ำในบทนี้นะครับ
วิญญาณอาถรรพ์ชิงบัลลังก์เลือดท่ามกลางศาลาวังหลัง•ตอนที่ 10
ดาบที่จ่อคอหอย
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิญญาณอาถรรพ์ชิงบัลลังก์เลือดท่ามกลางศาลาวังหลัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!