วิญญาณอาถรรพ์ชิงบัลลังก์เลือดท่ามกลางศาลาวังหลัง•ตอนที่ 8

คำเตือนจากความมืด

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
หมึกสีชาดบนกระดาษสาเนื้อหยาบยังคงชุ่มฉ่ำ ราวกับเพิ่งถูกจรดปลายพู่กันลงไปเมื่อชั่วลมหายใจก่อนหน้านี้เอง รำเพยมิได้ส่งเสียงร้องอุทานออกมาแม้แต่น้อย ยามเมื่อปลายนิ้วเรียวบางสัมผัสถูกความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากแผ่นกระดาษแผ่นนั้น บนโต๊ะไม้จันทน์หอมสลักลายวิจิตร ภายในห้องนอนส่วนตัวที่ปิดทึบสนิท กลอนประตูลงกลอนไว้อย่างแน่นหนา หน้าต่างทุกบานถูกขัดด้วยไม้ไผ่ตามคำสั่งระแวดระวังภัยอันเข้มงวดของหลี่จวินอ๋อง แต่กระดาษแผ่นนี้... กลับมาวางอยู่บนแท่นฝนหมึกของนางได้อย่างไร ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ สายตาคมกริบดั่งกวางป่ากวาดมองข้อความภาษาจีนโบราณที่เขียนด้วยลายมือตวัดเฉียบคม ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยราวกับผู้เขียนกำลังรีบร้อนและหวาดกลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งถึงขีดสุด *“ระวังเงาที่ทอดผ่านม่านไหมสีชาดในคืนจันทร์ดับ... ยาพิษในถ้วยชาดอกเหมยไม่ได้มาจากศัตรูภายนอก แต่มาจากผู้ที่ท่านไว้ใจที่สุด จงอย่าดื่ม... และจงอย่าไว้ใจรอยยิ้มของสตรีชุดฟ้าผู้นั้น”* หัวใจของรำเพยกระตุกวูบ สตรีชุดฟ้าผู้นั้น... หมายถึงสนองพระชายารองหลิวผู้มีใบหน้ายิ้มแย้มอ่อนหวานดั่งพระ菩薩 (พระโพธิสัตว์) ใจดีอยู่เป็นนิจอย่างนั้นหรือ หรือหมายถึงบ่าวรับใช้คนสนิทที่คอยปรนนิบัติอยู่ไม่ห่าง นางขมวดคิ้วมุ่น พลางหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ตอนที่หลี่จวินอ๋องเสด็จมาเยือนเรือนพักของนาง สีพระพักตร์ของท่านอ๋องเยือกเย็นดุร้ายราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อทุกเมื่อ *"เจ้ารู้หรือไม่ว่าในวังหลังแห่งนี้ ใครคือคนที่ไว้ใจได้มากที่สุด, รำเพย?"* สุ้มเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของหลี่จวินอ๋องยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ในเวลานั้น นางเพียงแต่ทูลตอบด้วยรอยยิ้มบางเบาตามวิสัยของสตรีผู้รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหางว่า *"ในวังหลังที่เต็มไปด้วยซากศพและความโลภเช่นนี้ หม่อมฉันไม่เคยไว้ใจผู้ใด... แม้กระทั่งเงาของตนเองในยามค่ำคืนเพคะ"* ท่านอ๋องเพียงแต่แย้มพระสรุปอย่างเย้ยหยันในพระองค์เอง ก่อนจะเสด็จออกไปพร้อมกับทิ้งกลิ่นอายความกดดันมหาศาลไว้เบื้องหลัง ทว่าในยามนี้ จดหมายเตือนฉบับนี้กลับปรากฏขึ้นราวกับปาฏิหาริย์ หรือนี่จะเป็นฝีมือของดวงวิญญาณเร่ร่อนตนอื่นที่ต้องการส่งสัญญาณเตือนภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทันใดนั้น เปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันสำริดที่ตั้งอยู่มุมห้องก็วูบไหวอย่างรุนแรง ทั้งที่ไม่มีกระแสลมใดเล็ดลอดเข้ามาผ่านช่องหน้าต่าง เงาสีดำทึบสายหนึ่งทอดตัวยาวพาดผ่านผ้าม่านไหมสีชาดที่กั้นระหว่างห้องนอนและห้องแต่งตัว เงาลนั้นไม่ได้มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ธรรมดา หากแต่บิดเบี้ยวผิดรูป เส้นผมยาวสยายยุ่งเหยิงราวกับสาหร่ายในบึงลึก และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น... เงานั้นกำลังขยับเคลื่อนไหว ทั้งที่ไม่มีร่างต้นกำเนิดยืนอยู่หลังม่าน รำเพยสูดลมหายใจเข้าลึก, ตั้งสติ และรวบรวมลมปราณภายในกาย นางหยิบปิ่นปักผมทองคำขาวปลายแหลมขึ้นมาถือไว้มั่นในมือขวา สองเท้าก้าวเดินอย่างเงียบเชียบราวนินจาไร้เงาเข้าไปใกล้ผ้าม่านไหมสีชาดทีละก้าว หัวใจเต้นระรัวดั่งกลองศึก ทว่าใบหน้ากลับเรียบเฉยราวน้ำในบึงใหญ่ที่ปราศจากระลอกคลื่น *พรึบ!* นางกระชากผ้าม่านสีชาดออกด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ปลายปิ่นทองพุ่งตรงไปยังพื้นที่ว่างเปล่าหลังม่านทันทีเพื่อหมายจะสกัดกั้นภัยคุกคาม ทว่า... ความว่างเปล่าคือสิ่งเดียวที่ปรากฏต่อสายตา ไม่มีเงาบิดเบี้ยว ไม่มีดวงวิญญาณร้าย มีเพียงหน้าต่างบานกระทุ้งที่ถูกเปิดออกโดยแรงลมภายนอก และกลิ่นหอมเย็นประหลาดของดอกเหมยป่าที่โชยมาแตะจมูก กลิ่นนี้... เป็นกลิ่นเดียวกับถ้วยชาที่หลี่จวินอ๋องเพิ่งพระราชทานให้บ่าวไพร่มาส่งให้นางเมื่อครู่ก่อนที่ท่านอ๋องจะเสด็จกลับตำหนักใหญ่ รำเพยหันขวับกลับมามองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามที่วางสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะ ไอความร้อนจางๆ ลอยกรุ่นขึ้นมาพร้อมกับน้ำชาสีอำพันใสสะอาด ภายในถ้วยนั้นไม่มีสิ่งใดผิดสังเกตด้วยตาเปล่า แต่นางผู้มีสัมผัสพิเศษและเติบโตมาท่ามกลางพิษร้ายในวังหลังย่อมรู้ดีว่า พิษไร้สีไร้กลิ่นที่ร้ายแรงที่สุดในแผ่นดิน มักจะซ่อนอยู่ภายใต้ความงดงามและหอมหวานเช่นนี้เสมอ ขณะที่นางกำลังจะเอื้อมมือไปปัดถ้วยชาใบนั้นให้ตกลงแตกกระจายบนพื้นเพื่อทำลายหลักฐาน เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับเสียงเคาะสามครั้งตามรหัสลับที่ใช้เฉพาะระหว่างนางกับองครักษ์เงาประจำตัวของหลี่จวินอ๋อง "คุณหนูรำเพยครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงร้อนรนของไป๋เฉิง องครักษ์คนสนิทดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "ท่านอ๋องทรงมีรับสั่งด่วนให้ท่านดื่มชาถ้วยนี้ให้หมดต่อหน้าข้าพเจ้า มิฉะนั้น... พระองค์จะทรงเสด็จมาตรวจดูด้วยพระองค์เองในอีกหนึ่งเค่อข้างหน้านี้ครับ!" รำเพยชะงักมوني มือที่ถือปิ่นทองสั่นน้อยๆ ดวงตากลมโตมองสลับระหว่างถ้วยชาหอมกรุ่นตรงหน้า กับประตูกลอนไม้ที่ถูกปิดตาย หากนางปฏิเสธไม่ยอมดื่ม นางย่อมมีความผิดฐานขัดพระราชโองการและอาจถูกข้อหากบฏ แต่หากนางดื่มลงไป... วิญญาณของนางที่เพิ่งได้รับโอกาสให้กลับมาล้างแค้น อาจจะต้องดับสลายกลายเป็นเถ้าถ่านในนรกขุมที่สิบแปดอย่างไม่มีวันได้ผุดได้เกิดเป็นแน่แท้ ศาลาริมน้ำโบราณขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดและลุ้นระทึกไปกับรอยแค้นข้ามภพในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิญญาณอาถรรพ์ชิงบัลลังก์เลือดท่ามกลางศาลาวังหลัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%