กลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลามาดากัสการ์และเนยแท้จากฝรั่งเศสที่ลอยอบอวลอยู่ในสตูดิโอเบเกอรี่ระดับไฮ엔ด์แห่งนี้ ช่างตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับบรรยากาศที่คุกรุ่นไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ รินรดายืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์หินอ่อน ปลายนิ้วเรียวสวยกำลังตกแต่งหน้าเค้กช็อกโกแลตด้วยความประณีตราวกับงานศิลปะ แต่ดวงตากลับไม่ได้มองที่ตัวเค้กเลยแม้แต่น้อย เธอกำลังใช้หางตากวาดมองเงาร่างสูงสง่าของชายผู้ที่เคยเรียกเธอว่า 'ภรรยาไร้ค่า' ผ่านกระจกใส
พศินยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกาลเวลา ร่างกายที่เคยเย่อหยิ่งและมั่นใจในความเหนือกว่าของตน กลับแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน คำพูดของรินรดายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“นี่คือลูกชายของคุณ...”*
เด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นถอดแบบมาจากเขาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน นั่นคือหลักฐานชิ้นใหญ่ที่ตบหน้าเขาอย่างแรงจนชาไปทั้งแถบ
"คุณ... คุณกำลังเล่นตลกอะไรอยู่รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเยือกเย็น บัดนี้กลับสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่อยู่ พศินก้าวเท้าเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์ช้าๆ สัญชาตญาณดิบในตัวกำลังกรีดร้องว่าสิ่งที่เขาเห็นคือความจริง แต่มันเป็นความจริงที่เขาไม่อาจยอมรับได้ "เด็กคนนี้... เป็นไปไม่ได้"
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะพศิน" รินรดาวางมีดตัดเค้กในมือลงอย่างใจเย็น เธองยตัวขึ้นช้าๆ แล้วประสานสายตากับอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่าจนน่ากลัว ไม่มีคราบน้ำตา ไม่มีร่องรอยของความอ่อนแอหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงผู้หญิงคนใหม่ที่แข็งแกร่งราวกับเพชร "หรือว่าคุณคิดว่า ผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี จะไม่มีปัญญาไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สูงค่ากว่าการรอเศษความเมตตาจากคุณ?"
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อหัวใจของพศิน เขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงราวกับเศษแก้ว วันที่เขาไล่เธอออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย วันที่เธอกอดท้องตัวเองร้องขอความเห็นใจ แต่สิ่งที่เขาตอบกลับไปคือคำดูถูกเหยียดหยามว่าเธอมันก็แค่นางบำเรอราคาถูกที่ตั้งใจใช้มารยาเพื่อเกาะตระกูลใหญ่ของเขาเกาะกิน
และตอนนี้... เวรกรรมกำลังตามสนองเขาอย่างสาสมที่สุด
"ริน... ฟังผมก่อน" พศินพยายามเอื้อมมือไปแตะข้อมือเธอ แต่รินรดากลับชักมือหลบราวกับรังเกียจสัมผัสของเขา ราวกับว่าเขาเป็นสิ่งสกปรกที่ไม่อยากให้มาแปดเปื้อน
"อย่ามาแตะต้องฉันค่ะพศิน" น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "สิทธิ์ของคุณมันหมดไปตั้งแต่ห้าปีที่แล้ว ตั้งแต่วินาทีที่คุณเซ็นใบหย่าแล้วปาใส่หน้าฉันว่า *'ไสหัวไปให้พ้นชีวิตฉันซะ'* จำไม่ได้เหรอคะ? หรือว่าสมองอันปราดเปรื่องของนักธุรกิจหมื่นล้านเริ่มเสื่อมถอยไปตามกาลเวลาแล้ว?"
พศินกัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดโปน ความรู้สึกผิดและความโกรธขึงตีรวนกันจนปั่นป่วนในอก เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่เคยยอมก้มหัวให้เขาตลอดเวลา จะสามารถลุกขึ้นมาตบหน้าเขาด้วยความจริงที่เจ็บปวดที่สุดได้ขนาดนี้
"เขาชื่ออะไร..." พศินเค้นเสียงถามออกมาอย่างยากลำบาก สายตากวาดมองไปที่เด็กชายตัวน้อยที่หลบอยู่หลังชายกระโปรงของรินรดา ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่มองมาทางเขาด้วยความหวาดระแวงและไม่เป็นมิตร มันเหมือนกับกระจกเงาที่สะท้อนความโหดร้ายของตัวเขาเองในอดีต
"เขาชื่อ 'ธันวา' ค่ะ" รินรดาตอบเสียงชัดถ้อยชัดคำ จงใจเน้นย้ำทุกพยางค์ "เด็กผู้ชายที่คุณเคยบอกว่า... *รสนิยมต่ำๆ และไม่คู่ควรกับตระกูลของคุณ* ไงล่ะคะ ตอนนี้เขาโตเป็นเด็กผู้ชายที่ฉลาดและไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินสักแดงเดียวจากตระกูลอภิMahaศาลของคุณด้วยซ้ำ"
ประโยคนั้นกระแทกเข้าที่หน้าอกของพศินอย่างจังจนเขาต้องเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ความจริงที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าต่อตา ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกจับแก้ผ้าท่ามกลางผู้คนนับพัน ความเย่อหยิ่งทระนงตนที่เคยมีมาตลอดชีวิตพังทลายลงไม่เป็นท่า
แต่คนอย่างพศิน... ไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าเขามีสายเลือดของตัวเองไหลเวียนอยู่ในตัวเด็กคนนั้น
"ผมเป็นพ่อของเขา..." พศินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติ พยายามปรับน้ำเสียงให้ดูหนักแน่นขึ้น แม้ข้างในจะปั่นป่วนราวกับพายุ "รินรดา คุณไม่มีสิทธิ์กีดกันระหว่างพ่อกับลูก ลูกต้องรู้ความจริงว่าใครคือพ่อที่แท้จริงของเขา"
รินรดาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขโดยสิ้นเชิง มันคือเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่พศินเคยได้ยินมาในชีวิต
"พ่อเหรอคะ?" เธอย้อนถาม ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างถือดี "คุณเพิ่งนึกขึ้นได้เหรอคะว่าตัวเองมีหน้าที่เป็นพ่อ? ตอนที่ฉันอุ้มท้องไปฝากครรภ์คนเดียวตอนตีสาม ตอนที่ฉันปวดท้องคลอดจนแทบขาดใจแต่ไม่มีใครเหลียวแล ตอนนั้นคุณอยู่ที่ไหนคะพศิน? คุณกำลังนอนกอดอยู่กับคู่ค้าระดับไฮโซคนไหนอยู่ล่ะ?"
พศินพูดไม่ออก จุกจนเหมือนมีก้อนสะอื้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ทุกคำที่เธอพูดคือความจริงที่เขาไม่อาจแก้ตัวได้เลยแม้แต่คำเดียว
"จำใส่สมองของคุณเอาไว้นะคะพศิน ว่าเด็กคนนี้เกิดมาจากความเจ็บปวดและความเด็ดเดี่ยวของฉันคนเดียว ไม่ใช่เพราะน้ำยาของคุณ!" รินรดาประกาศกร้าว ดวงตาส2ข้างวาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความแค้นที่อัดอั้นมานานหลายปี "และต่อให้คุณจะใช้เงินซื้อทั้งโลกใบนี้มาวางแทบเท้าฉัน... คุณก็ไม่มีวันซื้อ 'ครอบครัว' ที่คุณทำลายมันด้วยมือของคุณเองกลับคืนมาได้หรอกค่ะ"
พูดจบ รินรดาก็หันหลังให้เขาอย่างไร้เยื่อใย เธอคุกเข่าลงโอบกอดลูกชายตัวน้อยเข้าสู่อ้อมอก ลูบศีรษะเล็กอย่างอ่อนโยนแตกต่างจากท่าทีที่ใช้คุยกับเขาลิบลับ ก่อนจะจูงมือเด็กน้อยเดินหายเข้าไปในห้องพักหลังร้าน ปล่อยให้พศินยืนเคว้งคว้างอยู่ลำพังท่ามกลางกลิ่นอายของเบเกอรี่ที่บัดนี้กลับขื่นขมเกินกว่าจะบรรยาย
ความเงียบเข้าปกคลุมสตูดิโออยู่ครู่ใหญ่ พศินยืนกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความรู้สึกพ่ายแพ้แผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่ในขณะเดียวกัน เปลวไฟแห่งความมุ่งมั่นที่จะทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของตนก็ลุกโชนขึ้นในอก เขาจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด หากเธอยังไม่ยอมยกโทษให้ เขาก็จะใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อไถ่บาปนี้
พลัน สายตาก็เหลือบไปเห็นสมุดบันทึกเล่มหนาปกสีชมพูอ่อนที่รินรดาทำตกไว้บนเก้าอี้ พศินลังเลอยู่ชั่วขณะก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาเปิดดู
หน้ากระดาษแรกลายมือหวัดๆ ของรินรดาเขียนบันทึกวันที่ไว้เมื่อห้าปีที่แล้ว—วันที่เขาเพิ่งหย่ากับเธอและไล่เธอออกจากบ้าน
*“วันที่ฉันสูญเสียทุกอย่าง... แต่กลับได้สิ่งที่มีค่าที่สุดมาแทนที่ และวันหนึ่ง พศินจะต้องกราบเท้าขอร้องให้ฉันกลับไป... ด้วยความเจ็บปวดที่สาสมยิ่งกว่าที่ฉันได้รับร้อยเท่า”*
พศินชะงักค้าง หัวใจกระตุกวูบเมื่ออ่านข้อความนั้นจบ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูร้าน พร้อมกับเงาร่างสูงโปรดของชายหนุ่มอีกคน—ผู้ชายที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีในฐานะคู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญ และ... สปอนเซอร์ใหญ่ที่คอยสนับสนุนสตูดิโอเบเกอรี่ของรินรดาในตอนนี้
"อ้าว คุณพศิน... มาทำอะไรลับๆ ล่อๆ ในร้านของ 'ภรรยาเก่า' ผมเหรอครับ?"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับดราม่ารสเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - เมฆหมอกสีชมพู
รสรักที่ปลายลิ้น กับคนรักที่(ไม่)อยากคืนดี•ตอนที่ 8
ความจริงที่ถูกขุดคุ้ย
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสรักที่ปลายลิ้น กับคนรักที่(ไม่)อยากคืนดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!