เสียงทุ้มต่ำของดนตรีแจ๊สคลอเคลียไปกับเสียงหัวingเราะและเสียงแก้วแชมเปญกระทบกันเบาๆ ภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางเมือง ทว่าสำหรับรินรดาแล้ว เสียงเหล่านั้นกลับพร่าเลือนราวกับอยู่คนละโลก เธอยืนนิ่งสงอยู่หน้าซุ้มดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ มือเรียวภายใต้ถุงมือผ้าลูกไม้สีเดียวกันกำลังจัดแต่งชิ้นงานขนมหวาน ‘ชูครีมสอดไส้ครีมวานิลลามาดากัสการ์’ ลงบนฐานกระจกใสอย่างประณีตบรรจง ทุกลีลาการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความมั่น and สง่างาม ไม่เหลือเค้าลางของอดีตภรรยาผู้เคยหวาดกลัวและยอมก้มหัวให้ใครอีกต่อไปแล้ว
สามปี... ตัวเลขที่ยาวนานพอจะเปลี่ยนผู้หญิงคนหนึ่งให้กลายเป็นคนใหม่ที่แข็งแกร่งดั่งหินผา
“เชฟรินคะ ทางผู้จัดงานแจ้งว่าแขกวีไอพีใกล้จะมาถึงแล้วค่ะ รบกวนตรวจความเรียบร้อยของมุมเพสทรีอีกครั้งนะคะ” ผู้ช่วยสาวกระซิบเตือนด้วยความตื่นเต้น
รินรดาพยักหน้ารับเบาๆ ริมฝีปากอิ่มระบายยิ้มสุภาพตามมารยาททางสังคม เธอกำลังจะหันหลังกลับไปเตรียมตัวในห้องพักด้านหลัง ทว่าจังหวะนั้นเอง ประชาสัมพันธ์หน้างานก็ประกาศชื่อแขกผู้มีเกียรติที่เพิ่งก้าวเข้ามา
“ยินดีต้อนรับท่านประธานพศิน วัฒนภาคิน และคณะผู้บริหารค่ะ”
ชื่อนั้น... ราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจ แม้จะผ่านมาสามปีเต็ม แต่สุ้มเสียงเรียบเฉยและทรงอิทธิพลนั้นยังคงฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำ รินรดาชะงักฝีเท้า หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอพลันกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงต้นคอ แต่ใบหน้าหวานกลับยังคงนิ่งสนิท เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นคลื่นอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมา ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
พศินก้าวเข้ามาในงานด้วยชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิท ขับเน้นรูปร่างสูงสง่าและท่าทีเย่อหยิ่งทระนงตนตามแบบฉบับนักธุรกิจมือทอง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องด้วยความเบื่อหน่ายตามวิสัยของคนที่มีพร้อมทุกอย่าง ใบหน้าหล่อเหลานั้นคมคายขึ้นตามวัย แต่ร่องรอยความเย็นชายังคงชัดเจนไม่เปลี่ยนแปลง
เขากำลังก้าวเข้ามาใกล้... ใกล้ซุ้มขนมหวานที่เธอเป็นคนรับผิดชอบทุกขั้นตอน
รินรดายืนตัวตรง แผ่นหลังเหยียดตรงอย่างสง่างาม เธอยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบรักษาระยะห่าง พร้อมกับปั้นสีหน้าเรียบเฉยราดรดความรู้สึกทั้งหมดให้เย็นชาดั่งน้ำแข็ง เธอไม่อยากเป็นผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมที่ยืนร้องไห้รอคอยความเมตตาจากเขาอีกต่อไปแล้ว วันนี้เธอกลับมาในฐานะ ‘เชฟริน’ เชฟขนมหวานชื่อดังระดับแนวหน้า ผู้กุมบังเหียนร้านเบเกอรี่สุดหรูที่แม้แต่เขาก็ต้องจองคิวล่วงหน้า
“สวัสดีครับคุณพศิน เชิญทางนี้ครับ” เสียงเจ้าภาพดังขึ้นต้อนรับ
พศินพยักหน้ารับอย่างไว้ตัว สายตาคมกราบกรานผ่านไปทางซุ้มอาหารหวานโดยไม่ได้ตั้งใจ ทว่า... จังหวะที่สายตาของเขากระทบเข้ากับร่างสคราญในชุดเดรสยาวสีมรกตเข้ารูปที่ยืนสง่นิ่งอยู่หลังโต๊ะแสดงขนม ฝีเท้าของนักธุรกิจหนุ่มก็ชะงักกくทันที
ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่อยากเชื่อสายตา สัญชาตญาณบางอย่างทำให้เขาหยุดเดิน และจ้องมองผู้หญิงคนนั้นราวกับต้องมนต์สะกด
ไม่ใช่... เธอไม่ใช่เชฟธรรมดา
ใบหน้านั้น รูปโฉมนั้น และโดยเฉพาะแววตาคู่คมที่ราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ คู่นั้น... มันคือรินรดา! อดีตภรรยาที่เขาเคยตอกย้ำอย่างไร้เยื่อใยและเซ็นใบหย่าไล่ส่งเธอออกไปจากชีวิตเมื่อสามปีก่อน
พศินรู้สึกเหมือนถูกกระชากลมหายใจออกไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยด้านชากลับเต้นกระหน่ำรัวจนเจ็บแปลบ ภาพผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เคยนั่งกอดเข่าร้องไห้ในบ้านหลังใหญ่ผุดขึ้นมาซ้อนทับกับหญิงสาวผู้สง่างามตรงหน้า รินรดาในวันนี้... งดงาม รัศมีเปล่งประกาย และเย่อหยิ่งจนเขารู้สึกแปลกประหลาดในอก
ความเงียบงันก่อตัวขึ้นระหว่างเขากับเธอ แม้จะมีผู้คนมากมายเดินขวักไขว่อยู่รอบกาย แต่โลกของพวกเขากลับหยุดหมุนลงตรงนั้น
รินรดาไม่ได้หลบสายตา เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันที่ส่งไปให้บางเบาจนแทบมองไม่เห็น เป็นรอยยิ้มที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึกของพศิน รอยยิ้มที่บอกชัดเจนว่า *‘คุณทำอะไรฉันไม่ได้อีกแล้ว’*
พศินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้น ความกระวนกระวายใจที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกำลังแผดเผาช่องอก เขาขยับฝีเท้าหมายจะก้าวเข้าไปหาเธอเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่ภาพลวงตา แต่ทว่า...
“คุณพ่อคะ! คุณแม่ขาซื้อไอศกรีมให้หนูหน่อยนะคะ!”
เสียงใสแจ๋วของเด็กผู้หญิงวัยสามขวบดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบ พร้อมกับร่างเล็กป้อมในชุดกระโปรงฟูฟ่องสีชมพูวิ่งดุ๊กดิ๊กตรงเข้ามาหารินรดาอย่างออดอเซาะ ก่อนที่มือเล็กๆ จะควชายกระโปรงของเธอไว้ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจที่มีดวงตากลมโตและรอยยิ้มพิมพ์เดียวกับคนตรงหน้าไม่มีผิดเพี้ยน
พศินช็อกค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำสองเข้าที่กลางกระบาล ร่างสูงแข็งทื่อราวกับรูปปั้น ดวงตาเบิกกว้างมองเด็กน้อยสลับกับรินรดาอย่างตื่นตระหนก เมื่อสมองประมวลผลได้ว่า... เด็กหญิงตัวน้อยคนนี้มีอายุไล่เลี่ยกับช่วงเวลาที่เขาเซ็นใบหย่าและขับไล่ภรรยาออกจากบ้านพอดี!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่บทเรียนแห่งความเจ็บปวดและการทวงคืนศักดิ์ศรีครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - เมฆหมอกสีชมพู
รสรักที่ปลายลิ้น กับคนรักที่(ไม่)อยากคืนดี•ตอนที่ 2
บังเอิญหรือตั้งใจ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสรักที่ปลายลิ้น กับคนรักที่(ไม่)อยากคืนดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!