รสรักที่ปลายลิ้น กับคนรักที่(ไม่)อยากคืนดี•ตอนที่ 3

สายตาที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลามาดากัสการ์และเนยสดแท้จากฝรั่งเศสที่ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องครัวสตูดิโอเบเกอรี่ “Le Cœur” ในยามบ่ายนี้ ช่างตัดกับความเย็นเยียบในบรรยากาศระหว่างคนสองคนอย่างสิ้นเชิง รินรดากำลังใช้พายยางปาดเนื้อครีมช็อกโกแลต ganache สีเข้มข้นลงบนเค้กแต่งงานสามชั้นอย่างประณีต ทุกท่วงท่าของเธอนิ่งสงบ เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยความมั่น มั่นใจในฝีมือ... และมั่นใจว่าเธอไม่ได้ต้องการสายตาคู่ที่กำลังจ้องมองมาจากมุมห้องนั้นเลยแม้แต่น้อย พศินยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางที่พยายามรักษาฟอร์มความเย่อหยิ่งเอาไว้ตามเคย แต่หากสังเกตให้ดี นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกลับสั่นไหวเล็กน้อยยามที่มองแผ่นหลังบางในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีม เขากำลังมองหา... มองหาเงาของภรรยาผู้แสนจืดชืดและยอมจำนนต่อเขาในทุกเรื่องราวเมื่อหลายปีก่อน ผู้หญิงที่เคยนั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารเย็นอย่างไร้จุดหมาย ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเครื่องประดับชิ้นหนึ่งในบ้านหลังใหญ่ ทว่า รินรดาในวันนี้ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว "คุณยังไม่กลับอีกหรือคะ คิวงานของฉันวันนี้หมดลงแค่ช่วงบ่าย และฉันมีธุระส่วนตัวที่ต้องทำต่อ เกรงว่าคงไม่มีเวลารับแขกที่ไม่ได้นัดหมายค่ะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง มือเรียวยังคงบรรจงตกแต่งกลีบดอกไม้ทำจากน้ำตาลฟองดองต์สีพาสเทลลงบนเค้กด้วยสมาธิอันแน่วแน่ พศินขยับตัว ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานหินอ่อนช้าๆ ความเงียบงันระหว่างพวกเขาในอดีตมักจะเป็นความอึดอัดที่เขาเป็นฝ่ายสร้างขึ้นด้วยความเย็นชา แต่ในยามนี้ ความเงียบกลับถูกแทนที่ด้วยแรงกดดันจากฝั่งของเธอ... ฝั่งของผู้หญิงที่เขาเคยผลักไส "ผมแค่... แวะมาดูร้านใหม่ของคุณ" พศินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ความเย่อหยิ่งในน้ำเสียงลดลงไปมากเมื่อเทียบกับวันที่เขาเซ็นใบหย่าให้เธออย่างไร้เยื่อใย "มันใหญ่โตและ... ต่างจากตอนที่เราอยู่ด้วยกันมาก คุณดูมีความสุขดีกับการทำสิ่งนี้" รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความอาลัยอาวรณ์ แต่เป็นเพราะความรู้สึกสมเพชเวทนาในความพยายามจะรื้อฟื้นของเขา เธอวางพายยางลงบนโต๊ะอย่างนิ่มนวล ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตสามี ดวงตากลมโตคู่นั้นนิ่งสนิทไร้ประกายความรักความหลงใหลเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกยิ่งกว่าคำด่าทอใดๆ "ความสุขของฉัน... เกิดจากการที่ฉันได้หลุดพ้นจากกรงขังที่คุณสร้างขึ้นต่างหากล่ะคะ คุณพศิน" คำพูดนั้นเฉียบคมราวกับมีดปลายแหลมที่กรีดลงกลางใจของชายหนุ่ม พศินชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับไม่เชื่อว่าคำพูดเหล่านี้จะหลุดออกมาจากริมฝีปากของผู้หญิงที่เคยอ้อนวอนขอความรักจากเขา ในอดีต... เขาไม่เคยสังเกตเห็นหยดน้ำตาที่เธอแอบซ่อนไว้หลังมื้ออาหารเย็นที่ไม่เคยมีเขาอยู่ร่วมโต๊ะ ไม่เคยใส่ใจเสียงถอนหายใจยาวๆ ในยามที่เธอนั่งรอเขาจนถึงตีสอง และไม่เคยแม้แต่จะชายตามองความพยายามในการทำขนมหวานชิ้นโปรดของเขา เพราะเขาคิดเสมอว่าเธอก็เป็นแค่ "ของตาย" ที่ไม่มีวันเดินจากไปไหน แต่ในวันนี้... สายตาที่เธอมองเขา มันคือสายตาที่มองคนแปลกหน้า ไร้ค่า และไม่มีน้ำหนักใดๆ ในชีวิตของเธออีกต่อไป "ริน... ผมรู้ว่าที่ผ่านมาผมอาจจะบกพร่อง..." พศินพยายามก้าวเข้ามาใกล้เธออีกก้าวหนึ่ง มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะแตะที่ข้อศอกของเธอเพื่อขอความเห็นใจ แต่รินรดากลับถอยหลังหลบอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขาเสมือนสิ่งปฏิกูล สายตาที่เبيّนมองเตือนสติเขาให้หยุดอยู่กับที่ "อย่าแตะต้องตัวฉันค่ะ" เธอกล่าวเสียงเรียบแต่เฉียบขาด "ถ้าคุณมาที่นี่เพียงเพื่อจะรำลึกความหลัง หรือมาเพื่อหาเศษเสี้ยวความคุ้นเคยจากอดีต ฉันเกรงว่าคุณจะเสียเที่ยว เพราะรินรดาคนเดิมที่โง่เขลาและรอคอยความรักจากคุณ ได้ตายไปตั้งแต่วันที่เราเซ็นใบหย่ากันแล้วค่ะ" ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาในอกของพศิน มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวอย่างที่เขาเคยเป็น แต่มันคือความรู้สึกหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างเมื่อตระหนักว่า... เขานี่เองที่เป็นคนทำลายเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตด้วยมือของตัวเอง เขากำมือแน่น พยายามหาคำพูดใดๆ มาแก้ตัว แต่ลำคอกลับตีบตันราวกับมีก้อนหินมาถ่วงไว้ ภาพความทรงจำเก่าๆ ย้อนกลับมาทำร้ายเขา รอยยิ้มจางๆ ที่เธอเคยส่งให้ในวันที่เขาปฏิเสธงานเลี้ยงวันเกิดของเธอ, เค้กช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆ ที่ละลายอยู่บนโต๊ะเพราะเขากลับบ้านดึก และแผ่นหลังที่สั่นเทาในคืนที่เธอยื่นใบหย่าให้โดยไม่มีแม้แต่คำแก้ตัว เขินอาย? เสียใจ? หรือสำนึกผิด? พศินตอบตัวเองไม่ได้ รู้เพียงแต่ว่าหัวใจที่เคยด้านชาของเขากำลังถูกบีบอัดด้วยความรู้สึกผิดที่หนักหน่วงจนแทบหายใจไม่ออก ในจังหวะที่บรรยากาศภายในห้องครัวกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงกริ่งใสๆ ที่ประตูหน้าร้านก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงเจื้อยแจ้วสดใสที่ดังแทรกเข้ามาทำลายความเงียบ "คุณแม่ขา! น้องปั้นสิบอยากกินมาการ์รอนรสสตรอว์เบอร์รีที่เหลือจากเมื่อวานค่ะ!" ร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยราวสามขวบเศษ ในชุดเสื้อยืดลายการ์ตูนน่ารักวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในโซนครัว ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเห็นว่ามีชายแปลกหน้าแปลกถิ่นยืนอยู่กับมารดา พศินหันขวับไปมองตามเสียงนั้นทันที ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเมื่อเด็กชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกรั้นๆ และโครงหน้าของเด็กน้อย... ช่างถอดแบบมาจากตัวเขาในวัยเด็กราวกับส่องกระจกเงา! รินรดารastหน้าซีดเผือดลงทันที มือที่ถือพายปาดเค้กสั่นเทาจนเกือบทำอุปกรณ์หลุดมือ เมื่อเห็นสายตาของพศินที่กวาดมองเด็กน้อยสลับกับใบหน้าของเธอด้วยความช็อกระคนไม่อยากเชื่อ "ริน..." พศินหันกลับมามองอดีตภรรยา เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "เด็กคนนี้... ลูกใคร?" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความเข้มข้นในบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - เมฆหมอกสีชมพู
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสรักที่ปลายลิ้น กับคนรักที่(ไม่)อยากคืนดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%