กลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลามาดากัสการ์และเนยแท้นำเข้าจากฝรั่งเศส คละคลุ้งอบอวลอยู่ภายในห้องครัวปิดกระจกใสของร้าน "Le Douceur" ทว่าบรรยากาศรอบตัวรินรดากลับเยียบเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก
ปลายนิ้วเรียวที่กำลังบรรจงแต่งหน้าเค้กช็อกโกแลตฟัดจ์ด้วยแผ่นทองคำเปลวบริสุทธิ์สะดุดกึกเล็กน้อย เมื่อเสียงเคาะกระจกเบาๆ จากด้านนอกดังขึ้น
พศินยืนอยู่ตรงนั้น...
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปที่เคยดูเนียบกริบ บัดนี้กลับมีรอยยับยู่ยี่ตรงช่วงปกเสื้อ คล้ายผ่านการขยำด้วยความเครียดมาอย่างยาวนาน ดวงตาคมกริบคู่นั้นแดงก่ำ ร่องรอยความตกตะลึงและคำถามที่ยังค้างคาจากเหตุการณ์เมื่อครู่ฉายชัดอยู่ในหน่วยตาคู่นั้นอย่างไม่คิดจะปิดบัง
เขากำลังมองมาที่เธอ... และมองผ่านไหล่เธอไปยังมุมพักผ่อนด้านหลัง ที่ซึ่งเด็กชายวัยสามขวบกำลังนั่งระบายสีรูปร่างขนมปังขิงอย่างเงียบเชียบ
รินรดาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตา เข็มนาฬิกาบนผนังเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความอึดอัดที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ศาสตราแห่งความเยือกเย็นถูกยกขึ้นมาตั้งรับอีกครั้ง ใบหน้างดงามเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น ราวกับสิ่งที่เขาเอ่ยถามออกไปเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงลมพัดผ่าน
ประตูห้องครัวถูกผลักเปิดออกด้วยมือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อย พศินก้าวเข้ามาในอาณาเขตของเธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับความเหนื่อยล้าลอยเข้าแตะจมูก ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว
"ริน..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือยิ่งกว่าเดิม ชายผู้เคยเย่อหยิ่งและเคยมองข้ามหยาดน้ำตาของเธอในอดีต บัดนี้กลับดูราวกับคนใกล้จะแตกสลาย "ฉันถามเธอว่า... เด็กคนนั้น..."
"ถ้าเรื่องงาน กรุณาติดต่อผ่านผู้จัดการร้านค่ะ คุณพศิน" รินรดาตัดบทขึ้นทันควัน น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว หรือแม้แต่ความประชดประชัน แต่มันกลับคมกริบยิ่งกว่ามีดปอกผลไม้ในมือเธอเสียอีก
พศินชะงัก ลมหายใจของเขาติดขัด ดวงตาคมกวาดมองอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ผู้หญิงที่เคยยืนรอเขาอยู่ที่บ้านอย่างไร้ค่า ผู้หญิงที่เคยใช้สายตาอ้อนวอนขอเศษเสี้ยวความสนใจจากเขาในอดีต บัดนี้... เธอยืนอยู่ตรงนี้ ในฐานะเชฟเจ้าของร้านเบเกอรี่ชื่อดังที่มีแต่คนไขว่คว้า และเธอกำลังมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ
"ริน... อย่าทำแบบนี้ เรามาคุยกันดีๆ เถอะ" พศินก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะที่ข้อศอกของเธอเพื่อยื้อยุด
"ถอยไปค่ะ" รินรดาถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว ปลายมีดในมือขยับตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ดวงตากลมโตตวัดกลับมามองเขาอย่างดุดัน รังสีความเยועยะเยือกแผ่ออกมาจากตัวเธอจนพศินต้องชะะงักค้าง "อย่าล้ำเส้นเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์นั้นแล้วค่ะ"
"ฉันเป็น..." พศินกลืนก้อนสะอื้นลงคอ คำว่า 'พ่อของเด็ก' ติดอยู่ที่ริมฝีปากแต่ไม่สามารถเปล่งออกมาได้เต็มเสียง หัวใจของเขาบีบตัวแน่นจนเจ็บแปลบ ภาพเด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตากลมโตและจมูกรั้นเหมือนเขาราวกับแกะ วิ่งวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า "เด็กคนนั้น... อายุสามขวบ... และหน้าตาเขา..."
"หน้าตาเขาจะเหมือนใคร มันก็เรื่องของกรรมพันธุศาสตร์ค่ะ อย่าสำคัญตัวผิดคิดว่าเป็นเจ้าของพันธุกรรมของทุกคนบนโลกใบนี้เลย" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังจนเลือดซิบ "เชิญออกไปจากห้องครัวของฉันค่ะ ลูกค้าด้านนอกกำลังรอรับบริการอยู่ การที่คุณมายืนเกะกะตรงนี้ กำลังทำให้ธุรกิจของฉันเสียหาย"
"รินรดา! ฟังฉันพูดให้จบ!" พศินเริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่ ความกดดันที่สะสมมานานทำให้เสียงของเขาเริ่มดังขึ้น มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "เธอท้องตอนที่เรายังไม่หย่ากัน... และเธอก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย วันที่เธอเซ็นใบหย่าให้ฉัน เธอกำลังอุ้มท้องลูกของฉันอยู่ใช่ไหม!"
บรรยากาศในห้องครัวตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องทำความเย็นที่ทำงานเบาๆ
รินรดาวางมีดลงบนเคาน์เตอร์อย่างช้าๆ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีตรงๆ ดวงตาคู่สวยพ่นประกายความเจ็บปวดในอดีตที่ถูกกักเก็บไว้ลึกสุดใจออกมาเป็นเสี้ยววินาที ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวที่น่ากลัว
"แล้วถ้าใช่... แล้วมันทำไมคะ?"
น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่ทรงพลังนั้นทำเอาพศินถึงกับผงะ ถอยหลังไปครึ่งก้าว รินรดาก้าวประชิดเข้าไปหาเขา รัศมีแห่งความกดดันถูกพลิกกลับมาอยู่ในมือของเธออย่างสมบูรณ์แบบ
"ในวันที่ฉันกราบกรานขอร้องให้คุณหันมามองเด็กในท้อง ในวันที่ฉันนอนร้องไห้แทบขาดใจเพราะคุณเอาแต่วิ่งตามผู้หญิงอีกคน... คุณทำอะไรคะ คุณพศิน? คุณบอกว่าฉันมันน่ารำคาญ คุณบอกว่าถ้าท้องนักก็ไปจัดการเอาเอง อย่าเอาภาระมาให้คุณ!" หยาดน้ำตาคลอเบ้าตารินรดา แต่มันไม่ได้ร่วงหล่นลงมาสักหยด มันคือหยาดน้ำตาแห่งความแค้นที่ถูกหลอมรวมให้กลายเป็นเกราะเหล็ก "แล้ววันนี้ คุณมีสิทธิ์อะไร... มีหน้ามาทวงถามหาความเป็นพ่อจากเด็กที่คุณเคยปัดทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใยดี!"
"ริน..." พศินหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก คำพูดทุกคำของเธอพุ่งเข้าเสียบแทงกลางใจเขาอย่างแม่นยำ ราวกับมีดที่กรีดลงบนแผลเก่าที่ไม่มีวันหาย "ฉัน... ฉันสำนึกผิดแล้ว... ฉันขอโทษ..."
"คำขอโทษของคุณมันราคาถูกเกินกว่าจะเอามาแลกกับรอยยิ้มของลูกฉันค่ะ" รินรดาพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นอย่างไร้ความปรานี "เชิญกลับไปซะ แล้วอย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก ถ้าคุณยังไม่อยากให้ฉันแจ้งข้อหาบุกรุกและคุกคามกิจการ"
พูดจบ รินรดาก็หันหลังให้เขาอย่างไร้เยื่อใย เธอหยิบอุปกรณ์แต่งหน้าเค้กขึ้นมาทำต่อราวกับว่าเขาเป็นเพียงธาตุอากาศที่ไม่มีตัวตน พศินยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น สมองขาวโพลน หัวใจชาดิก ร่างกายหนักอึ้งจนก้าวขาไม่ออก ความรู้สึกพ่ายแพ้และสำนึกบาปถาโถมเข้าใส่จนเขาแทบกระอักเลือด
เขาหมุนตัวเดินกลับออกมาด้วยความรู้สึกที่พังทลาย แต่ทว่า... ก่อนที่เขาจะก้าวพ้นประตูบานเลื่อนกระจก สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นกระดาษวาดเขียนบนโต๊ะของเด็กชายตัวน้อยที่นั่งอยู่มุมห้อง
ที่มุมกระดาษแผ่นนั้น มีลายมืออันสั่นเทาของเด็กน้อยเขียนชื่อกำกับไว้ด้วยตัวอักษรโย้เย้...
*เด็กชาย "กรณ์ พศินกุล"*
พศินเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม เมื่อตัวอักษรนามสกุลของเขาเองปรากฏเด่นชัดอยู่บนกระดาษของเด็กชายที่เขาเพิ่งปฏิเสธการพบปะอย่างเยשเย็นชา!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและส่งกำลังใจให้ "เมฆหมอกสีชมพู" เสมอนะคะ
รสรักที่ปลายลิ้น กับคนรักที่(ไม่)อยากคืนดี•ตอนที่ 4
สูตรลับที่ไม่เหมือนเดิม
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสรักที่ปลายลิ้น กับคนรักที่(ไม่)อยากคืนดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!