กลิ่นอายของดาร์กช็อกโกแลตแท้ 70 เปอร์เซ็นต์ที่ผสมผสานเข้ากับความกรุ่นหอมของเนยฝรั่งเศสแท้เกรดพรีเมียม ลอยอวลอบอวลอยู่ภายในห้องอบขนมขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยโทนสีโรสโกลด์และหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์
รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์กระจกใส ปลายนิ้วเรียวสวยที่สวมแหวนเพชรเม็ดเล็กเรียบหรูบรรจงตกแต่งแผ่นทองคำเปลวบริสุทธิ์ลงบนหน้าเค้กมูสชาเขียวมัทฉะ ชิ้นงานศิลปะกินได้ที่ผ่านกระบวนการคิดและลงมือทำอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอนสะท้อนภาพลักษณ์ของหญิงสาวผู้สง่างาม เด็ดเดี่ยว และไม่เหลือเค้าลางของภรรยาผู้เคยเจ็บปวดและยอมก้มหัวให้ใครอีกต่อไปแล้วค่ะ
"เชฟรินคะ แขกเริ่มทยอยเข้ามาในงานเปิดตัว 'The Velvet Spoon' กันแน่นขนัดแล้วค่ะ ทางด้านหน้าห้างหรูเริ่มหนาแน่นไปด้วยสื่อมวลชนและเซเลบริตี้ชื่อดังแล้วนะคะ"
เสียงของเลขาคนสนิทเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นระคนชื่นชม แต่รินรดากลับเพียงแค่พยักหน้ารับช้าๆ ดวงตากลมโตภายใต้ขนตางอนงามทอประกายเรียบนิ่ง ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก หรือแม้แต่ความตื่นเต้นดีใจใดๆ ทั้งสิ้น สำหรับเธอ วันนี้ไม่ใช่แค่เพียงวันเปิดร้านเบเกอรี่สุดหรูระดับไฮ엔ด แต่มันคือปฐมบทแห่งการประกาศศักดา... ว่าผู้หญิงคนที่เขาเคยผลักไสและเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีในอดีต ได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาจากกองเพลิงแห่งความอัปยศ ด้วยลำแข้งและหยาดเหงื่อของตนเองแล้วค่ะ
ห้าปีที่แล้ว... รินรดาคือภรรยาในทะเบียนสมรสที่ไร้ตัวตน เป็นเพียงแค่เครื่องประดับราคาถูกในบ้านของพศิน นักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและเย่อหยิ่งจองหอง เขามองเธอเป็นเพียงภาระ เป็นผู้หญิงน่าเบื่อที่วันๆ เอาแต่กลิ่นแป้งและน้ำตาล คอยก้มหน้าก้มตารอคอยความเมตตาจากสามีที่มักจะกลับบ้านพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงอื่นและคำพูดเชือดเฉือนที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
*“เธอจะทำตัวมีประโยชน์ขึ้นมาบ้างได้ไหมรินรดา นอกจากทำขนมจนบ้านเหม็นกลิ่นเนย ก็ไม่มีอะไรดีสักอย่าง”*
คำพูดร้ายกาจเหล่านั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในความทรงจำ ทุกหยดน้ำตาที่เคยรินไหลในคืนวันอันหนาเหน็บถูกหลอมรวมให้กลายเป็นความเย็นชาและแข็งแกร่ง ในวันที่เธออุท้องโตแปดเดือนแล้วถูกเขาเอ่ยปากไล่ออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย พร้อมกับข้อครหาว่าเด็กในท้องอาจไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของเขา... วันนั้น เธอกลืนกินความอับaายและคำดูแคลนทั้งหมดลงคอ เดินออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลพศินตัวเปล่าเล่าเปลือย พร้อมกับสัญญาใจที่กรีดลึกลงในกระดูกดำ ว่าวันหนึ่ง... เธอจะกลับมาเยือนโลกอันสูงส่งของเขาอีกครั้ง ในฐานะคนที่สูงส่งเสียจนเขาต้องแหงนคอมอง
"ริน พร้อมหรือยังคะ?" เสียงทุ้มต่ำของกรณ์ หุ้นส่วนหนุ่มหล่อผู้คอยประคับประคองเธอมาตลอดช่วงเวลาที่ยากลำบากดังขึ้น พร้อมกับยื่นมือมาแตะที่ไหล่บางเบาเพื่อเป็นการให้กำลังใจ
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำคลี่ยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่สวยงามไร้ที่ติ ทว่ากลับเย็นชาจนน่ากลัว "พร้อมค่ะกรณ์ ถึงเวลาที่เราจะเปิดม่านการแสดงกันเสียทีนะคะ"
ประตูบานใหญ่กระจกนิรกรีดทองถูกผลักเปิดออก แสงแฟลชจากกล้องนับสิบตัวสาดส่องเข้ามาประจันหน้าทันที บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจของเหล่าแขกเหรื่อผู้มีชื่อเสียงในสังคมไฮโซ รินรดาก้าวเดินออกไปทีละก้าวอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวสะกดทุกสายตาให้หยุดนิ่ง ชุดเดรสผ้าไหมสีเทาเงินเข้ารูปขับเน้นรูปร่างเพรียวระหงให้ดูทรงอำนาจและเย้ายวนในคราเดียวกัน รอยยิ้มพิมใจที่เธอมอบให้ผู้คนรอบกายช่างงดงามราวกับเจ้าหญิงแห่งวงการขนมหวาน แต่ใครเลจะล่วงรู้ว่า... เบื้องหลังรอยยิ้มนั้นซ่อนคลื่นพายุแห่งการเอาคืนที่พร้อมจะซัดสาดทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติบนเวที สายตาคมกริบของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างสูงสง่าของใครบางคน ที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่มุมมืดด้านหลังสุดของงาน
พศิน...
อดีตสามีผู้ไม่เคยชายตาแล ใบหน้าคมคายที่ยังคงความหล่อเหลาเย่อหยิ่งตามแบบฉบับชายหนุ่มผู้เพียบพร้อม ทว่าในยามนี้ ดวงตาคู่คมคู่นั้นกลับเบิกกว้างราวกับไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง จ้องมองมาที่เธอนิ่งสนิท ร่างสูงใหญ่แข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อตระหนักได้ว่าผู้หญิงทรงเสน่ห์ที่ยืนอยู่บนเวทีในฐานะเซฟชื่อดังและเจ้าของร้านเบเกอรี่มูลค่าหลายร้อยล้าน... คืออดีตภรรยาผู้เคยถูกเขากระทืบศักดิ์ศรีจนจมดิน
มือหนาของพศินกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง หัวใจที่เคยด้านชาและเย่อหยิ่งกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งช็อค ตะลึงงัน และ... ความโหยหาที่ถูกฝังกลบไว้ลึกสุดขั้วหัวใจกำลังกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง
รินรดาปะทะสายตากับเขาพอดิบพอดี เธอมองเห็นความสั่นไหวในแววตาคู่นั้นผ่านแสงไฟระยิบระยับของงาน มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่ส่งตรงไปถึงหัวใจของเขาโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ สักคำ...
และก่อนที่พศินจะทันได้ก้าวเท้าฝ่าฝูงชนเข้ามาหาเธอ เสียงฝีรบกวนเล็กๆ พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยห้าขวบก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังของเขาเสียก่อน
"คุณพ่อครับ... ทำไมคุณแม่คนนั้นสวยจังเลยครับ สวยกว่ารูปถ่ายในห้องนอนของปะป๊าอีกนะฮะ"
พศินสะดุ้งสุดตัว ก้มลงมองเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูที่มีดวงตากลมโตและริมฝีปากถอดแบบพิมพ์เดียวกับผู้หญิงบนเวทีราวกับแกะ ก่อนที่ดวงตาของพศินจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อเด็กน้อยเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้โลกทั้งใบของเขาสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น...
"แล้วทำไมคุณพ่อถึงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เลยล่ะครับ... หรือว่าคนนี้คือ 'คุณแม่' ที่ปะป๊าบอกว่าตามหามาตลอดห้าปีฮะ?"
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่บทเรียนแห่งความเจ็บปวดและการทวงคืนศักดิ์ศรีครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - เมฆหมอกสีชมพู
รสรักที่ปลายลิ้น กับคนรักที่(ไม่)อยากคืนดี•ตอนที่ 1
รสชาติของความขมขื่น
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสรักที่ปลายลิ้น กับคนรักที่(ไม่)อยากคืนดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!