เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กกระทบพื้นโต๊ะห้องประชุมกระจกใสระฟ้าดังสนั่น จนผู้บริหารอาวุโสหลายท่านในห้องถึงกับสะดุ้งเฮือก พศินในยามนี้ไม่ได้หลงเหลือมาดนักธุรกิจหนุ่มผู้เยือกเย็นและไร้ที่ติอย่างที่เคยเป็น ดวงตาคมกริบที่มักฉายแววเหนือกว่าเสมอ บัดนี้กลับมีเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับมานานนับสัปดาห์
"ผมต้องการให้พวกคุณทบทวนตัวเลขงบประมาณโครงการพัฒนาโรงแรมบูติกสาขาใหม่ทั้งหมด! ตัวเลขที่เสนอมามันหละหลวมเกินไป หรือสมองของพวกคุณเริ่มฝ่อกันหมดแล้วถึงดูไม่ออกว่ามันมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนย่อยยับ!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้กลับเจือไปด้วยความเกรี้ยวกราดอย่างไร้เหตุผล จนคุณหญิงอรพรรณ กรรมการอาวุโสผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทมากับตระกูลของพศิน ต้องวางปากกาลงช้าๆ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ด้วยแววตานิ่งสนิทที่แฝงไปด้วยความผิดหวัง
"คุณพศินคะ..." คุณหญิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมจนทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ "ดิฉันคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขงบประมาณหรอกค่ะ แต่มันอยู่ที่สติและสมาธิของคุณต่างหาก ตลอดสองชั่วโมงของการประชุม คุณเอาแต่มองนาฬิกาข้อมือ ถอนหายใจอย่างไร้ความอดทน และใช้อารมณ์ตัดสินทุกวาระการประชุม แบบนี้หรือคะคือผู้บริหารที่บอร์ดบริหารควรฝากอนาคตของบริษัทไว้"
ประโยคเตือนสติที่ตรงไปตรงมานั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง พศินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความพ่ายแพ้ในเรื่องส่วนตัวที่สั่งสมมาตั้งแต่รินรดาเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย กำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี เขากำลังสูญเสียการควบคุม... ทั้งเรื่องหัวใจ และเรื่องงานที่เคยเป็นฐานอำนาจเดียวที่เขายึดเหนี่ยว
"โปรดระวังคำพูดของคุณด้วยครับคุณหญิง..." พศินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้องเขม็ง "ผมยังเป็นประธานกรรมการบริหาร และผมมีสิทธิ์เต็มที่ในการปฏิเสธข้อเสนอที่ไร้คุณภาพเหล่านี้!"
"แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาใช้อารมณ์เหนือเหตุผลในห้องประชุมคณะกรรมการค่ะ!" เสียงทุ้มทรงอำนาจของท่านประธานใหญ่ หรือก็คือคุณลุงของพศินเองดังขึ้นขัดจังหวะจากหัวโต๊ะ พศินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อหันไปสบตากับผู้มีพระคุณ "พศิน... ช่วงนี้เธอเป็นอะไร งานที่เคยเนี้ยบ ตอนนี้กลับมีข้อผิดพลาดติดๆ กัน ลูกค้าวีไอพีหลายรายเริ่มบ่นเรื่องความล่าช้า ถ้าเธอยังแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานไม่ได้ ก็ควรพักผ่อนเสียบ้าง ก่อนที่เก้าอี้ตรงนั้นจะหลุดลอยไปโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว"
คำขู่ที่แฝงมากับความจริงอันโหดร้ายทำให้พศินนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้ เขารู้ดีว่าต้นตอของความบกพร่องเหล่านี้มาจากไหน ภาพของรินรดาในชุดผ้ากันเปื้อนเปื้อนแป้งทำขนม รอยยิ้มจางๆ ที่เธอมักจะมีให้ลูกค้าในร้านเบเกอรี่เล็กๆ แห่งนั้น—ร้านที่ประสบความสำเร็จจนน่าตกใจโดยไม่ต้องพึ่งพิงบารมีตระกูลของเขา—กำลังตามหลอกหลอนเขาทุกค่ำคืน
ผู้หญิงคนที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาตามตัว เป็นของตายที่ไม่มีวันบินหนีไปไหน บัดนี้กลับยืนหยัดอย่างสง่างามบนลำแข้งของตัวเอง ทิ้งให้เขาจมปลักอยู่กับกองเศษซากของความเย่อหยิ่งที่แหลกสลาย
หลังการประชุมอันน่าอึดอัดสิ้นสุดลง พศินก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวด้วยความหงุดหงิดระคนว้าวุ่น เขากระชากเนกไทสีเข้มออกโยนลงบนโซฟาอย่างไม่ใยดี ก่อนจะเดินไปหยุดยืนหน้ากระจกใสบานยักษ์ที่มองเห็นทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครเบื้องล่าง
นิ้วเรียวยาวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดเบอร์โทรที่เขาจำขึ้นใจ—เบอร์ของเลขานุการส่วนตัวที่เขาสั่งให้คอยสอดส่องความเป็นไปของร้านเบเกอรี่ 'The Sweet Memoir' ของรินรดา
"ว่ามา... วันนี้เธอทำอะไรบ้าง ได้พบใครแปลกหน้าหรือเปล่า" พศินกรอกเสียงลงไปทันทีที่ปลายสายรับ
*(เสียงถอนหายใจจากปลายสาย)* "คุณพศินคะ ดิฉันเกรงว่า... วันนี้คุณคงไม่อยากฟังรายงานเรื่องนี้เท่าไหร่นะคะ"
พศินขมวดคิ้วมุ่น ความหวาดระแวงพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ "หมายความว่ายังไง พูดมา!"
"คือ... มีลูกค้าหนุ่มรูปหล่อคนหนึ่งค่ะ ดูท่าทางจะเป็นนักธุรกิจแถวหน้าในวงการนำเข้านาฬิกาหรู สัปดาห์นี้เขามาที่ร้านของคุณรินรดาติดต่อกันเป็นวันที่สามแล้วค่ะ แถม... แถมเขายังช่วยเธอจัดร้านและขับรถพาเธอไปเลือกซื้อวัตถุดิบที่ตลาดนำเข้าด้วยกันเมื่อวานนี้ด้วยค่ะ ดูท่าทางสนิทสนมกันเกินกว่าลูกค้าปกติมากทีเดียวค่ะ"
ฉับพั้นนั้น โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน พศินรู้สึกเหมือนมีใครเอาค้อนหนักๆ มาทุบลงกลางอกจนจุกแน่น ลมหายใจสะดุดกึก มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาด้วยความหึงหวงและโกรธเกรี้ยวที่ตีรวนขึ้นมาจนควบคุมไม่อยู่
"ใคร..." เขาเค้นเสียงถาม ร่างกายชาวาบไปทั้งแถบ "ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร!"
"เอ่อ... ทางเรากำลังสืบประวัติอยู่นะคะ แต่เบื้องต้นทราบว่าชื่อ 'ภาคิน' เป็น..."
พศินตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่รอฟังคำอธิบายต่อ เขากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนหน้าจอแทบร้าว ความอดทนทั้งหมดที่มีพังทลายลงในพริบตา ความคิดที่จะปล่อยวางหรือปล่อยให้เธอไปเริ่มต้นใหม่ถูกแผดเผาจนมอดไหม้ด้วยเพลิงแห่งความหึงหวง
เขาจะไม่ยอม... ไม่มีวันยอมให้ผู้ชายหน้าไหนมาแทนที่เขาในชีวิตของรินรดาเด็ดขาด!
พศินคว้าสูทตัวนอกมาสวมลวกๆ แล้วก้าวยาวๆ ออกจากห้องทำงานทันที โดยไม่สนใจเสียงเรียกของเลขาฯ ที่วิ่งตามมาท้วงเรื่องตารางงานภาคบ่าย เขาก้าวขึ้นรถยนต์ส่วนตัวแล้วเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปจากตึกสูงระฟ้า มุ่งหน้าไปยังเป้าหมายเดียวที่จะดับความเร่าร้อนในอกเขาได้ในเวลานี้
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง รถหรูสีดำสนิทจอดเทียบฟุตบาทหน้าร้านเบเกอรี่ 'The Sweet Memoir' บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของเนยและวานิลลาที่ลอยออกมาตามสายลมที่เปิดประตู พศินก้าวลงจากรถด้วยท่าทีคุกคาม ดวงตาคมกวาดมองผ่านกระจกใสเข้าไปด้านใน
ภาพที่เห็นบาดลึกเข้าไปในดวงตา... รินรดากำลังยืนยิ้มแย้มพูดคุยอยู่กับชายหนุ่มหน้าตาดีสวมสูทเนี๊ยบ ภาคินกำลังยื่นมือออกไปปัดเศษแป้งที่ติดอยู่ข้างแก้มเนียนใสของเธออย่างทะนุถนอม และรินรดาก็ไม่ได้หลบเลี่ยงแถมยังหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างมีความสุข รอยยิ้มแบบนั้น... รอยยิ้มที่แท้จริงและสดใสแบบนั้น เขาไม่เคยได้รับมันมานานนับปีตั้งแต่แต่งงานกัน!
ความโกรธพุ่งทะยานถึงขีดสุด พศินผลักประตูร้านเปิดผางเข้าไป เสียงกระดิ่งลมเหนือประตูดังกรุ๊งกริ๊งประสานกับสายตาของผู้คนในร้านที่หันมามองเป็นตาเดียว
รินรดาหันขวับมาตามเสียง เมื่อเห็นว่าเป็นใคร รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็จางหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยแววตาเย็นชาและห่างเหินราวกับมองคนแปลกหน้า
"คุณพศิน... เชิญออกไปจากร้านของฉันด้วยค่ะ ที่นี่ไม่ต้อนรับคนไม่มีมารยาท" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดใจ
พศินก้าวเท้าเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์ ชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นขยับตัวเข้ามาบังหน้าเธอไว้เล็กน้อยด้วยท่าทีปกป้อง ซึ่งยิ่งทำให้พศินเลือดขึ้นหน้า เขากำหมัดแน่นพร้อมจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อไอ้หน้าอ่อนนี่ให้รู้สำนึก
ทว่า ก่อนที่พศินจะได้เอ่ยปากพ่นถ้อยคำดูถูกใดๆ ออกมา สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบนเคาน์เตอร์ไม้ขัดมัน—กรอบรูปใบเล็กที่คว่ำหน้าอยู่ครึ่งหนึ่ง แต่แรงลมจากการเปิดประตูทำให้ภาพข้างในขยับเอียงเผยให้เห็นบางส่วน
มันคือภาพถ่ายของเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สองขวบ ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบพิมพ์นิยมมาจากกระจกเงาของเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
พศินชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจในเสี้ยววินาทีนั้นเอง...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดราม่าครั้งนี้นะคะ
**- เมฆหมอกสีชมพู -**
รสรักที่ปลายลิ้น กับคนรักที่(ไม่)อยากคืนดี•ตอนที่ 13
รอยร้าวที่ขยายวง
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสรักที่ปลายลิ้น กับคนรักที่(ไม่)อยากคืนดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!