รสรักที่ปลายลิ้น กับคนรักที่(ไม่)อยากคืนดี•ตอนที่ 16

ชิ้นส่วนที่หายไป

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
ความเงียบงันในห้องรับรองพิเศษของร้าน ‘Sweet Veranda’ นั้นหนักหน่วงเสียยิ่งกว่าก้อนหินที่ถ่วงอยู่กลางอก กลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลามาดากัสการ์และเนยแท้จากฝรั่งเศสที่ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความตึงเครียดเจือจางลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งขับเน้นความอึดอัดให้เด่นชัดขึ้น ราวกับฉากละครเวทีที่ตัวละครทุกตัวกำลังยืนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความลับที่พร้อมจะขาดผึ่งได้ทุกเมื่อ ดวงตาคมกริบของพศินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาเพียงน้อยนิดที่หาได้ยากยิ่งจากนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลผู้ควบคุมทุกสถานการณ์ได้เสมอ ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคออย่างกะทันหัน ราวกับถูกกระชากออกไปจนหมดสิ้น ร่างกายที่เคยตั้งตรงสง่างามกลับแข็งทื่อราวกับถูกคำสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อสายตาของเขาประสานเข้ากับเด็กชายตัวน้อยที่ยืนหลบอยู่หลังชายกระโปรงของรินรดา เด็กชายคนนั้น... ดวงตากลมโตเป็นประกายจดจ้องมองมาที่เขาด้วยความหวาดระแวงเล็กน้อย จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงหน้าช่วงกรามที่ถอดแบบมาจากตัวเขาในวัยเด็ก ราวกับนำกระจกเงามาตั้งสะท้อนไม่มีผิดเพี้ยน พศินรู้สึกเหมือนมีค้อนเหล็กอันใหญ่มาทุบซ้ำลงกลางใจ ความจริงที่เขาไม่เคยแม้แต่จะกล้าจินตนาการกำลังกรีดร้องใส่หน้าเขาอย่างเงียบๆ ภาพอดีตเมื่อหลายปีก่อนย้อนกลับมาหลอกหลอน ในวันที่รินรดาเดินจากไปพร้อมกับคราบน้ำตาและร่องรอยความบอบช้ำที่เขาเป็นคนฝัง "นะ... นี่มัน..." พศินเปล่งเสียงออกมาได้อย่างยากเย็น น้ำเสียงที่เคยทรงอำนาจและราบเรียบกลับสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ สายตาของเขายังคงตรึงอยู่ที่เด็กชายตัวน้อย "ริน... นี่มันหมายความว่ายังไง?" รินรดาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกอย่างที่เขาคาดคิด ใบหน้าหวานนิ่งสนิท ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววเจ็บปวดและยอมจำนนในอดีต บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยความเข้มแข็งที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากรอยแผลเป็น เธอก้มลงลูบศีรษะของเด็กชายเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโยค ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก "สวัสดีค่ะคุณพศิน ดูท่าทางคุณคงจะประหลาดใจสินะคะ ที่ได้เห็นว่าโลกใบนี้มันกลมเสียจนเราหนีความจริงไม่พ้น" เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น แต่ทว่าทุกถ้อยคำกลับบาดลึกราวกับคมมีด "เด็กคนนี้..." พศินก้าวเท้าออกไปข้างโดยไม่รู้ตัว มือหนาสั่นเทาเล็กน้อย เขายื่นมือออกไปราวกับต้องการจะไขว่คว้าบางสิ่งที่หลุดลอยไป แต่รินรดากลับก้าวเท้าขยับตัวบังร่างเล็กของลูกชายไว้มิดชิด สายตาที่เธอมองมาเต็มไปด้วยการปกป้องและปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย "ถอยไปค่ะคุณพศิน คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมองหน้าลูกของฉันด้วยซ้ำ" คำว่า 'ลูกของฉัน' กระแทกเข้าที่โสตประสาทของพศินอย่างจัง หัวใจของเขาบีบรัดจนเจ็บแปลบ ความรู้สึกผิดบาปที่เขาพยายามกลบฝังไว้ด้วยความเย่อหยิ่งและงานกองโต ตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ภาพที่รินรดาต้องทนทุกข์ทรมานในบ้านหลังนั้น ภาพที่เขาเคยเมินเฉยต่อหยดน้ำตาของเธอ ย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาอย่างสาสมในวินาทีนี้ "ริน... ผมขอโทษ..." คำพูดที่เขาคิดว่าชาตินี้ไม่มีวันเอ่ยออกปาก กลับหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก พศินทรุดตัวลงคุกเข่าลงกับพื้นพรมราคาแพงอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอเชิงกายภาพ แต่เป็นเพราะหัวใจของเขาแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดีเมื่อตระหนักว่า สิ่งที่เขาทำลายลงด้วยมือของตัวเองในอดีต คือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต "ผมไม่รู้... ผมไม่เคยรู้เลยว่า..." "ใช่ค่ะ คุณไม่เคยรู้ และคุณก็ไม่เคยใส่ใจที่จะรับรู้ด้วยซ้ำ!" รินรดาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือด้วยความอัดอั้นที่เก็บกดมานานหลายปี หยดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้า แต่มันไม่ได้ร่วงหล่นลงมาเพื่อแสดงความอ่อนแอ มันคือหยดน้ำตาแห่งเพลิงแค้นที่พร้อมจะแผดเผาคนที่สำนึกผิดในตอนนี้ "วันที่ฉันกราบกรานขอความเห็นใจจากคุณ วันที่ฉันบอกคุณว่าฉันเจ็บปวดแค่ไหน คุณทำอะไรคะคุณพศิน? คุณไล่ฉันออกจากบ้านราวกับฉันเป็นแค่เศษขยะไม่มีค่า!" "ริน... ได้โปรด ให้โอกาสผมได้แก้ไข..." พศินเงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาที่เคยแข็งกร้าวและหยิ่งทะนง บัดนี้เต็มไปด้วยความเวทนาและสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง เขายอมแม้กระทั่งทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี เพื่อแลกกับการได้ไถ่บาป "แก้ไขเหรอคะ?" เชฟสาวหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขสิ้นดี มันคือเสียงหัวเราะที่เยาะหยันโชคชะตาและตัวผู้ชายตรงหน้า "ความเสียหายที่คุณสร้างขึ้นมันพังทลายลงไปหมดแล้วค่ะคุณพศิน ขนมที่อบพลาดไปแล้ว ต่อให้คุณพยายามเติมน้ำตาลลงไปอีกสักกี่กิโลกรัม รสชาติมันก็ไม่มีทางกลับมาหวานอร่อยเหมือนเดิมได้หรอกค่ะ มีแต่จะยิ่งเลี่ยนจนน่าสะอิดสะเอ่วน่ะสิคะ" เด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ด้านหลัง ดึงชายเสื้อของรินรดาเบาๆ พร้อมกับกระซิบถามด้วยเสียงใสซื่อ "คุณแม่ครับ... ผู้ชายคนนี้เป็นใครทำไมถึงร้องไห้ล่ะครับ?" คำถามนั้นราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจของพศิน เขาหันไปมองเด็กชายด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรักความอาลัยและความเจ็บปวดในคราเดียวกัน พศินพยายามจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างกับลูกชาย แต่รินรดากลับรีบอุ้มเด็กน้อยขึ้นแนบอก แล้วถอยหลังหนีห่างออกไปทันที "อย่าแม้แต่จะคิดแตะต้องแกค่ะพศิน" รินรดากล่าวเสียงแข็ง แววตาเด็ดเดี่ยว "คุณสูญเสียสิทธิ์นั้นไปตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าและหยิบยื่นความอัปยศให้ฉันแล้วค่ะ" พูดจบ รินรดาก็หันหลังเดินอุ้มลูกชายมุ่งหน้าไปยังประตูทางออกหลังร้านทันที โดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามองอดีตสามีที่ยังคงคุกเข่าจมอยู่กับความเจ็บปวดบนพื้นห้อง พศินมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความสิ้นหวัง เขารู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียทุกอย่างไปตลอดกาล ลมหายใจของเขาร้อนผ่าว ร่างกายชาดิ่งไปหมด แต่ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าวิ่งตามออกไปนั้น สายตาของเขาก็บังเอิญเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นพรม ใกล้กับจุดที่รินรดายืนอยู่เมื่อครู่ มันคือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกเปิดอ้าไว้ และมีมุมของกระดาษเอกสารสีขาวโผล่อออกมาเล็กน้อย พศินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขาเอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาด้วยความลังเล ก่อนจะดึงแผ่นกระดาษข้างในออกมาดู ทันทีที่สายตาคมกริบกวาดมองข้อความและตัวเลขบนหัวกระดาษแผ่นนั้น ลมหายใจของเขาก็ต้องหยุดชะงักลงอีกครั้ง... ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวลงชั่วขณะ เมื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่บนเอกสารฉบับนั้น ไม่ใช่แค่ผลตรวจสุขภาพอย่างที่เขาคิด แต่มันคือ... เอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้นทั้งหมดของบริษัทพศินกรุ๊ป ที่ถูกโอนย้ายไปยังชื่อของบุคคลปริศนา... และลายเซ็นกำกับด้านล่างนั้น ก็ไม่ใช่ของใครอื่น ไกลตัวเลยแม้แต่น้อย! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและสะใจในบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ เมฆหมอกสีชมพู
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสรักที่ปลายลิ้น กับคนรักที่(ไม่)อยากคืนดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%