"คุณป๋าขา! ทำไมคุณป๋าถึงมาแอบกอดคุณแม่ล่ะฮะ?"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยราวๆ สี่ขวบดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบงันภายในห้องรับรองวีไอพีอย่างไม่รู้ประสา รินรดาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่กลางใจ รีบผลักอกแกร่งของพยัคฆ์ออกทันทีด้วยแรงทั้งหมดที่มี ขณะที่ชายหนุ่มหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดระคนฉุนเฉียวที่ถูกขัดจังหวะ แต่แล้ว... ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและดุดันกลับต้องเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงจนแทบลืมหายใจ
เมื่อร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นวิ่งเตาะแตะเข้ามาใกล้ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา... ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้น ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากตัวเขาเองราวกับส่องกระจกเงา!
ดวงตาสีดำสนิทคู่คม จมูกโด่งรั้นเป็นสัน และโดยเฉพาะริมฝีปากหยักได้รูปที่แม้จะยังเป็นเด็ก แต่มันก็ชัดเจนเสียจนพยัคฆ์รู้สึกเหมือนถูกค้อนมหึมาทุบลงกลางศีรษะ
ความเงียบงันอันน่าอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ รินรดารีบพุ่งตัวไปคว้าแขนเล็กของเด็กชายเข้ามาหลบไว้ข้างหลังทันที สองมือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยแต่แววตาที่มองตรงมายังอดีตสามีกลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและกำแพงหนาเตอะที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต
"น้องกรณ์... ออกมาทำไมลูก แม่บอกให้นั่งรออยู่ที่ห้องแต่งตัวไม่ใช่เหรอคะ" เสียงของรินรดาสั่นพร่าเล็กน้อย พยายามควบคุมไม่ให้ความตื่นตระหนกหลุดลอดออกมาให้อีกฝ่ายได้ใจ
พยัคฆ์ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาดุจพญาเหยี่ยวคมกริบกวาดมองเด็กชายสลับกับใบซีดเผือดของอดีตภรรยา หัวใจที่เคยด้านชาและถูกแช่แข็งไว้ด้วยความเย่อหยิ่ง กลับกระหน่ำเต้นรัวด้วยแรงกระแทกจากความจริงบางอย่างที่กำลังพุ่งเข้าชน สมองของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลประมวลผลอย่างรวดเร็ว—สี่ขวบ... เด็กคนนี้อายุสี่ขวบ! ซึ่งเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวพอดีกับวันที่เขาและเธอหย่าร้างกัน และเป็นช่วงที่เธอย้ายหายไปจากชีวิตเขาอย่างไร้ร่องรอย!
"รินรดา..." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยลอดไรฟัน ดวงตาคมกวาดมองเธอด้วยประกายไฟที่ยากจะคาดเดา "นี่มันหมายความว่ายังไง... เด็กคนนี้เป็นใคร?"
"ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องรู้ค่ะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นพยายามสลัดความกลัวทิ้งไป เธอกระชับร่างเล็กของลูกชายเข้าสู่อ้อมกอดแน่นขึ้น "กรุณาถอยไปค่ะ เราไม่มีธุระอะไรที่จะต้องคุยกันอีก และฉันคิดว่าการที่เราเจอกันวันนี้ เป็นความผิดพลาดตั้งแต่แรก"
พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา อำนาจ บารมี และอิทธิพลที่เขามีถูกงัดขึ้นมาใช้เพื่อกดดันหญิงสาวตรงหน้าทันที ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างคุกคาม จนรินรดาต้องถอยร่นจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
"คิดว่าฉันจะปล่อยให้เธอเดินหนีไปพร้อมกับ... 'เลือดเนื้อเชื้อไข' ของฉันอย่างนั้นเหรอ รินรดา?" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่น่ากลัว เต็มไปด้วยความเยືือกเย็นและดุดันที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า "สี่ปีที่เธอหายหัวไป เธอจงใจซ่อนลูกของฉันอย่างนั้นสินะ กล้ามากนะรินรดา ที่กล้าท้าทายอำนาจของพยัคฆ์คนนี้!"
"คุณไม่มีสิทธิ์!" รินรดาโต้กลับเสียงกร้าว ดวงตาสองข้างร้อนผ่าวด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่ถูกกักเก็บไว้มานานหลายปี "วันที่ฉันเซ็นใบหย่า วันที่คุณเหยียบยยำศักดิ์ศรีของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี วันที่คุณบอกว่าฉันเป็นแค่นางบำเรอไร้ค่า... คุณเป็นคนตัดขาดทุกอย่างเองไม่ใช่เหรอคะ ทำไมตอนนี้ถึงทำท่าเหมือนคนสูญเสียสิทธิ์ล่ะ!"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นพุ่งตรงเข้าปักอกพยัคฆ์ราวกับลูกศรอาบยาพิษ เขาส2สายตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธกรำ ความรู้สึกผิดและบาปหนาในอดีตตีรวนขึ้นมาในอก แต่ทิฐิและนิสัยจอมบงการที่ฝังรากลึกกลับไม่ยอมให้เขาพ่ายแพ้ มือหนาเอื้อมไปบีบปลายคางมนของเธอไว้แน่น บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา บังคับให้เธอรับรู้ถึงอำนาจที่เหนือกว่าที่เธอบังอาจปฏิเสธไม่ได้
"ใช่... ฉันเคยโง่เง่าในอดีต แต่จำใส่สมองของเธอเอาไว้ให้ดีนะรินรดา ว่าตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว!" พยัคฆ์โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความดุดันทำให้รินรดารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง "ในเมื่อเธอกล้าซ่อนสมบัติล้ำค่าของฉันไว้ตั้งสี่ปี เตรียมตัวรับบทลงทัณฑ์จากการกระทำของตัวเองได้เลย... เพราะต่อจากนี้ไป เธอและลูกจะต้องอยู่ใต้เงาของฉัน ไม่มีวันหนีพ้น!"
"ปล่อยฉันนะ! คนใจร้าย ปล่อยคุณแม่ผมนะฮะ!"
เสียงเล็กๆ ของน้องกรณ์ที่พยายามใช้มือป้อมๆ ทุบตีเข้าที่เรียวขาแกร่งของพยัคฆ์เพื่อปกป้องมารดา ทำให้ชะตากรรมของบทสนทนาชะงักงัน พยัคฆ์ก้มลงมองเด็กชายแวบหนึ่ง ก่อนจะช้อนสายตากลับมามองหญิงสาวใต้ร่างที่กำลังส่งสายตากล้าหาญแต่แฝงไปด้วยความหวาดหวั่นปะปนกัน
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความรู้สึกพ่ายแพ้และคับแค้นใจตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เธอรู้ดีว่าอำนาจเงินและอิทธิพลมืดของพยัคฆ์สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ การต่อกรกับเขามีแต่จะทำให้เธอกับลูกพังพินาศ แต่จะให้เธอก้มหัวยอมจำนนให้เขาย่ำยีหัวใจซ้ำสอง... ไม่มีทางเสียหรอก!
ในจังหวะที่พยัคฆ์กำลังจะเอאปากประกาศคำขาดครั้งสุดท้าย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของเลขาคนสนิทที่เปิดพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือซองเอกสารสีน้ำตาลลับเฉพาะยื่นให้ผู้เป็นนายด้วยมือสั่นเทา
"นายครับ... ผลตรวจ DNA ด่วนพิเศษ... ออกมาแล้วครับ!"
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบและอินไปกับตัวละครนะคะ!
ทัณฑ์พิศวาสของจอมบงการกับความร้าวรานที่เขาลืม•ตอนที่ 2
สายตาที่เย็นชา
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์พิศวาสของจอมบงการกับความร้าวรานที่เขาลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!