ทัณฑ์พิศวาสของจอมบงการกับความร้าวรานที่เขาลืม•ตอนที่ 1

หวนคืนสู่สนามรบ

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
เสียงปรบมือเกรียวกราวราวกับคลื่นซัดสาดระลอกใหญ่ในห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางมหานคร กลิ่นอายของความสำเร็จอบอวลเคล้าคลอไปกับกลิ่นแชมเปญชั้นเลิศและน้ำหอมราคาแพงระยับ ทว่าสำหรับ "พยัคฆ์" แล้ว ทุกสรรพเสียงรอบกายกลับเงียบงันราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เมื่อร่างระหงในชุดราตรีสีดำสนิทเปิดหลังเว้าลึกก้าวขึ้นสู่เวที รินรดา... ชื่อนั้นกรีดลึกลงในความรู้สึกของเขา ร่างบางที่เคยเป็นเพียงเงาจางๆ ในคฤหาสน์หลังใหญ่ของผู้ทรงอิทธิพล บัดนี้กลับยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าด้วยท่าทีสง่างาม เยือกเย็น และเปล่งประกายเจิดจ้าจนแสบตา ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มีความอ่อนแอหรือออดอ้อนรอคอยความเมตตาปรานีจากเขาอีกต่อไป มีเพียงความราบเรียบดั่งผิวน้ำนิ่งสงบที่ซ่อนพายุร้ายไว้เบื้องล่าง ในฐานะซีอีโอคนใหม่ของแบรนด์คู่แข่งระดับโลกที่กำลังจะเข้ามาโค่นลบัลลังก์ธุรกิจของเขาในค่ำคืนนี้ "ยินดีต้อนรับการกลับมาอย่างเป็นทางการค่ะ คุณรินรดา" เสียงพิธีกรกล่าวต้อนรับก้องกังวาน แต่สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีของพยัคฆ์กลับไม่ยอมละไปจากใบหน้านั่นเลยแม้แต่วินาทีเดียว หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกโดยไร้สาเหตุ ราวกับร่างกายและจิตใต้สำนึกของเขากำลังร่ำร้องหาเจ้าของร่างบางนี้ ทั้งที่สมองส่วนเหตุผลพยายามบอกตัวเองว่าผู้หญิงคนนี้เป็นเพียงแค่อดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไม่ใยดีเมื่อหลายปีก่อน รินรดากวาดสายตามองฝูงชนเบื้องล่างด้วยความมั่นใจ ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่แถวหน้าสุด นัยน์ตาของพยัคฆ์เต็มไปด้วยความคุกกรุ่น ความกระหายใคร่รู้ และแรงปรารถนาอันรุ่มร้อนที่พยายามกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย มุมปากอิ่มของหญิงสาวกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เย้ยหยันและท้าทายในคราวเดียวกัน รอยยิ้มที่กรีดแทงหัวใจของจอมบงการผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ให้แหลกสลายลงกับตา "ขอบคุณทุกท่านสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นค่ะ" น้ำเสียงหวานใสแต่ทรงพลังกังวานผ่านไมโครโฟน "การกลับมาครั้งนี้ของดิฉัน... ไม่ใช่แค่เพียงการสร้างธุรกิจใหม่ แต่เป็นการทวงคืนทุกสิ่งที่เคยสูญเสีย และพิสูจน์ให้เห็นว่า ดอกไม้ที่เคยถูกเหยียบย่ำจนจมดิน ก็สามารถเติบโตเป็นหนามแหลมที่พร้อมจะทิ่มแทงผู้ที่เคยทำลายมันได้เช่นกันค่ะ" สิ้นคำประกาศนั้น เสียงฮือฮาก็ D-ดังขึ้นทั่วห้องจัดเลี้ยง นักข่าวรัวชัตเตอร์กันสนั่นหวั่นไหว ทว่าพยัคฆ์กลับรู้สึกราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางฝูงชน ความเย่อหยิ่งและทระนงตนของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลถูกสั่นคลอนด้วยรัศมีอันแข็งแกร่งของอดีตภรรยาที่เขาจำได้เพียงว่าเธอเคยเป็นผู้หญิงเจ้าน้ำตาและอ่อนแอ ทันทีที่งานเลี้ยงเปิดตัวสิ้นสุดลง และแขกเหรื่อเริ่มทยอยเคลื่อนย้ายไปยังโซนรับรองส่วนตัว รินรดาตั้งใจจะปลีกตัวหลบออกทางประตูดังกล่าว ทว่าข้อมือเรียวกลับถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนร่างทั้งร่างปลิวไปปะทะกับแผงอกกว้างที่คุ้นเคย กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และแอลกอฮอล์ราคาแพงโชยเข้าแตะจมูก "ปล่อยนะค่ะ!" รินรดาอุทานออกมาอย่างตกใจ พยายามบิดข้อมือหนีจากการเกาะกุมที่แน่นหนาราวกับคีมเหล็ก "คิดจะเล่นเกมอะไร, รินรดา?" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความโกรธกรำ ดวงตาคมกริบสีนิลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะแผดเผา "เธอคิดว่าการแต่งตัวสวยแล้วมาประกาศสงครามกับฉันบนเวทีนี้ จะทำให้เธอชนะฉันได้งั้นเหรอ?" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ความหวาดกลัวที่เคยมีในอดีตมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความแค้นเคืองและหัวใจด้านชาที่ถูกหล่อหลอมขึ้นใหม่ "ชัยชนะหรือความพ่ายแพ้... คุณพยัคฆ์น่าจะรู้ดีกว่าใครไม่ใช่เหรอคะ?" หญิงสาวแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดำขลับวาววับด้วยหยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้นที่ถูกกลืนกลับลงไป "ในเมื่อคุณเป็นคนสอนให้ดิฉันรู้ว่าโลกใบนี้ไม่มีที่ยืนให้กับคนอ่อนแอ... ดิฉันก็แค่นำบทเรียนที่คุณเคยสอน มาใช้กับคุณในวันนี้ไงคะ!" คำพูดเชือดเฉือนนั้นทำให้พยัคฆ์ชะงักไป ความรู้สึกบางอย่างที่ขาดหายไปในห้วงความทรงจำช่วงวิกฤตชีวิตเมื่อปีก่อนพยายามประเดประดอนเข้ามาในหัวสมองจนปวดร้าว เขารู้สึกเหมือนคนกำลังจะจมน้ำ และรินรดาคือสิ่งเดียวที่จะช่วยชีวิตเขาไว้ได้ มือหนาละจากข้อมือเลื่อนขึ้นมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น จนลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นหนึ่งเดียว "ฉันไม่สนใจอดีตอะไรทั้งนั้น..." น้ำเสียงของพยัคฆ์เปลี่ยนเป็นแหบพร่า ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก "ฉันรู้แค่ว่า... ตอนนี้เธอกำลังทำให้ฉันคลั่ง และฉันจะไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีไปไหนอีกเป็นครั้งที่สอง" "คุณไม่มีสิทธิ์..." คำปฏิเสธถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบที่ทั้งดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความโหยหาแผดเผาความตั้งใจทั้งหมดของรินรดาให้มอดไหม้ ความคุ้นเคยจากสัมผัสที่เธอเคยยอมจำนนกรีดกรายไปทั่วร่าง สร้างความปั่นป่วนที่ยากจะต้านทาน แม้จิตสำนึกจะร้องเตือนให้ผลักไส แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการตอบสนอง ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะปนกันทำให้ห้องพักรับรองส่วนตัวแคบลงถนัดตา พยัคฆ์ตวัดแขนรวบตัวเธอเข้ามาชิดแนบกายแน่นขึ้น มือหนาสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมยาวสลวยเพื่อตรึงท้ายทอยให้รับจูบอันลึกซึ้งและเรียกร้องมากยิ่งขึ้น ปลายลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ สร้างความสั่นสะท้านไปตามไขสันหลังของหญิงสาว ความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชาพังทลายลงในพริบตา สัมผัสจากปลายนิ้วแข็งแกร่งที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่าภายใต้ชุดราตรี ส่งกระแสความวาบหวามแล่นริ้วไปทั่วทุกอณูผิว ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ รินรดารู้สึกราวกับกำลังจะจมดิ่งลงไปในห้วงเสน่หาอันตรายที่ชายหนุ่มจงใจถักทอขึ้นเพื่อครอบงำเธออีกครั้ง หัวใจที่ด้านชาเริ่มเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะเร่าร้อน ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนที่เต็มไปด้วยพันธนาการแห่งตัณหาและความเจ็บปวดที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา ทว่า... ในวินาทีที่พยัคฆ์กำลังจะผละกายเข้าหาความหวานล้ำที่เขากระหาย เสียงเคาะประตูก็กรีดแทงบรรยากาศอันเร่าร้อนให้หยุดชะงักลง "คุณพ่อคะ! คุณแม่บอกว่าใกล้เวลาขึ้นเครื่องแล้วนะคะ..." เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยราวๆ สี่ขวบดังแทรกเข้ามาพร้อมกับเปิดประตูผลักเข้ามาในห้องรับรองอย่างไม่รู้ประสา รินรดาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ รีบผลักอกแกร่งออกทันที ขณะที่พยัคฆ์หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่ดวงตาคมกริบจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้สบตากับเด็กชายตัวน้อยที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับตนเองราวกับถอดแบบออกมาจากพิมพ์เดียวกัน! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและรสชาติความสะใจในบทแรกนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์พิศวาสของจอมบงการกับความร้าวรานที่เขาลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%