"เจ้าเด็กนี่... เสียสติไปแล้วหรือไร"
เสียงอุทานปนความหวาดหวั่นของเซเลียดังลอดผ่านกระแสจิตเข้ามาในหัวของผม ทว่าในวินาทีที่ดวงตาคู่โตสีแดงฉานของบอสลับระดับอีลีทอย่าง 'ราชันย์อัคคีทมิฬ' เปล่งประกายวาบขึ้นในความมืดมิดของดันเจี้ยนชั้นที่สี่ ผมกลับแย้มยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่สุภาพเรียบร้อยและจริงใจราวกับเด็กหนุ่มผู้กำลังต้อนรับลูกค้าเข้าร้านอาหาร แต่ในมือขวากลับกำก้อนหินกรวดสีดำสนิทที่คนอื่นมองว่าเป็นเพียงเศษขยะไร้ค่าไว้แน่น
ก้อนหินอัคนีผุกร่อน—นั่นคือชื่อที่ระบบปรากฏขึ้นมาเมื่อผมใช้เนตรวิเคราะห์ตรวจสอบมัน
"คุณเซเลียครับ ถอยหลังไปสามก้าวแล้วกางบาตรเวทคุ้มกันมุมซ้ายไว้ให้ดีนะคับ" ผมเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
"เจ้าจะบ้าหรือ! นั่นคือแกนพลังงานดิบของอสูรบรรพกาล แรงระเบิดของมันเพียงนิดเดียวก็สามารถเผาร่างของเจ้าให้กลายเป็นจุลได้ในพริบตา!" หญิงสาวกัดฟันกรอด แม้ร่างโปร่งแสงของเธอจะแสดงอาการลังเล แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็ทำให้เธอยอมถอยหลังไปตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด
โฮกกกกกกกก!
เสียงคำรามสะท้านปฐพีดังขึ้นพร้อมกับคลื่นความร้อนระอุที่แผดเผาจนอากาศบิดเบี้ยว ร่างมหึมาของราชันย์อัคคีทมิฬพุ่งทะยานเข้าใส่ด้วยความเร็วเหนือเสียง กรงเล็บที่อาบไล้ด้วยเปลวเพลิงสีครามพุ่งตรงมาหมายจะบดขยี้ร่างของผมให้แหลกเป็นผุยผงในคราเดียว
ในสายตาของฮันเตอร์ทั่วไป นี่คือความตายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่ในสายตาของผม... นี่คือวัตถุดิบชั้นเลิศที่กำลังสุกได้ที่
ผมไม่หลบ ไม่ถอย และไม่แม้แต่จะยกโล่ขึ้นป้องกัน ร่างกายของผมเคลื่อนไหวไปตามจังหวะการคำนวณของระบบที่อัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์ สมองกลยุทธ์ทำงานด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัม
*เป้าหมาย: จุดอ่อนบริเวณลิ้นปี่*
*เงื่อนไข: ต้องใช้ความร้อนระดับสองพันองศาในการละลายเกราะป้องกันชั้นนอก*
*ทรัพยากรในมือ: เศษหินอัคนีผุกร่อน (ค่าสถานะ: ปฏิกิริยาลูกโซ่ความร้อน)*
ฟึบ!
ผมก้าวหลบคมเล็บที่เฉียดผ่านปลายจมูกไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร กลิ่นไหม้ของเส้นผมโชยเข้าจมูกพร้อมกับความร้อนที่แผดเผาผิวหนังจนแสบร้อน ทว่าจังหวะนั้นเอง มือขวาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังก็ดีดเศษหินกรวดก้อนนั้นพุ่งตรงเข้าไปในปากอ้าค้างที่กำลังคำรามของบอสลับอย่างแม่นยำราวกับจับวาง!
"อึก...!"
บอสลับชะงักกึก ดวงตาสีแดงฉานเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มันพยายามจะคายสิ่งแปลกปลอมนั้นออกมา แต่ทว่า...
ติ๊ง!
[ระบบตรวจพบการทำปฏิกิริยากระตุ้นธาตุไฟบริสุทธิ์]
[ทำการแปลงสภาพ 'เศษหินอัคนีผุกร่อน' ให้กลายเป็น 'สารละลายแกนอัคคี' ภายในร่างเป้าหมาย]
[อัตราความสำเร็จ: 100%]
ตูมมมมมมมมมมม!
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับภูเขาไฟระเบิดดังขึ้นจากภายในช่องอกของราชันย์อัคคีทมิฬ เปลวเพลิงสีครามพวยพุ่งทะลักออกมาจากปาก ดวงตา และทุกรูขุมขนของมัน ร่างมหึมาที่เคยองอาจและน่าเกรงขามบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมาน ก่อนจะทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นดิน แรงสั่นสะเทือนทำให้ผนังดันเจี้ยนถึงกับสั่นคลอน ฝุ่นผงและเศษหินร่วงหล่นลงมาราวกับหิมะโปรยปราย
เซเลียอ้าปากค้าง ดวงตาสีมรกตของเธอบอกเลิกความรู้สึกหวาดกลัวและเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงอย่างสุดซึ้ง เธอมองดูเด็กหนุ่มหน้าตาเป็นมิตรที่ยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าด้วยท่าทางสุภาพเรียบร้อย ราวกับเขาเพิ่งจะจัดการแมลงตัวเล็กๆ ไม่ใช่การสังหารบอสลับระดับอีลีทที่กิลด์ใหญ่ระดับประเทศยังต้องใช้ฮันเตอร์แรงค์ S ถึงสิบคนในการปราบปราม
"มะ... เมื่อครู่นี้ เจ้า... ทำอะไรลงไป?" เสียงของเซเลียสั่นเครือเล็กน้อย ความเยือกเย็นและมาดมั่นของนักเวทอารักษ์โบราณหายวับไปกับตา
ผมหันกลับมาส่งยิ้มพิมพ์ใจให้เธอ พร้อมกับโค้งตัวลงเล็กน้อยอย่างมีมารยาทแบบสุภาพบุรุษ
"ผมก็แค่ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่านั้นเองครับคุณเซเลีย... ในโลกใบนี้ ไม่มีสิ่งใดบนโลกที่ไร้ค่าหรอกครับ แม้แต่เศษหินก้อนเล็กๆ หากเรามองเห็นโครงสร้างที่แท้จริงของมัน มันก็มีค่ามากกว่าทองคำแท่งนับร้อยก้อนเสียอีกนะครับ"
คำพูดของผมทำให้เซเลียถึงกับนิ่งงัน เธอมองหน้าผมสลับกับซากมหึมาของบอสที่ค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองแสงสีทองอร่าม
ติ๊ง!
[ยินดีด้วย! ผู้เล่น 'รัน' ได้สังหาร 'ราชันย์อัคคีทมิฬ' (Bossลับ ระดับ S)]
[เงื่อนไขการพิชิตสำเร็จ 100%]
[ระบบทำการคำนวณค่าประสบการณ์... ทำการอัปเลเวลแบบก้าวกระโดด!]
[เลเวลเพิ่มขึ้นจาก 12 สู่ 35!]
[ปลดล็อกสกิลใหม่: 'เนตรหลอมรวมทมิฬ' (ระดับ Legend)]
[ปลดล็อกคลังสมบัติลับขั้นที่สองของดันเจี้ยน]
กระแสพลังงานมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่ร่างของผมอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อทุกมัดถูกหล่อหลอมและเสริมความแข็งแกร่งขึ้นในชั่วพริบตา ความรู้สึกอิ่มเอมและทรงพลังแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย มันไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่งทางกายภาพ แต่เป็นอำนาจที่แท้จริง อำนาจที่จะทำให้ผู้คนที่เคยเหยียดหยามผมต้องก้มหัวลงแทบเท้า
"เลเวลสามสิบห้า..." เซเลียพึมพำกับตัวเองด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "เติบโตแบบก้าวกระโดดภายในพริบตาเดียว... เจ้าไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดาแล้ว รัน เจ้าเป็นใครกันแน่?"
ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที รอยยิ้มสุภาพยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ดวงตาคมกริบมองทอดเลยไปยังความมืดมิดของทางเดินเบื้องหน้าที่เพิ่งเปิดออกจากการปลดล็อกคลังสมบัติลับ
แสงสว่างเรืองรองสีม่วงเข้มสาดส่องออกมาจากประตูหินบานใหญ่ที่กำลังเลื่อนเปิดออกช้าๆ กลิ่นอายโบราณอันทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจนน่าขนลุก และที่สำคัญที่สุด... เสียงฝีเท้าของใครบางคน หรือ 'บางสิ่ง' กำลังเดินย่างสามขุมออกมาจากความมืดมิดนั้น
ฝีเท้าที่หนักหน่วง... และเต็มไปด้วยจิตสังหารที่เข้มข้นยิ่งกว่าบอสตัวไหนๆ ที่เราเคยเจอมา
เซเลียหน้าถอดสีทันที เธอยกคทาขึ้นตั้งรับด้วยมือที่สั่นเทา "รัน... นั่นมันไม่ใช่พลังของมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนชั้นนี้... มีบางอย่างกำลังออกมาจากคลังสมบัติ!"
ผมหรี่ตามองเงาร่างที่ค่อยๆ ก้าวพ้นความมืดออกมา รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยแววตาที่เยือกเย็นและจริงจังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
ร่างนั้นไม่ใช่สัตว์อสูร... แต่เป็นชายหนุ่มในชุดเกราะฮันเตอร์สีเงินยวง ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกสลักด้วยรอยแผลเป็น และที่สำคัญที่สุด... บนอกเสื้อของเขามีตราสัญลักษณ์รูป 'กางเขนเลือด' ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกิลด์ใหญ่อันดับหนึ่งที่ควรจะอยู่ที่ชั้นยี่สิบ ไม่ใช่ชั้นที่สี่แห่งนี้!
"สวัสดี... เจ้าหนูสวะที่กิลด์ตามหาตัวพลิกแผ่นดิน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ย "ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอแกในสภาพที่เลเวลกระโดดขึ้นมาได้ขนาดนี้... น่าสนใจดีนี่"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความตื่นเต้นนี้นะครับ
ลงดันเจี้ยนวันละนิด ชีวิตพิชิตเซียนอัคคี•ตอนที่ 2
เศษหินก้อนนั้นมีค่ามากกว่าทองคำ
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลงดันเจี้ยนวันละนิด ชีวิตพิชิตเซียนอัคคี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
