“ลบ! ลบเดี๋ยวนี้เลยนะทัพฟ้า! นายห้ามอ่าน ห้ามแคป ห้ามเอาไปประจานลงกลุ่มวิศวะเด็ดขาด!”
ฉันพุ่งตัวเข้าใส่เหมือนแมวสติแตก มือไม้คว้าสะเปะสะปะหมายจะแย่งสมาร์ทโฟนเจ้ากรรมจากมือคนตัวสูงที่ยืนกอดอกนิ่งเป็นหิน แต่ทัพฟ้ากลับชูมือขึ้นสูงจนฉันที่แม้จะใส่รองเท้าส้นตึกยังต้องเขย่งจนน่องตึงไปหมด
“ใจเย็นน่าพายออ... จะรีบทำลายหลักฐานไปไหนล่ะ”
เสียงทุ้มต่ำของเขาเจือไปด้วยความขบขัน รอยยิ้มมุมปากนั่นน่ะ... มันน่าหมั่นไส้จนฉันอยากจะกัดไหล่เขาสักที! เขาไม่ได้ขยับหนีด้วยซ้ำ แค่เบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยตามจังหวะที่ฉันพุ่งเข้าใส่ ราวกับกำลังเล่นกับลูกแมวที่พยายามจะตะปบเหยื่อแต่พลาดเป้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ไม่เย็นแล้ว! ก็นายเห็นหมดแล้วนี่! ส่งผิด! มันคืองานที่ดราฟต์ไว้ต่างหากเล่า!” ฉันตะโกนกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้า หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ก็ข้อความนั้นมันเขียนว่า ‘ชอบทัพฟ้ามากนะ... ยิ่งเห็นหน้ายิ่งอยากดึงมาจุ๊บ’ ใครจะไปคิดล่ะว่ามือมันจะลั่นกดส่งไปตอนจังหวะที่เน็ตค้างพอดี!
ทัพฟ้าเลิกคิ้วมองฉันนิ่งๆ ก่อนจะค่อยๆ หย่อนมือลงมาในระดับสายตา เขาไม่ได้กดลบ แต่มันหน้าจอที่แสดงข้อความนั้นหันมาทางฉันตรงๆ
“งานดราฟต์? งานโปรเจกต์ของนิเทศฯ เขาใช้ศัพท์คำว่า ‘จุ๊บ’ กันด้วยเหรอครับคุณรวิปรียา?”
“ไอ้คนบ้า! ก็... ก็แค่ลองแต่งประโยคไง! อย่ามาทำหน้ากวนประสาทนะ!” ฉันหันหลังหนี เดินกระแทกเท้าเข้าไปในห้องนอนแล้วล็อคประตูทันที ทิ้งให้คนข้างนอกหัวเราะร่วนเหมือนถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง
.
.
ผ่านไปสามชั่วโมง... งานโปรเจกต์ที่ต้องส่งพรุ่งนี้เช้าเหมือนจะกลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของชีวิต โปรแกรมตัดต่อที่ค้างไปรอบที่สี่ทำให้ฉันแทบอยากจะกรีดร้องออกมาเป็นภาษามนุษย์ต่างดาว ฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะคอมพิวเตอร์ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความกดดันและล้าเกินจะทน
ก๊อก ก๊อก...
เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะถูกแง้มออกโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต ทัพฟ้าเดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยไอศกรีมรสนมฮอกไกโดเจ้าดังในมือ เขาวางมันลงบนโต๊ะข้างๆ แล็ปท็อปของฉัน ก่อนจะถือวิสาสะลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ
“กินก่อน เดี๋ยวค่อยทำต่อ”
“ไม่อร่อย... ไม่กิน... จะเอางานให้เสร็จ” ฉันงึมงำ พยายามจะพิมพ์คีย์บอร์ดต่อด้วยมือที่สั่นเทา
“ถ้าไม่กิน จะแย่งเมาส์ไปซ่อนนะ” เขาขู่สั้นๆ แต่ทว่าเสียงกลับนุ่มนวลจนน่าประหลาด “บ่นมาสิ... จะด่าอาจารย์ จะด่าเพื่อนร่วมกลุ่ม หรือจะด่าโปรแกรมห่วยๆ นี่ก็ได้ ผมอนุญาตให้นายบ่นใส่ผมได้เต็มที่เลย”
ฉันหันขวับไปมองเขา เห็นแววตาที่ไม่มีความกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความใจเย็นที่ส่งผ่านมาให้ “...มันยากมากเลยนะทัพฟ้า โปรเจกต์นี้ฉันทำแทบตายแต่เหมือนคนในกลุ่มไม่มีใครช่วยกันเลย ฉันเหนื่อยจนอยากจะถอนตัวแล้วเนี่ย!”
ฉันเริ่มระบายทุกอย่างที่อัดอั้น ทัพฟ้าไม่ได้เถียง ไม่ได้แก้ตัว หรือแม้แต่จะแนะนำอะไรเลย เขาแค่ฟัง... มือหนาหยิบช้อนตักไอศกรีมขึ้นมาจ่อที่ริมฝีปากฉันเป็นระยะ คอยเช็ดคราบเปื้อนที่มุมปากอย่างเบามือ
“บ่นพอหรือยัง? ถ้ายังไม่พอ บ่นต่อได้นะ ผมมีเวลาฟังทั้งคืน”
จังหวะนั้นเองที่กำแพงในใจฉันพังทลายลง ความขี้โวยวายที่เคยมีหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่แล่นผ่านเข้าสู่หัวใจอย่างไม่ทันตั้งตัว... ทำไมคนปากเสียที่ชอบแกล้งกันถึงได้อ่อนโยนกับฉันขนาดนี้นะ
“ทัพฟ้า...”
“หืม?”
“ขอโทษเรื่องแชทอันนั้นนะ... ที่บอกว่าชอบ... คือฉัน...”
ก่อนที่ฉันจะได้แก้ตัวจนจบประโยค เสียงแจ้งเตือนจากมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นรัวๆ จนหน้าจอสว่างจ้า ทัพฟ้าชำเลืองมองไปที่หน้าจอนั้น ก่อนที่แววตาพราวระยับจะเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่น่ากลัว
ข้อความจาก ‘กรณ์’ เด้งขึ้นมาในแชทกลุ่ม:
*‘เห้ยพายออ! เมื่อกี้ไอ้ทัพมันโทรมาอวดกูว่ามึงสารภาพรักมันแล้วนะเว้ย! มันบอกว่าแผนอ่อยสำเร็จแล้ว มึงโดนมันปั่นหัวเข้าให้แล้วนังตัวแสบ!’*
ฉันมองแชทนั้นสลับกับใบหน้าของคนที่เพิ่งนั่งฟังฉันบ่นด้วยความใจดีเมื่อครู่ ทัพฟ้ายังคงถือช้อนค้างไว้อยู่ แต่ในดวงตาคู่นั้น... กลับมีเงาของความเจ้าเล่ห์ที่ฉันไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน
“ปั่นหัวเหรอ?” ฉันเค้นเสียงถาม มือค่อยๆ เลื่อนไปจับแก้วน้ำที่วางอยู่ข้างตัว
“เดี๋ยวสิพายออ ฟังก่อน...” ทัพฟ้าเปลี่ยนสีหน้าเป็นเลิ่กลั่กทันที
“ฟังอะไร! ไอ้คนหลอกลวง! ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!”
“เดี๋ยว! มันไม่ใช่แบบนั้น... ไอ้กรณ์มันมั่ว!” เขาพยายามจะคว้ามือฉัน แต่ทว่า... จู่ๆ เสียงเคาะประตูห้องจากฝั่งหน้าบ้านก็ดังขึ้นแทรกกลางความวุ่นวายเสียก่อน
‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก!’
“ทัพฟ้า! มึงเปิดประตูให้กูหน่อย! กูพาน้องรหัสที่มึงฝากให้กูดูแลมาส่งแล้ว! บอกว่ามึงนัดน้องไว้ไม่ใช่เหรอ!”
เสียงกรณ์ตะโกนเข้ามาลั่นห้อง ทัพฟ้าชะงักกึก ส่วนฉันที่เพิ่งจะเชื่อใจเขาไปเมื่อครู่ ถึงกับมือสั่นด้วยความโกรธที่พุ่งทะลุปรอท!
ทัพฟ้าหันมามองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซวย “...พายออ คือเรื่องนี้ผมอธิบายได้...”
“อธิบายกับน้องรหัสนายไปเลยไป!” ฉันผลักอกเขาสุดแรงจนเขาล้มตึงไปกับพื้น ก่อนจะเดินไปกระชากประตูห้องนอนเปิดออก... แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้าประตูห้องนั่งเล่นกลับไม่ใช่กรณ์อย่างที่คิด
ทว่ากลับเป็นหญิงสาวหน้าตาสวยเฉี่ยวในชุดเดรสรัดรูปที่ยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับมองมาที่ฉันด้วยสายตาเย็นเยียบราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ!
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ฝากเป็นกำลังใจให้พีชชี่เบอร์รี่และลุ้นไปกับยัยพายออในตอนถัดไปด้วยนะคะ!
ยัยตัวแสบกับแผนลับจับรูมเมตคลั่งรัก•ตอนที่ 11
เมื่อแมวขู่กลายเป็นแมวอ้อน
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับจับรูมเมตคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!