"ถ้าคุณยังไม่เลิกสืบเรื่องนี้ รินรดา... บางทีสิ่งที่หายไปอาจจะไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่มันจะเป็นตัวคุณเองนั่นแหละที่จะหายไปจากโลกนี้"
เสียงทุ้มต่ำของอคินไม่ได้ดังมาจากความโกรธ แต่มันเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งที่เกาะตัวบนกระจกหน้าต่าง เขาวางแฟ้มเอกสารเก่าคร่ำคร่าลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดังปัง จนรินรดาต้องสะดุ้งตัวโยน มือบางที่กำถ้วยชาเย็นชืดอยู่ถึงกับสั่นระริก เธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่เรียบเฉยราวกับรูปปั้นสลักของเขา พยายามอ่านความหมายที่ซ่อนอยู่ใต้ดวงตาสีเข้มคู่นั้น แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว
"คุณต้องการจะบอกอะไรกันแน่คะ อคิน?" รินรดาถาม เสียงของเธอแหบพร่า "เรื่องสถานรับเลี้ยงเด็กที่ถูกไฟไหม้เมื่อยี่สิบปีก่อน มันมีอะไรมากกว่าแค่โศกนาฏกรรมใช่ไหม? ทำไมชื่อของฉันถึงไปปรากฏอยู่ในบันทึกการส่งตัวของตระกูลที่ไม่มีอยู่จริง"
อคินไม่ตอบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินผ่านร่างของเธอไปที่ผนังห้องด้านหนึ่ง มือหนาเอื้อมไปแตะรอยร้าวบนวอลล์เปเปอร์ลายดอกไม้ที่เริ่มลอกร่อนตามกาลเวลา "คุณเคยได้ยินเสียงกระซิบจากผนังไหม รินรดา?"
รินรดาขมวดคิ้ว "คุณเพ้อเจ้ออะไรของคุณ"
"บางที... บางบ้านไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยอิฐและปูน แต่มันถูกถักทอด้วยความลับของผู้ที่เคยอาศัยอยู่ก่อนหน้า" เขากดนิ้วลงไปบนรอยร้าวอย่างแรง จนรินรดารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นจังหวะที่ผิดเพี้ยนไป
ค่ำคืนนั้น... รินรดากลับมาที่ห้องพักเพียงลำพัง ความเงียบงันภายในห้องดูเหมือนจะหนักอึ้งกว่าปกติ เธอทิ้งตัวลงนอนบนเตียง แต่ดวงตากลับไม่อาจหลับใหล ภาพความฝันที่วนเวียนมาราวกับเงาตามตัวเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ใช่ฝันถึงสถานรับเลี้ยงเด็กที่คุ้นเคย แต่มันคือห้องโถงกว้างใหญ่ที่มีกลิ่นอายของไม้หอมผสมกับกลิ่นเลือดจางๆ ในความฝัน เธอเห็นหญิงสาวคนหนึ่งในชุดกระโปรงยาวสีขาวครีม กำลังใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามผนังที่ปูด้วยไม้สักทอง หญิงสาวคนนั้นหันมามองเธอ ใบหน้าของหล่อนงดงามราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับกลวงโบ๋และเปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้า
*‘อย่ามองหาสิ่งที่ถูกฝังไว้... รินรดา’*
เสียงกระซิบที่คุ้นเคยลอยมากระทบข้างหู รินรดาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง ห้องทั้งห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง แต่ในความเงียบนั้นเอง เธอกลับได้ยินเสียง ‘ขูดขีด’ เบาๆ ดังมาจากผนังด้านหัวเตียง
มันไม่ใช่เสียงหนู... แต่มันเหมือนเสียงเล็บของใครบางคนกำลังตะกุยพยายามจะออกมาจากอีกด้านของผนัง
รินรดาค่อยๆ ขยับกายลงจากเตียง หัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึก เธอตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้ผนังผืนนั้น มือสั่นเทาเอื้อมไปแตะวอลล์เปเปอร์ที่นูนออกมาผิดปกติ เธอออกแรงฉีกมันออกช้าๆ กระดาษแผ่นบางขาดวิ่นเผยให้เห็นพื้นผิวไม้ที่เก่าคร่ำคร่า และที่นั่น... มีรูเล็กๆ รูหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนถูกจงใจเจาะขึ้นมาเพื่อมองทะลุออกไป
เธอตัดสินใจก้มลงมองผ่านรูนั้นด้วยความหวาดกลัว
ภาพที่เห็นผ่านรูเล็กๆ นั้นไม่ใช่ผนังห้อง แต่เป็นภาพของห้องทำงานของอคินในขณะนี้! เขากำลังยืนหันหลังให้ผนัง ในมือถือเข็มทิศทองเหลืองโบราณที่สั่นไหวอย่างรุนแรง และที่น่าขนลุกยิ่งกว่านั้น คือภาพของ 'หญิงสาวชุดขาว' ในฝันของเธอ กำลังยืนซ้อนทับอยู่ด้านหลังของอคินโดยที่เขาไม่รู้ตัว!
หญิงสาวคนนั้นหันหน้ามามองตรงมาที่รูที่รินรดากำลังแอบมองอยู่ รอยยิ้มบิดเบี้ยวค่อยๆ คลี่ออกช้าๆ ก่อนที่หล่อนจะวางนิ้วชี้ไว้บนริมฝีปากเป็นเชิงห้ามปราม
ทันใดนั้นเอง... อคินก็หมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็วราวกับรู้ตัว เขาก้าวเท้าตรงมายังผนังที่เธอแอบมองอยู่ ดวงตาสีเข้มของเขาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นดวงตาของรินรดาจ้องกลับมาผ่านรูนั้น รอยยิ้มที่เขาไม่เคยแสดงออกมาให้ใครเห็นพลันปรากฏขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับเสียงพึมพำที่ดังทะลุผนังเข้ามาถึงหูของเธออย่างชัดเจน
"ในที่สุด... คุณก็พบว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้มีไว้ให้เราอยู่อาศัย แต่มันมีไว้ให้เรา 'ขัง' อะไรบางอย่างไว้ตั้งแต่ต้น... รินรดา ที่รัก"
สิ้นคำพูดนั้น พื้นห้องของรินรดาก็สั่นสะเทือนรุนแรงจนโคมไฟบนเพดานร่วงลงมาแตกกระจาย ในขณะที่ผนังด้านหน้าของเธอกำลังปริแยกออก เผยให้เห็นโพรงมืดมิดที่มีไอเย็นจัดแผ่ออกมา และจากความมืดนั้น... มือสีขาวซีดที่ไร้เล็บนับสิบข้างก็ยื่นออกมาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับตุ๊กตาโบราณในบทนี้ หวังว่าความเย็นเยียบจะยังคงเกาะกุมหัวใจของคุณรี้ดจนรออ่านตอนถัดไปไม่ไหวเลยนะคะ
เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 5
เสียงกระซิบจากผนัง
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!