"อย่าแม้แต่จะคิดที่จะเปิดลิ้นชักนั้นรินรดา... ของบางอย่างมันถูกล็อคไว้ไม่ใช่เพื่อกันขโมย แต่เพื่อกันไม่ให้คนไร้เดียงสาอย่างคุณต้องจบชีวิตลง"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยบาดลึกลงในโสตประสาท รินรดาสะดุ้งจนหัวใจแทบกระดอนออกมาจากอก มือที่กำลังสั่นระริกของเธอชะงักค้างอยู่เหนือคันโยกเหล็กเก่าคร่ำคร่าในห้องเก็บเอกสารใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธี ความมืดมิดรอบกายไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเงาร่างสูงใหญ่ที่ทอดตัวยาวอยู่ตรงประตูทางออก
เธอค่อยๆ หันกลับไป พบกับสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งของ 'อคิน' ทนายความหนุ่มที่มักจะปรากฏตัวในจังหวะที่โชคชะตาเล่นตลกกับเธอเสมอ
"คุณเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่?" รินรดาถาม เสียงของเธอแหบพร่า พยายามบังคับมือที่สั่นเทาให้ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อ "แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน นี่มันของของครอบครัวฉัน..."
"ครอบครัว?" อคินแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขและเต็มไปด้วยความขมขื่น เขาเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "อย่าได้ทึกทักเอาเองว่าสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวคุณคือบัตรผ่านทางไปสู่ขุมนรก หากคุณรู้ความจริงว่าเหตุใดพวกเขาถึงทิ้งคุณไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็กในคืนที่พายุคลั่งนั้น คุณจะไม่อยากเรียกที่นี่ว่าบ้านอีกเลย"
รินรดาเม้มปากแน่นจนห้อเลือด ดวงตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ผสมปนเปกับความหวาดหวั่น เธอพยายามก้าวถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่าง แต่แผ่นหลังกลับปะทะเข้ากับตู้ไม้โอ๊กเก่าแก่ที่ส่งกลิ่นอับชื้นของกาลเวลา
"ฉันไม่ได้ต้องการคำเตือนจากคนนอก" เธอเชิดหน้าขึ้น แม้ในใจจะรู้ดีว่าอคินไม่ได้โกหก "ฉันต้องการคำตอบ เรื่องรอยเท้าในความมืดที่ฉันเห็นเมื่อคืน และเรื่องกุญแจที่ถูกซ่อนไว้ใต้พื้นไม้ห้องสมุด... คุณเป็นคนเอาไปใช่ไหม?"
อคินหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ จากตัวเขาทำให้รินรดารู้สึกหายใจติดขัด เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาจดจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับกำลังค้นหาความไร้เดียงสาที่อาจหลงเหลืออยู่
"ผมไม่ได้เอาไป แต่ผมกำลัง 'ปกป้อง' มันไว้จากเงาที่กำลังคืบคลานตามหลังคุณมา" อคินลดเสียงลงจนเหลือเพียงเสียงกระซิบ "รินรดา มองไปที่กระจกเงาบานนั้นสิ... เห็นอะไรไหม?"
รินรดาหันไปมองกระจกเงาฝ้ามัวบนผนังห้องเก็บเอกสาร ในความมืดสลัวที่สะท้อนผ่านเงาสีเทา เธอไม่ได้เห็นเพียงแค่ตัวเธอเอง แต่เธอกลับเห็นเงาร่างของหญิงสาวอีกคนยืนซ้อนหลังเธออยู่—หญิงสาวที่มีใบหน้าเหมือนกับเธอราวกับถอดแบบออกมา แต่มีรอยแผลเป็นกรีดลึกที่ข้างลำคอ
เธอหวีดร้องออกมาอย่างลืมตัว มือของเธอยกขึ้นจับลำคอตัวเองโดยสัญชาตญาณ อคินคว้าข้อมือเธอไว้แน่นด้วยแรงที่มากกว่าที่เคยได้รับ แต่แววตาเขากลับอ่อนแสงลงชั่วขณะหนึ่ง
"นั่นคือ 'เงาของผู้มาก่อน'" อคินกระซิบ เสียงของเขาเคร่งเครียด "ทุกย่างก้าวที่คุณพยายามจะขุดคุ้ยความลับในอดีต คือการปลุกสิ่งที่ควรจะตายไปพร้อมกับกาลเวลาให้ฟื้นคืนชีพ คุณกำลังพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่อันตรายที่สุด... จุดที่คนตระกูลของคุณไม่มีใครรอดชีวิตกลับมาได้"
"ทำไมคุณต้องมาเตือนฉัน?" รินรดาถาม เสียงของเธอสั่นเครือ "คุณเป็นทนายของคุณพ่อ... หรือคุณเป็นส่วนหนึ่งของเกมนี้กันแน่?"
อคินปล่อยมือจากข้อมือเธอ ความเย็นชาที่ฉาบไว้บนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด เขาหมุนตัวกลับไปยังประตูที่เปิดแง้มไว้ แสงสลัวจากโถงทางเดินด้านนอกอาบไล้ร่างของเขาให้ดูโดดเดี่ยว
"เพราะผมสัญญาไว้กับคนคนหนึ่งว่าจะให้คุณมีชีวิตรอดไปจนกว่าความจริงจะปรากฏ... แม้ว่าความจริงนั้นจะทำให้คุณแตกสลายก็ตาม"
เขาเดินจากไปทิ้งให้รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ท่ามกลางความมืดมิดของห้องเก็บเอกสาร เสียงฝีเท้าของเขาจางหายไปพร้อมกับความเงียบที่กดทับ แต่แล้วเธอก็ต้องชะงัก เมื่อมีเสียง 'คลิก' เบาๆ ดังขึ้นจากด้านหลังตู้ไม้ที่เธอพิงอยู่
ลิ้นชักที่เธอกำลังจะเปิดเมื่อครู่ เลื่อนเปิดออกมาเองช้าๆ โดยที่ไม่มีใครแตะต้อง ภายในนั้นไม่ได้มีเอกสารเก่าหรือสมบัติอย่างที่เธอคิด แต่มันกลับมีเพียงรูปถ่ายใบเดียวที่เพิ่งถูกถ่าย... เป็นรูปของเธอกับอคินที่ยืนอยู่ด้วยกันในห้องนี้ เมื่อไม่ถึงหนึ่งนาทีที่แล้ว
ข้อความเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ที่มุมรูปว่า: 'อย่าไว้ใจเงาที่พูดแทนคนตาย'
ตุ๊กตาโบราณหวังว่าเรื่องราวในบทนี้จะทำให้คุณรี้ดรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แฝงอยู่ในความอบอุ่นของความลึกลับนะคะ
เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 4
เงาของผู้มาก่อน
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!