"อย่าหันหลังกลับไปเด็ดขาดรินรดา ถ้าคุณไม่อยากให้เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกายคุณกลายเป็นเพียงของเหลวไร้ค่า!"
เสียงคำรามต่ำที่แฝงไปด้วยความเคียดแค้นของชายวัยกลางคนดังไล่หลังมา พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กระทบพื้นหินอ่อนจนสั่นสะเทือน รินรดาไม่หันไปมอง เธอรู้ดีว่าหากสบตากับชายผู้ที่เคยเป็น 'ผู้มีพระคุณ' ในคราบปีศาจผู้นั้น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเธอจะพังทลายลงในทันที
รินรดาพุ่งตัวเข้าหาประตูบานที่สามตามคำบอกใบ้สุดท้ายของชายปริศนาในเงามืด มือที่สั่นเทาคว้าจับลูกบิดโลหะเย็นเฉียบ ร่างกายของเธอปวดร้าวเหมือนถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงทุกครั้งที่ขยับตัว คำพูดของเขาที่ว่า *'ความลับอยู่ในสายเลือด'* มันไม่ใช่คำเปรียบเปรย แต่มันคือคำสาปที่กำลังแผดเผาพันธุกรรมในร่างเธอให้ตื่นขึ้น
"คุณไม่มีวันเปิดมันได้หรอกรินรดา กุญแจดอกเดียวที่ไขมันได้... คือชีวิตของคุณเอง" เสียงของอคินดังขึ้นจากอีกฝั่งของโถงทางเดิน แต่น้ำเสียงนั้นกลับแหบพร่าและเต็มไปด้วยความลังเล
รินรดาชะงัก เธอหันไปมองทนายความหนุ่มที่ยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างเธอกับชายผู้ไล่ล่า ในมือของอคินไม่ได้ถือปืน แต่เป็นเอกสารเก่าคร่ำที่มุมหนึ่งมีคราบสีน้ำตาลเข้มเหมือนรอยเลือดแห้งกรัง ดวงตาคู่คมที่เคยเย็นชาบัดนี้สั่นไหวราวกับเปลวเทียนในพายุ
"คุณเลือกเอาสิอคิน" เสียงทุ้มต่ำของชายอีกคนที่เพิ่งเดินออกมาจากเงามืดเอ่ยขึ้น เขาคือ 'คุณธนา' อริตัวฉกาจของตระกูลอคินที่รินรดาไม่เคยคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ "จะปกป้องผู้หญิงคนนี้ หรือจะยอมให้ความลับของตระกูลคุณสูญหายไปพร้อมกับประวัติศาสตร์ที่ถูกฝังกลบ?"
ความขัดแย้งของสองขั้วอำนาจนี้คือโอกาสเดียวที่รินรดามี เธอจ้องมองรอยร้าวบนใบหน้าของอคิน ความเย็นชาที่เขาเคยสร้างขึ้นเป็นเกราะป้องกันกำลังถูกกะเทาะออกด้วยความจริงที่เขาเองก็เพิ่งตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมที่คนอื่นเป็นผู้เดิน
"ผมไม่เลือกใครทั้งนั้น" อคินตอบเสียงเรียบ แต่สายตาที่เขาส่งมาให้รินรดาทำให้เธอเข้าใจทันที 'วิ่งไปที่ประตู' คือสิ่งที่เขาสื่อสารผ่านทางสายตา
ในจังหวะที่ธนาพุ่งตัวเข้าหาอคินด้วยความโกรธเกรี้ยว รินรดาก็ไม่รอช้า เธอใช้จังหวะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังฉุดกระชากกันด้วยผลประโยชน์ที่แตกต่าง กรีดเลือดจากปลายนิ้วที่บาดกับขอบประตู กดมันลงบนช่องรับลายนิ้วมือกลไกโบราณที่ซ่อนอยู่ใต้สลักประตู
*คลิก...*
เสียงกลไกเฟืองเหล็กหมุนวนดังสนั่นหวั่นไหว ประตูบานที่สามที่ดูเหมือนกำแพงทึบกลับค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นแสงสีฟ้าจางๆ ที่ส่องสว่างออกมาจากภายใน มันไม่ใช่ห้องเก็บของ แต่เป็นห้องทดลองที่เต็มไปด้วยจอมอนิเตอร์และหลอดทดลองนับร้อยที่เรียงรายอยู่
"นั่นไง! รินรดา! หยุดนะ!" ธนาผลักอคินจนร่างกระแทกผนัง เขาวิ่งตรงมาทางนี้ด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยว แต่รินรดาไวกว่า เธอหมุนตัวเข้าไปด้านในแล้วกระแทกประตูปิดลงทันที ก่อนจะรีบกดล็อกกลไกซ้ำอีกชั้น
ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมห้องที่เต็มไปด้วยข้อมูลมหาศาล รินรดาหอบหายใจถี่ สายตาของเธอกวาดมองภาพบนหน้าจอ มันคือแผนผังลำดับเครือญาติที่ไม่ได้ระบุชื่อนามสกุล แต่ระบุด้วยรหัสพันธุกรรม และชื่อหนึ่งที่ปรากฏอยู่จุดสูงสุดของผังนั้น... คือชื่อของแม่เธอที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต
ทว่า ทันทีที่เธอแตะลงบนหน้าจอเพื่อขยายภาพข้อมูลนั้น ความเย็นวาบก็แล่นเข้าสู่ไขสันหลัง เมื่อเห็นเงาสะท้อนในกระจกเงาด้านหลังที่ไม่ได้มีแค่ตัวเธอเพียงคนเดียว
"ขอบคุณที่เปิดมันให้ฉันนะ... รินรดา"
เสียงกระซิบที่คุ้นเคยอย่างประหลาดดังขึ้นข้างหู พร้อมกับความรู้สึกเย็นเฉียบของปากกระบอกปืนที่จ่ออยู่ตรงขมับ รินรดาค่อยๆ หันกลับไปมองเจ้าของเสียงนั้น และสิ่งที่เธอเห็นทำให้โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุน ความลับที่เธอกำลังไขกลับกลายเป็นกับดักที่คนใกล้ตัวที่สุดเป็นคนวางไว้
"คุณ... คุณไม่ได้ตายไปแล้วนี่นา" เธอพึมพำด้วยริมฝีปากที่สั่นเทา
รินรดารู้สึกเหมือนพื้นดินใต้เท้ากำลังสูญหายไป เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อค้นหาความจริง แต่เธอถูกต้อนเข้ามาเพื่อให้เป็น 'ผู้ไขกุญแจ' ให้กับศัตรูตัวจริงที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดมาตลอดชีวิตของเธอเอง
***
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับรินรดานะคะ ขอบคุณที่ติดตามเป็นกำลังใจให้ตุ๊กตาโบราณเสมอค่ะ
เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 45
โอกาสที่เปิดกว้าง
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!