“ถ้าเธอจะลบมันทิ้งตอนนี้ เราทั้งคู่ก็เตรียมตัวไปนอนในคุกได้เลย อคิน”
รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสั่นพร่าเล็กน้อยในลำคอ ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังรันโค้ดสีเขียวตัดกับพื้นหลังสีดำสนิทในห้องทำงานที่ปิดไฟมืดมิด มีเพียงแสงจากหน้าจอที่ส่องกระทบใบหน้าของเธอให้เห็นถึงความเคร่งเครียดที่ฉาบอยู่บนผิวหน้า
อคินที่ยืนพิงขอบโต๊ะอยู่ข้างๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้จนรินรดาสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ และไอความร้อนจากร่างกายของเขา เขาไม่ได้ตอบโต้ในทันที เพียงแต่ทอดสายตามองตัวเลขมหาศาลที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ—บัญชีลับที่เชื่อมโยงกับมูลนิธิที่เขาเคยเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต
“ริน... บัญชีนี้ไม่ได้มีแค่ตัวเลข แต่มันคือเส้นเลือดใหญ่ของคนระดับสูงในประเทศนี้” อคินกระซิบ น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบ ทว่าแฝงไปด้วยความหวั่นไหวที่เจ้าตัวพยายามปกปิด “ถ้าเราเจาะลึกไปกว่านี้ ประวัติศาสตร์ที่พวกเขาสร้างมานับสิบปีจะพังทลายลงในพริบตา และเรา... จะกลายเป็นเป้าหมายรายต่อไป”
“ฉันไม่สนประวัติศาสตร์ของพวกมัน สิ่งที่ฉันสนคือทำไมชื่อของฉันถึงไปปรากฏอยู่ในผังผู้รับโอนเงินก้อนนี้เมื่อยี่สิบปีก่อนต่างหาก” รินรดาตอกกลับ นิ้วเรียวรัวลงบนแป้นพิมพ์อย่างบ้าคลั่ง
ภายในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งคู่ อคินกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ทว่าตอนนี้มันกลับดูอึดอัดเหมือนกรงขัง เขาเคยเป็นทนายที่เชื่อมั่นในความยุติธรรมในระบบ แต่ทว่าสิ่งที่เห็นบนหน้าจอตอนนี้กลับบอกเขาว่า ความยุติธรรมเป็นเพียงเครื่องมือที่คนบางกลุ่มใช้เพื่อฝังกลบความผิดบาปของตัวเอง
“ริน หยุดก่อน” อคินเอื้อมมือไปแตะข้อมือของเธอ แรงกดนั้นหนักแน่นพอที่จะทำให้เธอยอมหยุดมือ “เธอกำลังสวมรอยเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์หลักของธนาคารต่างชาติ ถ้าการเชื่อมต่อนี้ถูกตรวจสอบย้อนกลับ—ไม่ได้แค่ชีวิตเธอ แต่ครอบครัวที่เหลืออยู่ของเธอ...”
“ครอบครัวเหรอคะ?” รินรดาแค่นหัวเราะ เสียงนั้นบาดลึกเข้าไปในใจของอคิน “ฉันไม่เคยมีครอบครัว อคิน สิ่งที่ฉันมีคือความว่างเปล่าและปริศนาที่ถูกยัดเยียดมาให้ตลอดยี่สิบกว่าปี และถ้าฉันต้องพังพินาศเพราะอยากรู้ความจริง ฉันก็พร้อมจะแลก”
รินรดาสะบัดมือเขาออก แล้วกดปุ่ม ‘Execute’ บนแป้นพิมพ์ด้วยความเด็ดขาด ตัวเลขบนหน้าจอวิ่งพล่านเหมือนสายน้ำที่ถูกเขื่อนพังทลาย ข้อมูลบัญชีการเงินที่ผิดปกติ—การฟอกเงินผ่านองค์กรการกุศลบังหน้า—ค่อยๆ เผยร่างออกมาทีละชั้นเหมือนเปลือกหัวหอมที่ถูกปอกออกจนเห็นเนื้อในที่เน่าเฟะ
อคินมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึง ในฐานะทนาย เขารู้ดีว่าถ้าเอกสารชุดนี้หลุดออกไป ไม่เพียงแต่จะทำลายศัตรูของพวกเขาได้ แต่ชีวิตของเขากับรินรดาจะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป ความอบอุ่นที่เขาเคยพยายามมอบให้เธอจะถูกแทนที่ด้วยความหนาวเหน็บของการถูกไล่ล่า
“นั่นมัน...” อคินอุทานเมื่อเห็นชื่อผู้โอนเงินรายสุดท้ายก่อนที่ระบบจะทำการเข้ารหัสไฟล์ “นั่นมันชื่อของพ่อฉัน”
รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง หันกลับมามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย ดวงตาของเธอฉายแววสับสนและหวาดหวั่นไม่ต่างกัน “พ่อของเธอเกี่ยวอะไรกับเงินสีเทานี่ อคิน... บอกฉันมาว่าเธอไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน”
อคินนิ่งงัน ใบหน้าของเขาดูซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะป้องกันตัวดูจะพังทลายลงจนหมดสิ้น เขาเดินไปที่หน้าจอแล้วใช้มือสั่นๆ เลื่อนเมาส์เพื่อเปิดดูรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ใต้ชื่อนั้น
ทันใดนั้น เสียงเตือนสีแดงฉานก็ดังขึ้นเบาๆ แต่บาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ หน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ได้แสดงข้อมูลการเงินอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นกล้องวงจรปิดที่ถ่ายภาพ ‘ปัจจุบัน’ จากตำแหน่งที่พวกเขาไม่คาดคิด
บนหน้าจอแสดงภาพในห้องทำงานนี้... จากมุมที่มองเห็นรินรดาและอคินอย่างชัดเจน แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... ในภาพนั้นไม่ได้มีแค่พวกเขาสองคน
เงาดำสายหนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลังม่านหน้าต่างในห้องนี้เอง และคนผู้นั้นกำลังถือโทรศัพท์มือถือที่กำลังบันทึกภาพพวกเขาทั้งคู่อยู่ในวินาทีนี้... ไม่ใช่จากระยะไกล แต่จากภายในห้องที่พวกเขาคิดว่าปลอดภัยที่สุด
รินรดาค่อยๆ หันขวับไปมองที่ม่านหน้าต่างบานนั้น ลมหายใจของเธอขาดห้วง เมื่อเห็นขอบปลายรองเท้าหนังราคาแพงโผล่ออกมาพ้นชายผ้าม่าน พร้อมกับเสียงฝีเท้าเบาๆ ที่ค่อยๆ ก้าวออกมาประจันหน้ากับพวกเขา
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินรดาและอคินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ตุ๊กตาโบราณ
เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 46
การเจาะข้อมูลลับ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!