"ถ้าดิฉันจำไม่ผิด กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจคุณป้าเข้ามาจัดการสินทรัพย์ในส่วนที่ยังเป็นข้อพิพาทอยู่นะคะ"
เสียงของรินรดาเรียบสนิท ทว่าแฝงด้วยความเย็นเยียบที่ทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารหรูหราดูเล็กลงถนัดตา เธอวางมีดและส้อมลงบนจานพอร์ซเลนเบาๆ เสียงโลหะกระทบจานเพียงแผ่วเบากลับดังก้องไปทั่วห้องโถงที่เงียบงัน
คุณหญิงละเมียดวางแก้วไวน์ลงด้วยจังหวะเนิบนาบ ดวงตาคู่คมที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานตวัดมองหลานสาวนอกไส้ที่เพิ่งกลับเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้ด้วยสายตาเหยียดหยาม "กฎหมายน่ะมีไว้สำหรับคนที่มีฐานะคู่ควรจะรักษาสมบัติเอาไว้ต่างหากรินรดา อย่าลืมสิว่าเธอเป็นใคร... เด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงด้วยความสงสาร อย่าได้ริอาจทวงสิทธิ์ในสิ่งที่เธอไม่มีทางเอื้อมถึง"
"ถ้าการมีฐานะคู่ควรหมายถึงการฉ้อโกงและโกหกผู้มีพระคุณก่อนสิ้นลม..." รินรดาเว้นจังหวะ สายตาสอดประสานกับคุณหญิงอย่างไม่หลบเลี่ยง "งั้นดิฉันยินดีจะเป็นคนไม่มีฐานะแบบที่ป้าดูถูกค่ะ"
อคินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้เอ่ยปาก แต่เขาสังเกตเห็นมือของรินรดาที่วางอยู่ใต้โต๊ะนั้นกำแน่นจนเส้นเลือดขึ้นเป็นสัน นัยน์ตาของเขาจับจ้องไปยัง 'คุณก้องเกียรติ' ลูกชายคนโตของคุณหญิงละเมียดที่กำลังพยายามซ่อนความกระวนกระวายภายใต้หน้ากากยิ้มแย้ม
"ใจเย็นๆ กันก่อนสิครับ" ก้องเกียรติแทรกขึ้น มือหนาหมุนแก้วไวน์เล่น "เราทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ก็เพื่อตกลงกันด้วยดี คุณย่ารินรดา... เรื่องพินัยกรรมฉบับล่าสุดที่พบในตู้เซฟลับ มันอาจจะมีความคลาดเคลื่อนทางเทคนิค หากเราประนีประนอมกันได้ เงินส่วนหนึ่งก็พอที่จะทำให้ชีวิตใหม่ของรินรดาสุขสบายไปตลอดชีวิต โดยไม่ต้องมานั่งเฝ้าทรัพย์สินที่เธอเองก็ดูแลไม่เป็น"
รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก "คำว่าประนีประนอมของคุณก้องเกียรติ คือการให้ดิฉันเซ็นชื่อสละสิทธิ์ในที่ดินผืนสุดท้ายของตระกูล เพื่อแลกกับเศษเงินที่ป้ากับคุณจะโยนให้งั้นหรือคะ?"
"มันไม่ใช่เศษเงิน!" คุณหญิงละเมียดตบโต๊ะเบาๆ แต่หนักแน่นพอจะหยุดบทสนทนาของคนรับใช้ในห้องครัว "แต่มันคือความเมตตาครั้งสุดท้ายที่ตระกูลนี้จะมอบให้คนอย่างเธอ จำใส่หัวเอาไว้ว่าต่อให้เธอจะพยายามค้นหาประวัติครอบครัวที่แท้จริงแค่ไหน สิ่งที่เธอจะพบมีเพียงความอัปยศที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเท่านั้น"
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่เกาะตัวตามผิวแก้วไวน์ อคินขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะวางเอกสารฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษแผ่นบางกลับฟังดูเหมือนเสียงฟ้าผ่าสำหรับคนทั้งสองที่หวังจะฮุบมรดก
"พอดีผมเพิ่งได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาครับ" อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ฟังดูอันตราย "พินัยกรรมฉบับที่พวกคุณอ้างว่าพบในเซฟลับน่ะครับ... ผมส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบรอยหมึกและลายเซ็นเมื่อเช้านี้ ผลปรากฏว่ามันถูกเขียนขึ้น 'หลังจาก' ที่คุณท่านเสียชีวิตไปแล้วสามวัน"
หน้าของคุณหญิงละเมียดเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือด ส่วนก้องเกียรติชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน "คุณทนายครับ... ข่มขู่พยานและนำหลักฐานเท็จมาอ้างแบบนี้ ระวังจะเสียอนาคตนะครับ"
"คนที่เสียอนาคตอาจไม่ใช่ผมนะครับ" อคินตอบกลับสั้นๆ พร้อมขยับเนกไทเล็กน้อย สายตาของเขามองผ่านไหล่ของก้องเกียรติไปที่ประตูห้องอาหาร "เพราะคนที่ถือพยานปากเอกมาด้วยในวันนี้ เขาดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่ได้ยินว่าคนในบ้านพยายามโกงตายตัว"
ประตูห้องอาหารไม้สักถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างหนึ่งที่ทุกคนคิดว่าสูญหายไปตลอดกาลก้าวเข้ามาในแสงไฟ รินรดาชะงักกึกจนลมหายใจแทบหยุดนิ่ง คนผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก 'คุณท่าน' ผู้ที่ควรจะล่วงลับไปแล้ว แต่บัดนี้เขายืนอยู่ตรงนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและมือที่ถือแฟ้มสีน้ำเงินเข้มเอาไว้แน่น
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอาหารอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้มาจากความโกรธ แต่มันมาจากความตายที่เดินเข้ามาทวงสิทธิ์คืนจากผู้ที่ทรยศเขาถึงในบ้านของตัวเอง รินรดามองชายชราที่เธอเรียกว่าปู่ด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะหันไปสบตากับอคินที่นิ่งสนิท ราวกับว่านี่คือหมากกระดานที่เขาคำนวณไว้แล้วตั้งแต่วันแรกที่เธอก้าวเข้ามาในชีวิตของเขา
"พวกเธอ... คิดว่าฉันตายไปแล้วจริงๆ สินะ" เสียงแหบพร่าของชายชราก้องกังวานราวกับเสียงจากนรกที่พุ่งเข้าทำลายทุกความทะเยอทะยานบนโต๊ะอาหารแห่งนี้ให้แหลกคามือ
ตุ๊กตาโบราณขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเย็นเยียบของมื้อค่ำมื้อนี้ไปพร้อมกันนะคะ
เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 9
มื้อค่ำที่เย็นเยียบ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!