เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 19

ล่าความจริง

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
“ถ้าคุณถอยตอนนี้ ความจริงที่แม่คุณทิ้งไว้ในหลุมศพก็จะเน่าเปื่อยไปพร้อมกับกระดูกของท่าน... คุณยอมให้เรื่องมันจบแบบนั้นเหรอ รินรดา?” เสียงทุ้มต่ำของอคินไม่ได้มีความนุ่มนวลอย่างที่เคยเป็น แต่มันแฝงไปด้วยความเฉียบขาดที่กรีดลงบนความรู้สึกของรินรดาจนสั่นสะท้าน เธอไม่ได้หันไปมองหน้าเขา เพียงแต่มองจ้องไปยังแผ่นกระดาษที่มีรอยไหม้เกรียมวางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเก่าในห้องทำงานที่เงียบเชียบ “ฉันไม่ได้ถอย” รินรดาตอบกลับ เสียงของเธอแผ่วเบาแต่หนักแน่นด้วยแรงแค้นที่ถูกกดทับไว้ “แต่ฉันแค่ไม่อยากให้เราเดินเข้าทางของมัน เหมือนหนูที่วิ่งเข้ากรงดักเพียงเพราะเห็นชิ้นชีสวางล่ออยู่” อคินขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังสีเข้ม เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างหลังเธอ กลิ่นจางๆ ของไม้สนและเอกสารเก่าที่ติดตัวเขาทำให้นึกถึงความทรงจำที่เธอไม่อยากจะจำ เขาเอื้อมมือไปแตะขอบโต๊ะใกล้กับมือของรินรดา นิ้วเรียวยาวของเขาขยับผ่านความเย็นเยียบของอากาศในห้อง “ศัตรูของเราไม่ได้ฉลาดกว่าหรอกนะ ริน เพียงแต่มันกล้าที่จะแลกมากกว่าเรา” อคินโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องที่ดวงตาของเธอผ่านเงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่าง “ถ้าเราจะล่าความจริง เราต้องเลิกเป็นผู้ถูกกระทำ แล้วเริ่มเป็นคนกำหนดเกม... คืนนี้ งานเลี้ยงการกุศลที่บ้านตระกูลวรโชติไพศาล คือโอกาสเดียวที่เราจะเข้าถึงห้องนิรภัยส่วนตัวของท่านประธาน” รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความหวาดหวั่นแล่นพล่านในอก แต่มันก็ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่แรงกล้า เธอหันกลับไปสบตาเขา แววตาของเธอในตอนนี้ไม่มีความอ่อนแอหลงเหลืออยู่อีกแล้ว “คุณเตรียมเรื่องปลอมตัวไว้แล้วใช่ไหมคะ?” “ทุกอย่างพร้อมแล้ว” อคินหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาวางตรงหน้า “ชื่อใหม่ ที่อยู่ใหม่ และสถานะที่คุณต้องสวมรอย... แต่จำไว้ว่า ถ้าพลาดแม้แต่วินาทีเดียว เราไม่มีทางถอยกลับออกมาได้อีก” บรรยากาศในห้องดูจะบีบคั้นขึ้นทันตา รินรดาหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาเปิดดู ข้างในมีบัตรเชิญสีทองอร่ามที่พิมพ์ชื่อของเธอด้วยฟอนต์ตัวบรรจง แต่นามสกุลที่ปรากฏไม่ใช่ชื่อที่เธอคุ้นเคย มันคือชื่อของผู้หญิงที่ควรจะตายไปตั้งแต่ยี่สิบปีก่อน “คุณไปเอาสิ่งนี้มาจากไหน?” เธอถามเสียงสั่น “ความลับที่ถูกฝัง ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีใครขุดขึ้นมา” อคินยิ้มบางๆ ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ “และคืนนี้ เราจะไปกระชากหน้ากากของคนที่พยายามทำลายชีวิตคุณให้ย่อยยับ... คุณกล้าพอที่จะเห็นเงาของตัวเองในกระจกบานนั้นไหม รินรดา?” ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความมืดมิดของห้องทำงาน อคินไม่ได้รอคำตอบ เขาหยิบสูทตัวนอกมาสวมแล้วเดินนำออกไป ทิ้งให้รินรดายืนอยู่กับความจริงที่หนักอึ้งในมือ เธอสูดหายใจเข้าลึก ก้าวตามเขาออกไปสู่ความมืดข้างนอกที่รอคอยการเผชิญหน้า งานเลี้ยงหรูหราตระการตาภายใต้โคมไฟระย้าคริสตัลที่ส่องแสงระยิบระยับ รินรดาในชุดราตรีสีดำสนิทที่ขับเน้นให้ผิวพรรณดูขาวผ่องราวกับหิมะ ก้าวเดินเคียงข้างอคินที่อยู่ในชุดทักซิโด้สีเข้มดูสง่างามราวกับเจ้าชายในเทพนิยาย ทว่าในสายตาของเธอ โลกใบนี้ช่างจอมปลอม ทุกรอยยิ้มที่แลกเปลี่ยนกันในห้องโถงกว้างล้วนฉาบไปด้วยความโอหังและคำลวง “อยู่นิ่งๆ นะ” อคินกระซิบที่ข้างหูเธอขณะที่มือของเขาโอบเอวเธอไว้เบาๆ เพื่อให้ดูเป็นคู่รักที่สนิทสนม “กล้องวงจรปิดมุมขวาบนนั่นถูกแฮ็กแล้ว เรามีเวลาห้านาทีในการเข้าห้องทำงานของเขา” รินรดาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะแสร้งทำเป็นเดินเลี่ยงออกมา เธออาศัยจังหวะที่ผู้คนกำลังสนใจการประมูลเพชรเม็ดงาม ปลีกตัวเข้าไปในโถงทางเดินที่เงียบสงัด หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ทุกก้าวที่เดินผ่านรูปภาพบรรพบุรุษที่ติดอยู่บนฝาผนังราวกับมีสายตาคู่หนึ่งคอยจ้องมองเธออยู่ตลอดเวลา เธอดันประตูบานไม้มะฮอกกานีเปิดออก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นซิการ์ยังคงอบอวลอยู่ เธอรีบตรงไปที่ชั้นหนังสือตามที่อคินบอก รอยแยกเล็กๆ บนผนังเผยให้เห็นปุ่มกดรหัสลับ เธอค่อยๆ กดตัวเลขที่ได้รับมาจากอคิน... หนึ่ง... สาม... เก้า... ศูนย์... เสียงกลไกเหล็กกระทบกันดังกริ๊ก แผ่นผนังเลื่อนออกเผยให้เห็นตู้เซฟขนาดใหญ่ รินรดาหายใจไม่ออกเมื่อเห็นเอกสารปึกหนึ่งวางอยู่ข้างใน มันคือแฟ้มประวัติสถานรับเลี้ยงเด็กที่เธอเคยอยู่... แต่สิ่งที่ทำให้นิ้วมือของเธอสั่นระริกไม่ใช่ตัวอักษรในนั้น กลับเป็นรูปถ่ายใบหนึ่งที่เหน็บอยู่บนแฟ้ม มันคือรูปถ่ายของเธอกับผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนเธออย่างกับแกะ ผู้หญิงที่เธอนึกว่าเป็นเพียงแค่ภาพหลอนในความทรงจำวัยเด็ก แต่ทว่าด้านหลังรูปนั้นกลับมีลายมือที่คุ้นตาเขียนไว้ว่า *‘เพื่อลูกรัก... แด่รินรดา สิ่งที่แม่มอบให้คือคำสาปที่เธอไม่มีวันหนีพ้น’* ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะหยิบแฟ้มนั้นออกมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องทำงาน รินรดารีบหันกลับไปมองด้วยความตระหนก ประตูค่อยๆ แง้มเปิดออกพร้อมกับร่างของชายชราในชุดสูทสีเทาผู้มีใบหน้าเย็นชาที่เธอคุ้นเคยดีเดินเข้ามา เขายืนจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน ในมือของเขาไม่ได้ถือไม้เท้าที่เคยถือ แต่กลับถือปืนสั้นสีเงินกระบอกหนึ่งไว้ในมือ พร้อมกับรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า “หนูรินรดา... ในที่สุดเธอก็หาทางกลับมาจนได้นะ แต่ช่างน่าเสียดายที่คนอย่างเธอ ไม่เคยรู้เลยว่าคนที่เธอไว้ใจที่สุดในตอนนี้... คือคนที่ฆ่าพ่อแม่ของเธอด้วยมือของเขาเอง” ตุ๊กตาโบราณหวังว่าเรื่องราวที่ค่อยๆ เผยความจริงออกมานี้ จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นและอยากรู้เรื่องราวในตอนต่อไปนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%