“ถ้าสมบัติชิ้นนี้ไม่ได้ตกเป็นของคนในสายเลือดอย่างพวกเรา... งั้นใครก็ไม่มีสิทธิ์ได้มันไปทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเด็กเหลือขอที่ไหนก็ตาม”
เสียงของ 'คุณหญิงมณี' ดังแว่วมาจากห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลอัครเดชไพศาล แรงปะทะของถ้วยน้ำชาที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะหินอ่อนดังสนั่นไปทั่วบริเวณ รินรดาซึ่งยืนหลบมุมอยู่หลังม่านกำมะหยี่สีเข้มถึงกับชะงัก ลมหายใจของเธอติดขัดเหมือนมีก้อนหินมาจุกอยู่ที่ลำคอ
อคินที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอ ขยับตัวเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบจากกายของเขา เขาใช้มือหนาประคองไหล่เธอไว้เบาๆ เป็นเชิงปรามไม่ให้เธอแสดงตัวออกไปในจังหวะที่ไฟกำลังลุกโชน
“คุณหญิงคะ ความโลภมันปิดบังความจริงไปหมดแล้วหรือไง” เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบของ 'ธันวา' หลานชายคนโตของตระกูลดังขึ้นสวนกลับ “พินัยกรรมฉบับนั้นมีตราประทับชัดเจน และรินรดาก็มีหลักฐานทางพันธุกรรมที่พิสูจน์ได้ว่าเธอคือเลือดเนื้อเชื้อไขเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่”
“เลือดเนื้อเชื้อไข?” หญิงชราหัวเราะร่าในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและน่าขนลุก “พิสูจน์ได้งั้นเหรอ? ในโลกนี้มีวิธีมากมายที่จะสร้างรอยเลือดปลอมๆ ขึ้นมาได้ แต่สิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้คือ 'สันดาน' เด็กที่โตมาในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าจะเอาคุณสมบัติอะไรมาเป็นทายาทของตระกูลผู้ดีเก่าอย่างเรา!”
รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกเหมือนถูกถ่มน้ำลายใส่ความพยายามทั้งหมดที่เธอเคยสั่งสมมาตลอดชีวิต
“เธอไม่ได้แค่ต้องการสมบัติ...” รินรดากระซิบเบาๆ กับอคิน “เธอต้องการทำลายชีวิตของฉัน เพื่อให้แน่ใจว่าสายเลือดของฉันจะไม่เหลือที่ยืนในบ้านหลังนี้”
อคินหันมามองเธอ แววตาของเขาซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะตีความได้ มันมีทั้งความเห็นใจ ความโกรธแค้น และ... บางสิ่งที่เขายังคงปิดบังไว้ลึกสุดใจ “อย่าให้คำพูดของคนแก่ที่มองเห็นแค่เงินทองมาทำให้คุณลืมเป้าหมายที่แท้จริงสิ รินรดา วันนี้เราไม่ได้มาเพื่อทวงคืนแค่ทรัพย์สิน แต่เรามาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมที่ครอบครัวคุณถูกพรากไป”
“ถ้าฉันก้าวออกไปตอนนี้ สงครามจะเริ่มขึ้นทันทีใช่ไหมคะ?” เธอถาม พลางจ้องมองภาพเหตุการณ์เบื้องหน้า
“มันเริ่มไปนานแล้ว เพียงแต่ตอนนี้พวกมันเพิ่งจะรู้ตัวว่าเหยื่อที่พวกมันเคยรังแกกำลังจะกลายเป็นนักล่า”
อคินขยับตัวออกห่างจากรินรดาเพียงเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเดินออกไปจากเงามืดสู่แสงไฟที่เจิดจ้ากลางห้องโถง เสียงฝีเท้าของเขาที่กระทบพื้นหินอ่อนดังก้องไปทั่ว ราวกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ทำให้เหล่านักล่าในคราบญาติพี่น้องต่างชะงักงัน
“คุณทนายความ...” คุณหญิงมณีแค่นยิ้ม “คิดจะเข้ามาสอดเรื่องในบ้านฉันอีกคนงั้นเหรอ? อย่าลืมนะว่าสถานะของคุณมันก็แค่เครื่องมือที่พ่อฉันเคยจ้างไว้เท่านั้น”
อคินหยุดเดิน หันไปมองหญิงชราด้วยสายตาที่เรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นเยียบลงถนัดตา “เครื่องมือชิ้นนี้แหละครับคุณหญิง ที่กำลังถือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยนบ้านหลังนี้ให้กลายเป็นคุก... และผมไม่ได้มาในฐานะทนายของใคร แต่ผมมาในฐานะคนคนเดียวที่รู้ว่า 'คืนนั้น' ใครเป็นคนกุมบังเหียนความตายของทายาทคนก่อน”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงทันที รินรดามองเห็นความร้าวฉานในดวงตาของทุกคนรอบโต๊ะ ความสามัคคีที่เคยมีเพื่อหวังสมบัติเริ่มแตกสลายเมื่อความกลัวเริ่มกัดกินใจ แต่ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์ของรินรดาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบนั้น
มันเป็นข้อความจากหมายเลขปริศนาที่เธอไม่เคยรู้จัก
เมื่อเธอกดเปิดอ่าน ใจของเธอก็ร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ข้อความนั้นมีเพียงรูปถ่ายใบเดียว เป็นภาพของ 'สร้อยคอรูปตุ๊กตาโบราณ' ที่เธอเคยสวมใส่ในวันแรกที่ถูกนำไปทิ้งไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็ก และที่สำคัญกว่านั้น... ภาพใบนั้นถูกถ่ายในห้องนอนของเธอเอง ภายในบ้านที่ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้นอกจากตัวเธอคนเดียว
เธอมองกลับไปที่ห้องโถง อคินยังคงยืนเผชิญหน้ากับกลุ่มญาติเหล่านั้นโดยไม่รู้เลยว่าภัยคุกคามที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในห้องนี้ แต่มันกำลังรอเธออยู่หลังม่านที่เธอเพิ่งเดินจากมา
รินรดาสัมผัสได้ถึงไอเย็นของปลายโลหะบางอย่างที่แนบอยู่หลังคอของเธอ พร้อมกับเสียงกระซิบที่ฟังดูคุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัวดังก้องข้างหู... “กลับบ้านมาหาฉันแล้วเหรอ... หลานรัก”
ตุ๊กตาโบราณขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความระทึกขวัญและร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมของรินรดาในบทนี้ด้วยนะคะ
เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 14
รอยร้าวในครอบครัว
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!