“คุณกำลังโกหกฉัน... อคิน”
เสียงของรินรดาสั่นพร่าขณะกดน้ำหนักมือลงบนเอกสารเก่าเก็บที่วางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กของทนายความหนุ่ม กลิ่นอายของกระดาษโบราณและฝุ่นจางๆ อบอวลอยู่ในห้องทำงานที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของตัวเอง
อคินละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ เขาไม่ได้ตอบรับด้วยถ้อยคำ แต่คิ้วเข้มที่ขมวดมุ่นนั่นคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด เขายันตัวลุกขึ้นช้าๆ ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาว ความเย็นชาที่เขามักใช้เป็นเกราะกำบังดูเหมือนจะแตกร้าวลงในวินาทีนี้
“ความจริงบางอย่าง มันหนักหนาเกินกว่าจะถือไว้ด้วยมือเปล่านะรินรดา” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตาคู่คมกลับไหวระริกราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด
“แต่ฉันเป็นเจ้าของเรื่อง!” รินรดาตวาดกลับ ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน เธอไม่ได้ต้องการคำปลอบโยน แต่เธอต้องการ ‘เศษเสี้ยว’ ที่ขาดหายไปของชีวิต “ทำไมที่มุมกระดาษแผ่นนี้ถึงมีสัญลักษณ์รูปนกฟีนิกซ์สีแดง... สัญลักษณ์เดียวกับที่ติดอยู่บนตัวตุ๊กตาตัวนั้น... ตุ๊กตาที่แม่ทิ้งไว้ให้ฉันก่อนจะหายไปในกองเพลิง”
ชื่อของ ‘กองเพลิง’ ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที รินรดาหลับตาลงแน่น พยายามบังคับลมหายใจ ภาพที่เลือนรางในหัวเริ่มขยายตัวเป็นเงาสีดำทมิฬ เธอรู้สึกเหมือนกลิ่นควันไฟที่อับชื้นเริ่มปะทะจมูก ทั้งที่ความเป็นจริงอากาศในห้องนี้ถ่ายเทเป็นปกติ
*“ริน... วิ่งไป! อย่าหันกลับมา!”*
เสียงผู้หญิงที่ฟังดูไกลแสนไกลตะโกนก้องในโสตประสาท ความร้อนระอุของเปลวเพลิงที่แผดเผาไม้เก่าจนลั่นเปรี๊ยะปะทะเข้ากับใบหน้า ความกลัวที่ฝังรากลึกนับยี่สิบปีพุ่งพล่านราวกับกระแสน้ำป่า เธอเห็นเงาร่างหนึ่ง... ร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าประตูทางออก แทนที่จะช่วยกัน แต่เขากลับเลือกที่จะหมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้เธอและแม่เผชิญกับนรกที่กำลังกลืนกินทุกอย่าง
รินรดาลืมตาขึ้นกะทันหัน เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายตามไรผม มือของเธอไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวจนไปจับเข้ากับแขนเสื้อเชิ้ตของอคินแน่น
“คุณอยู่ในคืนนั้น...” เธอเค้นเสียงออกมาด้วยความขมขื่น “คุณเห็นฉัน... คุณเห็นแม่ฉัน... แล้วคุณก็เดินหนีไป!”
อคินนิ่งงัน ผิวหน้าของเขาสีดรอปลงจนเกือบขาวซีด เขาไม่ได้ดึงแขนออก แต่กลับกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเงียบงันในห้องทำงานบีบคั้นจนแทบขาดใจ ก่อนที่เขาจะถอนหายใจยาวราวกับเพิ่งแบกโลกทั้งใบไว้ด้วยคำสารภาพ
“ผมไม่ได้เดินหนีเพราะความขลาดกลัวรินรดา...” เขาโน้มตัวลงกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงสั่นเครือจนรินรดาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “ผมเดินหนีเพราะถูกสั่ง... สั่งโดยคนที่คุณเคารพรักที่สุด”
คำพูดนั้นราวกับมีดเล่มคมที่กรีดลงบนหัวใจของเธอ ความจริงที่กำลังจะเปิดเผยนั้นดูเหมือนจะเป็นความผิดบาปที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้หลายเท่าตัว ในขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากถามซ้ำ พลันนั้นเอง... เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างหนักหน่วงผิดจังหวะ
*ปัง! ปัง! ปัง!*
ไม่ใช่เสียงเคาะประตูที่สุภาพ แต่มันคือเสียงกระแทกจากด้านนอก ก่อนที่บานประตูไม้จะถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทสองคน ท่ามกลางแสงไฟที่กะพริบถี่ๆ ของหลอดไฟในห้องทำงาน ร่างของหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างามแต่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียม รอยยิ้มที่มุมปากของเธอทำให้เลือดในกายรินรดาเย็นเฉียบ
“น่าประทับใจจริงๆ ที่ความทรงจำของหนูเริ่มทำงานแล้ว” หญิงผู้นั้นเอ่ยพลางกวาดสายตามองทั้งคู่เหมือนมองมดแมลงที่กำลังจะถูกกำจัด “แต่น่าเสียดาย... อคิน... ดูเหมือนว่าทนายความรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างเธอ จะจำได้ไม่หมดว่า ‘เงื่อนไข’ ของการมีชีวิตรอดของรินรดา คือการที่เธอต้องไม่มีวันจำอดีตได้เลย”
ผู้หญิงคนนั้นขยับตัวเข้ามาใกล้ ชูมือขึ้นเผยให้เห็นตุ๊กตาโบราณตัวเดิมที่รินรดาคุ้นตา... แต่คราวนี้ ดวงตาของตุ๊กตากลับมีกลไกบางอย่างซ่อนอยู่ มันกำลังส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมาในความเงียบ
“ยินดีต้อนรับกลับสู่ความจริงนะคะ... รินรดา”
ตุ๊กตาโบราณขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเศษเสี้ยวความทรงจำอันแสนเจ็บปวดไปพร้อมกับรินรดานะคะ
เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 15
เศษเสี้ยวความทรงจำ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!