"อย่าหันหลังกลับไป... อคิน!"
รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน มือไม้ของเธอเย็นเฉียบจนสั่นเทาขณะที่ดวงตาจ้องเขม็งไปยังบานประตูไม้โอ๊คเบื้องหน้า เงาสีดำทาบทับลงบนรอยแยกของประตูราวกับมีชีวิต มันไม่ได้อยู่นิ่ง แต่กำลังคืบคลานแผ่ขยายเหมือนหยดหมึกที่หยดลงบนผืนน้ำที่ไร้ทางหนี
อคินไม่ตอบ เขากระชับปืนพกในกระเป๋าเสื้อโค้ทแน่น สันกรามของเขากดแน่นจนเห็นเป็นเส้นนูน ชายหนุ่มก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะผลักบานประตูออก เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยในความทรงจำอันเลือนรางก็ดังสะท้อนมาจากทางเดินด้านหลัง—ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของฆาตกรที่พวกเขาหวาดกลัว แต่เป็นเสียงไม้เท้ากระทบพื้นหินดังกึกก้องเป็นจังหวะเชื่องช้า
"พวกคุณไม่มีวันหาความจริงเจอหรอก หากยังเดินวนอยู่ในเขาวงกตที่คนตายเป็นผู้สร้าง"
ทั้งสองหันขวับไปตามเสียง หญิงชราในชุดสีมอซอผู้มีใบหน้าเหี่ยวย่นราวกับกระดาษที่ถูกขยำยืนอยู่ตรงมุมมืด ดวงตาข้างหนึ่งของเธอขุ่นมัว ทว่าอีกข้างกลับส่องประกายคมกริบดุจมีดโกน รินรดาขมวดคิ้วแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เธอเก็บงำไว้ในใจมาตลอดหลายปีสั่นไหวอย่างรุนแรง
"คุณ... คุณคือแม่บ้านคนนั้น" อคินเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่า "คนที่หายไปในคืนที่คฤหาสน์ตระกูลวรโชติเพลิงไหม้เมื่อยี่สิบปีก่อน"
หญิงชราหัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงแห้งแล้งที่ฟังดูน่าขนลุก "หายไปงั้นหรือ? ไม่หรอก... ฉันแค่ถูกกักขังไว้ในความเงียบตราบจนลมหายใจสุดท้ายมาถึงต่างหาก คุณรินรดา... แม่หนูน้อยผู้มีดวงตาราวกับตุ๊กตาที่ถูกลืมทิ้งไว้ในกองขี้เถ้า"
รินรดาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว สัญชาตญาณบอกให้เธอหนีไปให้ไกล แต่ความอยากรู้กลับรั้งเธอไว้ "คุณเห็นอะไรในคืนนั้นคะ? ใครกันที่พรากทุกอย่างไปจากฉัน... ใครที่ทำให้ฉันต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าที่ไร้แม้แต่ชื่อแซ่ที่แท้จริง?"
หญิงชราค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ แสงไฟจากหลอดนีออนกะพริบถี่ๆ บีบคั้นบรรยากาศให้กดดันราวกับอากาศในห้องกำลังจะหมดไป เธอเอื้อมมือที่สั่นเทามาจับแขนของรินรดา สัมผัสนั้นเย็นจัดจนหญิงสาวต้องสะดุ้ง
"คืนนั้นไม่มีเงาสีดำที่ไหนหรอก มีแต่คนที่มีลมหายใจ... คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกคุณตอนนี้แหละ" เธอเว้นจังหวะ สายตาเหลือบมองไปทางประตูไม้โอ๊คที่เงาสีดำยังคงทาบทับอยู่ "คนที่คุณเรียกว่า 'ผู้มีพระคุณ' แท้จริงแล้วคือเพชฌฆาตที่ถือเชือกไว้ในมือคนเดียว ส่วนเงาที่คุณเห็นนั่น... ไม่ใช่ใครอื่น มันคือภาพสะท้อนของความผิดบาปที่เขาพยายามปกปิดมาตลอดสองทศวรรษ"
อคินก้าวเข้ามาขวางระหว่างรินรดากับหญิงชรา ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "อย่ามาพูดจาให้ร้ายคนตระกูลนั้น ถ้าคุณไม่มีหลักฐานอะไรที่มากกว่าคำพร่ำเพ้อ!"
"หลักฐานน่ะหรือ?" หญิงชรายิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันที่หลุดหายไปจนน่ากลัว เธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าผ้าเก่าๆ แล้วดึงเศษกระดาษชิ้นหนึ่งออกมา มันเป็นภาพถ่ายขาวดำที่ขอบรุ่ยจนเกือบขาด แต่เมื่อรินรดาเห็นภาพในนั้น เธอก็แทบจะหยุดหายใจ
ในภาพคือหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาถอดแบบมาจากรินรดาทุกประการ กำลังอุ้มเด็กทารก—ตัวเธอเอง—ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนสวมหน้ากากที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด และหนึ่งในคนที่ยืนอยู่ข้างหลังสุดคือชายที่อคินเพิ่งจะไปพบเพื่อขอความช่วยเหลือเมื่อเช้านี้!
"เขาไม่ได้ช่วยคุณเพราะสงสารหรอกนะรินรดา" หญิงชรากระซิบ เสียงนั้นแหลมสูงจนบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก "เขาช่วยคุณ... เพราะเขากำลังรอเวลาที่จะเก็บกวาด 'ความผิดพลาด' ชิ้นสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลกใบนี้ต่างหาก"
ทันใดนั้น บานประตูไม้โอ๊คที่พวกเขาเฝ้ามองอยู่ก็เปิดออกช้าๆ พร้อมกับเสียงเสียดสีของเนื้อไม้ที่ฟังดูราวกับเสียงกรีดร้อง ความมืดมิดภายในห้องนั้นดูจะหนาแน่นกว่าปกติ ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด รูปร่างสูงใหญ่ สวมสูทสีดำสนิท ไร้ใบหน้า... หรือบางทีอาจเป็นเพราะแสงสว่างในห้องนี้ไม่เพียงพอที่จะเปิดเผยตัวตนของเขา
ทว่าสิ่งที่ทำให้ทั้งอคินและรินรดาต้องตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่ร่างเงาเบื้องหน้า แต่เป็นเสียงที่ดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเขาเอง
"ฉันบอกแล้วใช่ไหม... ว่าอย่าให้พวกเขารู้เรื่องนี้ก่อนเวลาอันควร"
เสียงทุ้มต่ำที่เป็นเอกลักษณ์ของชายที่รินรดาไว้ใจที่สุดดังขึ้น อคินหันกลับไปทันควัน ร่างของชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลยืนถือปืนกระบอกหนึ่งเล็งตรงมาที่พวกเขา โดยมีเงาสีดำเบื้องหน้าค่อยๆ คลี่คลายร่างออกมาเป็นชายอีกคนที่มีใบหน้าเหมือนกับเขาราวกับกระจกส่องเงา!
"สองคน... งั้นหรือ?" รินรดาพึมพำ น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเอ่อคลอ "นี่ไม่ใช่เกม... แต่มันคือพิธีกรรมคัดเลือกสายเลือดที่ฉันไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของมัน"
อคินกระชากตัวรินรดาเข้ามาหลบหลังเสาหิน ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะตัดสินใจลั่นไก สัญญาณไฟทั้งตึกก็ดับพรึบลงพร้อมกับเสียงกระสุนที่เจาะทะลุผ่านความมืดไปเพียงไม่กี่เซนติเมตรจากศีรษะของรินรดา เสียงหัวเราะแผ่วเบาของหญิงชราดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดินก่อนจะเงียบหายไป ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดและกลิ่นคาวเลือดที่เริ่มโชยมากับสายลมที่ไม่มีใครรู้ว่ามาจากไหน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับตุ๊กตาโบราณนะคะ
เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 26
พบพยานปากเอก
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!