“ถ้าคุณไม่พูด ความตายของเขาจะกลายเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่ไร้ร่องรอย... และคุณนั่นแหละที่จะต้องกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป”
น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตากลับแข็งกร้าวราวกับแก้วที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของ ‘ลุงมั่น’ ชายชราอดีตภารโรงผู้กุมความลับในคืนที่ทุกอย่างพังทลาย มือของเขาสั่นระริกจนน้ำชาในแก้วกระฉอกลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ส่งกลิ่นอับชื้นโชยขึ้นมาผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ในห้องพักแคบๆ แห่งนี้
อคินที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่เงียบๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้ชายชราถดตัวหนีจนแผ่นหลังชิดผนังปูนที่แตกร้าว เขาไม่ได้พูดอะไร แต่สายตาที่คมกริบดั่งใบมีดของทนายความหนุ่มนั้นเพียงพอที่จะบีบให้ลมหายใจของคนตรงหน้าติดขัด
“ผมไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้น... คุณกลับไปเถอะ คุณหนูรินรดา อย่าเอาชีวิตมาทิ้งไว้กับเรื่องที่มันจบไปเป็นสิบปีเลย” ลุงมั่นพึมพำ เสียงนั้นแหบแห้งเหมือนกิ่งไม้ที่ถูกเหยียบจนหัก
รินรดาแค่นยิ้ม มือที่วางอยู่บนโต๊ะบีบแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอสัมผัสได้ถึงความกลัวที่แผ่ออกมาจากตัวชายตรงหน้า มันไม่ใช่ความกลัวที่เกิดจากความไม่รู้ แต่มันคือความกลัวที่เกิดจากการ ‘เห็น’ สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวเกินกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะแบกรับไว้ได้
“จบไปแล้วงั้นหรือคะ?” รินรดากระซิบ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอย่างประหลาด ทว่าแฝงไปด้วยคมมีด “ลุงมั่นคะ ตลอดสิบปีที่ผ่านมา หนูใช้ชีวิตเหมือนคนตาบอดในอุโมงค์ที่มืดมิด หนูถูกทิ้งไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็กเหมือนขยะที่ไม่มีใครต้องการ แค่เพราะหนูเป็นพยานคนเดียวในคืนนั้นที่ยังมีชีวิตอยู่... ลุงจะบอกให้หนูปล่อยมันไป ทั้งที่คนพวกนั้นยังลอยนวลอยู่ข้างนอกนั่นเนี่ยนะคะ?”
อคินขยับมาซ้อนหลังรินรดา มือหนาวางลงบนไหล่บางเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณเตือนว่าให้ใจเย็นลง แต่ทว่าในแววตาของเขากลับมีความกระหายในความจริงไม่ต่างกัน เขาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูชายชราด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่น่าขนลุก “ถ้ากลัว... ก็ยิ่งต้องพูดครับลุง ความจริงเป็นเกราะคุ้มครองที่ดีที่สุด แต่ถ้าลุงยังเลือกจะเงียบ... เชื่อเถอะว่าไม่มีมุมไหนในโลกนี้ที่ลุงจะซ่อนตัวจาก ‘เงา’ พวกนั้นได้พ้น”
ลุงมั่นตัวสั่นเทิ้มขึ้นมาทันที เขารีบก้มหน้าลงจนคางชิดอก ลมหายใจหอบถี่เหมือนคนกำลังจมน้ำ “พวกคุณไม่เข้าใจ... มันไม่ได้มีแค่คน มันคือคำสาป! ใครที่แตะต้องเรื่องนี้... ใครที่กล้าพูดชื่อคนคนนั้นออกมา... ทุกคน... ทุกคนมีอันเป็นไปหมด!”
“คนคนนั้นคือใครคะลุง!” รินรดาแทรกขึ้นทันที ความอดทนของเธอขาดผึง เธอโน้มตัวไปข้างหน้าจนระยะห่างระหว่างเธอกับชายชราเหลือเพียงคืบ “คนที่มีอำนาจมากพอจะทำให้ลุงกลัวจนตัวสั่นได้ถึงขนาดนี้ เขาคือใคร! คือพ่อของหนูใช่ไหม!”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องพักแคบๆ จนได้ยินเพียงเสียงแมลงกลางคืนที่ส่งเสียงร้องระงมอยู่ด้านนอก ชายชราเงยหน้าขึ้น ดวงตาฝ้าฟางนั้นเบิกกว้างจนเห็นเส้นเลือดฝอยแดงฉาน น้ำตาไหลรินออกมาเงียบๆ แทนคำตอบ ลุงมั่นอ้าปากค้างราวกับต้องการจะตะโกนบางอย่างออกมา แต่ลำคอของเขากลับตีบตัน ความสยดสยองฉายชัดอยู่บนใบหน้าที่เหี่ยวย่นนั้น
“มันไม่ใช่... ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด” ลุงมั่นพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เลื่อนลอย “คุณไม่ใช่ลูกสาวคนเดียว... และคืนนั้น... สิ่งที่ผมเห็น... มันไม่ใช่คน!”
ก่อนที่รินรดาจะได้ถามอะไรต่อ เสียงเคาะประตูห้องอย่างหนักหน่วงก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน!
ปัง! ปัง! ปัง!
อคินรีบคว้าตัวรินรดาให้ถอยห่างจากโต๊ะ มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบของหนักที่เขามักจะพกติดตัวเสมอ แต่ลุงมั่นกลับกรีดร้องสุดเสียง เขาคว้าคอเสื้อของรินรดาไว้แน่นด้วยแรงที่คาดไม่ถึง “ไป! ไปเดี๋ยวนี้! อย่าให้เขาเห็นคุณ... อย่าให้เขาเห็นว่าคุณกลับมาที่นี่!”
รินรดาพยายามแกะมือของลุงมั่นออก แต่ชายชรากลับยิ่งกำแน่นจนเธอหายใจไม่ออก “ลุงมั่น ปล่อยค่ะ! ใครมา!”
ประตูห้องพักที่ไม่ได้ล็อคแน่นหนาถูกถีบจนเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างเงาดำทมิฬในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู แสงไฟจากทางเดินสาดเข้ามาจนมองเห็นเพียงเค้าโครงของชายฉกรรจ์ที่ดูผิดธรรมชาติ มือของเขาข้างหนึ่งถือวัตถุบางอย่างที่สะท้อนแสงไฟวับวาว
อคินก้าวออกไปบังรินรดาไว้ทันที แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักงันเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น ชายที่สวมหน้ากากเรียบเฉยทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง
“คุณ...” อคินพึมพำ ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือด “เป็นไปไม่ได้... คุณตายไปตั้งแต่ห้าปีก่อนแล้ว!”
ชายตรงหน้าไม่พูดอะไร เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นช้าๆ และในวินาทีที่รินรดาพยายามจะเพ่งมองผ่านความมืด เธอก็เห็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้น... รอยสักรูปนาฬิกาทรายที่ข้อมือข้างขวาของชายคนนั้น มันคือรอยสักเดียวกันกับที่เธอเคยเห็นในความฝัน... รอยสักที่เป็นสัญลักษณ์ของ ‘พันธนาการ’ ที่ตามหลอกหลอนเธอมาทั้งชีวิต
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อชายคนนั้นค่อยๆ ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงที่ทำให้รินรดาแทบจะทรุดลงกับพื้นทันที
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับตุ๊กตาโบราณนะคะ
เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 27
ความจริงที่ถูกปฏิเสธ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!