เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 42

ความสับสนวุ่นวาย

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
“ถ้าคุณคิดว่าการถอยกลับไปเป็นเพียงเด็กกำพร้าไร้ที่มาคือทางออกที่ดีที่สุด งั้นเชิญคุณวางกุญแจดอกนั้นทิ้งไว้ตรงนี้เสียเถอะรินรดา” น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าบาดลึกของอคินดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับในห้องทำงานแคบๆ กลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นผงที่ลอยวนอยู่ในอากาศดูจะหนักอึ้งขึ้นเป็นเท่าตัว รินรดากำกุญแจสีทองดอกเล็กในมือแน่นจนโลหะเย็นเฉียบนั้นฝังรอยลึกลงบนฝ่ามือ เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่หลังโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่ ดวงตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะกรีดลึกถึงก้นบึ้งของความรู้สึก “คุณไม่เข้าใจหรอกอคิน...” รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความเหนื่อยล้า “ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ฉันพยายามไขว่คว้าหาคำตอบว่าตัวเองเป็นใคร ฉันยอมแบกรับความหวาดกลัว ยอมให้ความลับพวกนี้กัดกินวิญญาณไปวันๆ แต่ยิ่งรู้มากเท่าไหร่ ทุกอย่างก็ยิ่งดูเหมือนจะพังทลายลงตรงหน้า... ฉันเหนื่อยจนอยากจะทิ้งทุกอย่างแล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จักฉันเลยเสียที” อคินสาวเท้าเข้ามาใกล้ ความกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้รินรดาต้องถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับผนังห้อง เขาวางมือลงบนผนังข้างศีรษะของเธอ กักขังเธอไว้ในวงล้อมของความเงียบที่น่าอึดอัด “เริ่มต้นชีวิตใหม่เหรอ? ด้วยนามสกุลของคนอื่น หรือด้วยความทรงจำที่ถูกบิดเบือนมาตลอดยี่สิบปี?” “นั่นมันก็ยังดีกว่าต้องกลายเป็นหมากในเกมที่คุณสร้างขึ้นไม่ใช่เหรอ!” เธอสวนกลับด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า หยาดน้ำใสเริ่มคลอหน่วยที่ดวงตา “คุณรู้ทุกอย่าง คุณเห็นฉันดิ้นรนอยู่ในกรงขังแห่งความลับนี้มาตลอด แต่คุณก็แค่มองดู... เหมือนกับว่าความเจ็บปวดของฉันมันเป็นเพียงหนึ่งในหลักฐานของคดีที่คุณกำลังสะสมอยู่เท่านั้น” อคินชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาเย็นชาของเขาสั่นไหวเพียงชั่ววูบ ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม “ผมไม่ได้มองดูเฉยๆ รินรดา แต่ผมกำลังปกป้องคุณจากการถูกทำลายด้วยความจริงที่อาจจะหนักหนาเกินกว่าที่คุณจะรับไหว” “ปกป้องเหรอ?” รินรดาหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น “การที่คุณขังฉันไว้ในความคลุมเครือแบบนี้ คุณเรียกว่าการปกป้องงั้นหรือคะ? ฉันไม่ใช่ตุ๊กตากระเบื้องที่รอให้คุณมาตั้งโชว์บนชั้นวางหรอกนะอคิน ฉันเป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ และตอนนี้... หัวใจของฉันมันกำลังจะแตกสลายเพราะความสับสนวุ่นวายพวกนี้อยู่แล้ว!” รินรดาผลักอกเขาแล้วพยายามจะเดินเลี่ยงออกไป แต่ทนายความหนุ่มกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บปวด แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนเขาต้องการจะยึดเหนี่ยวเธอไว้ไม่ให้หลุดลอยไปสู่ความมืดมิดที่รออยู่เบื้องนอก “คุณเดินออกไปจากห้องนี้ได้” อคินกระซิบชิดใบหู เสียงของเขาอ่อนลงแต่กลับแฝงด้วยความจริงจังที่ทำเอาเธอต้องหยุดกึก “แต่ถ้าคุณทิ้งกุญแจดอกนั้นไว้ ประวัติศาสตร์ที่เน่าเฟะของครอบครัวคุณจะไม่มีวันถูกชำระล้าง และความตายของพ่อแม่คุณ... จะกลายเป็นเพียงขยะที่ถูกฝังกลบในสุสานแห่งกาลเวลาไปตลอดกาล คุณแน่ใจแล้วหรือว่านั่นคือสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ?” คำถามนั้นเปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่กระชากใจรินรดาให้กลับมาสู่จุดเดิม เธอหลับตาลงแน่น ภาพในอดีตที่จางหายกลับมาแจ่มชัดในความทรงจำ ทั้งเสียงกรีดร้องในค่ำคืนที่ไฟไหม้ ทั้งกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง และความรู้สึกถูกทอดทิ้งในสถานรับเลี้ยงเด็กที่ไร้ซึ่งที่มาที่ไป ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เธอแบกไว้มาตลอด เธอเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนที่พุ่งพล่านจนไม่อาจควบคุมได้ “ทำไมต้องเป็นฉัน? ทำไมทุกอย่างในโลกนี้ถึงต้องหมุนวนรอบตัวฉันด้วยความอัปยศพวกนี้?” “เพราะคุณคือทายาทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ไงรินรดา” อคินตอบเสียงต่ำ “และถ้าคุณยอมแพ้ตอนนี้ ไม่ใช่แค่ตัวคุณหรอกที่จะหายไป แต่ทุกสิ่งที่พ่อแม่คุณสร้างมาจะตกไปอยู่ในมือของคนที่สังหารพวกเขาอย่างสมบูรณ์แบบ” ในวินาทีที่รินรดากำลังจะเอ่ยปากถามถึงชื่อของ ‘คนผู้นั้น’ เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นเป็นจังหวะที่เย็นเยียบและทรงพลัง ประตูไม้บานหนาถูกผลักออกช้าๆ โดยไม่มีการเชื้อเชิญจากคนข้างใน ร่างหนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงโชยเข้าปะทะจมูกจนรินรดาต้องขมวดคิ้ว ผู้หญิงในชุดสูทสีเทาเข้มดูภูมิฐานก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา แววตาของหล่อนคมกริบและเต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปเป็นความกดดันที่หนาวเหน็บถึงกระดูก “ดูเหมือนว่าฉันจะมาขัดจังหวะบทสนทนาที่สำคัญของพวกคุณสินะ” หญิงปริศนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยรัศมีของนักล่า “รินรดา... ฉันว่าเราคงมีเรื่องต้องคุยกันเยอะเลยล่ะ เรื่องของสร้อยคอที่คุณซ่อนเอาไว้ใต้หมอนนั่น... มันถึงเวลาที่ต้องส่งคืนเจ้าของที่แท้จริงได้แล้ว” รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เธอหันไปมองอคินที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ดวงตาของเขาไม่ได้ตกใจกับผู้มาเยือนคนนี้เลยแม้แต่น้อย ทันใดนั้น ความจริงที่โหดร้ายก็ซัดเข้าใส่สมองของเธออย่างรุนแรง เมื่อเธอตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่ความบังเอิญ... แต่มันคือกับดักที่ถูกจัดฉากไว้ตั้งแต่วันแรกที่เธอเดินเข้ามาในสำนักงานทนายความแห่งนี้ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสับสนนี้ด้วยกันนะคะ ตุ๊กตาโบราณดีใจมากค่ะที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวนี้ให้ทุกท่านได้รับชม หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้หัวใจของรี้ดเดอร์เต้นแรงยิ่งกว่าเดิมนะคะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพันธนาการแห่งกาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%