เสียงกระดาษทรายเบอร์ละเอียดที่ถูกลูบไล้ไปบนแผ่นไม้เนื้อแข็งดังเสียดสีอยู่ในความเงียบ งัดเอาความตึงเครียดในห้องทำงานส่วนตัวของคิรากรให้พุ่งขึ้นจนแทบได้ยินเสียงเส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบ รินลดานั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้หนังสีเข้ม ปลายเล็บเรียวที่เปื้อนเศษหมึกสีดำเจือจางจิกเข้าหากันแน่นจนข้อพับนิ้วขาวซีด เธอกำลังทำในสิ่งที่คนสติดีไม่มีใครกล้าทำ... การเก็บกระเป๋าอุปกรณ์สักของตัวเองทีละชิ้นอย่างเงียบเชเชียบ
เก้าอี้ตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงานสีมะฮอกกานีถูกหมุนกลับช้าๆ ทว่าทุกลมหายใจที่เคลื่อนไหวกลับสร้างแรงกดดันมหาศาล คิรากรไม่ได้เอ่ยปากห้ามสักคำตั้งแต่เธอเริ่มเก็บของ เขานั่งไขว่ห้างประสานมือไว้บนตัก แววตาคมกริบดั่งใบมีดโกนอาบยาพิษมองตรงมาที่ศิลปินสาวรุ่นน้องด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวแบบที่เคยเป็น แต่มันคือความนิ่งสนิท—ความนิ่งของผืนน้ำลึกที่ซ่อนคลื่นใต้น้ำพร้อมจะลากคนลงไปจมดิ่งอย่างไร้ทางรอด
"คุณคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่, รินลดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น ทำลายความเงียบที่กัดกินหัวใจ เธอสะดุ้งเล็กน้อยแต่ฝืนเชิดหน้าขึ้น สบตากับดวงตาคู่นั้นโดยพยายามซ่อนความสั่นไหวไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่งที่เธอสวมไว้เป็นเกราะกำบัง
"ฉันคิดว่าสัญญาระหว่างเรามันสิ้นสุดลงแล้วค่ะ... เอ๊ย, ครับ" รินลดาเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่รีบแก้ตัวเสียงแข็ง "ผมหมายถึง... งานออกแบบลายสักบนแผ่นหลังของคุณ ผมส่งมอบไฟล์ทั้งหมดให้เลขาของคุณเรียบร้อยแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องอยู่ที่นี่อีก"
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบจนน่าขนลุก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเผยให้เห็นรอยสักมังกรจีนสีดำสนิทที่เลื้อยหายเข้าไปในสาบเสื้อก้าวเดินเข้ามาหาช้าๆ ทว่าทรงพลัง ราวกับเสือดาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อที่มั่นใจว่าหนีไม่พ้น
"สิ้นสุดงั้นหรือ?" คิรากรทวนคำ เสียงของเขาอยู่ใกล้จนรินลดาต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติเมื่อเขายื่นมือมาท้าวพนักเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ กักตัวเธอไว้ระหว่างอ้อมแขนและพนักพิง "คุณเป็นคนก้าวเข้ามาในโลกของผมเอง, รินลดา แล้วคิดจะเดินออกไปเฉยๆ โดยไม่ขออนุญาตเนี่ยนะ... คุณประเมินความอดทนของผมต่ำเกินไปหน่อยหรือเปล่า"
"ฉันไม่ใช่ลูกน้องของคุณ คิรากร และที่สำคัญ... เราตกลงกันแค่เรื่องงาน" เธอกลั้นใจพูดออกไป แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระกระสนหลุดออกมานอกอก กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับน้ำหอมผู้ชายราคาแพงบนตัวเขากำลังรุกรานพื้นที่หายใจของเธออย่างจงใจ
"เรื่องงาน?" คิรากรโน้มใบหน้าลงมาจนชิด ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียนจนขนลุกซู่ แววตาของมาเฟียหนุ่มวับวาวด้วยประกายปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ "รอยสักบนแผ่นหลังของผมที่ฝังลึกอยู่ใต้ผิวหนัง... มันคือร่องรอยที่คุณฝากไว้ และคุณคิดว่ารอยพวกนั้นมันลบเลือนหายไปได้ง่ายๆ เหมือนตอนที่คุณเก็บของพวกนี้ลงกระเป๋าอย่างนั้นเหรอ"
มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้ บีบกระชับด้วยแรงที่พอเหมาะไม่ให้เจ็บแต่เด็ดขาดจนดิ้นไม่หลุด นิ้วหัวแม่มือของเขาไหล่งผ่านท้องแขนด้านในที่บอบบาง จุดสัมผัสเพียงน้อยนิดกลับสร้างกระแสไฟฟ้าแปลบปلمแล่นพล่านไปทั่วร่างจนรินลดาเผลอครางแผ่วในลำคอด้วยความสั่นสะท้าน เธอเกลียดตัวเองที่ร่างกายทรยศความตั้งใจทุกครั้งที่สัมผัสของเขาแตะต้อง
"ปล่อยนะ... คิรากร" เธอพยายามบิดข้อมือหนี แต่เขากลับยิ่งรั้งตัวเธอให้ลุกขึ้นยืนประชิดติดแผงอกกว้าง
"ผมไม่เคยปล่อยสิ่งที่ผมอยากได้... และยิ่งเป็นคุณ ที่กล้าแม้แต่จะหันหลังให้ผม..." คิรากรกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงพร่าสั่นเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่เริ่มปะทุ "คุณคิดจริงๆ เหรอว่าผมจะยอมให้คุณเดินออกไปจากห้องนี้... ไปเจอผู้ชายคนอื่น หรือไปแตะต้องผิวของใครด้วยมือคู่นี้อีก"
ริมฝีปากหยักลึกก้มลงประกบปิดเรียวปากอิ่มของเธอทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ได้ปฏิเสธ การจูบครั้งนี้ไม่ใช่การแตะสัมผัสแบบผิวเผิน แต่มมันคือการบดขยี้ รุกไล่ และเรียกร้องด้วยความกระหายที่กักเก็บมานาน คิรากรขบเม้มริมฝีปากเธอนุ่มนวลก่อนจะสอดแทรกความร้อนรุ่มเข้าไปตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ มืออีกข้างที่ว่างโอบกระชับเอวบางคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบชิด ร่างกายของทั้งคู่แนบสนิทอย่างไร้ช่องว่าง ความดิบเถื่อนและทรงอำนาจของเขาหลอมรวมเข้ากับความอ่อนยวบและยอมจำนนของเธอในเสี้ยววินาที
รินลดาพยายามทุบกำปั้นลงบนอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงทั้งหมดกลับละลายหายไปกับรสจูบที่ร้อนระอุและลุ่มลึกจนลมหายใจขาดห้วง มือที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปลายลิ้นที่เกี่ยวพันกันสร้างความวาบหวามจนขาแทบทรุด คิรากรรับรู้ได้ถึงความอ่อนยวบนั้น เขายกตัวเธอขึ้นนั่งบนขอบโต๊ะทำงานอย่างไร้ความปราณี ปัดกวาดเอกสารและข้าวของบนโต๊ะร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังสนั่น แต่วินาทีนี้ไม่มีใครสนใจสิ่งรอบตัวอีกต่อไปแล้ว
ฝ่ามือหนาสอดลูบไล้ขึ้นใต้ร่มผ้าเนื้อบางของเธอสัมผัสผิวเนียนนุ่มที่ร้อนผ่าวไม่แพ้กัน ความปรารถนาอันดิบเถื่อนและเร่าร้อนปะทุขึ้นกลางห้องทำงานที่ปิดตาย แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเกินกว่าจะมีกฎเกณฑ์ใดๆ ห้ามปรามไว้ได้ ท่ามกลางความมืดสลัวยามค่ำคืน เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดเคล้าคลอไปกับเสียงครางแผ่วเบาที่สะท้อนความสัมพันธ์อันซับซ้อนที่ยิ่งดึงก็ยิ่งพันธนาการเข้าหากันแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม
ทว่า... ในจังหวะที่อารมณ์รักกำลังโหมกระหน่ำถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบจากด้านนอก ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำของลูกน้องคนสนิทที่ตะโกนแทรกเข้ามาผ่านบานไม้หนา
"นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... คนของตระกูลศัตรูบุกเข้ามาถึงชั้นใต้ดินแล้วครับ!"
คิรากรชะงักกึก ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยประกายเสน่หาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยือกดุจน้ำแข็งในชั่วพริบตา เขาก้มลงมองรินลดาที่ยังคงหอบหายใจสะท้านอยู่ใต้ร่าง ริมฝีปากบวมเจ่อจากรสจูบ และแววตาที่เต็มไปด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
มาเฟียหนุ่มก้มลงกระซิบชิดใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและเต็มไปด้วยคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธ ก่อนจะผละตัวออกจากร่างเธอนิ่งสนิท
"อยู่ตรงนี้... ล็อคประตูให้ดี แล้วอย่าออกไปไหนจนกว่าผมจะกลับมา... เพราะเรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้แน่นอน, รินลดา"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนและลุ่มลึกนี้ร่วมกันนะครับ
ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล•ตอนที่ 7
ขอบเขตของความสัมพันธ์
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!