ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล•ตอนที่ 8

ความจริงที่ถูกสักลงไป

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
เสียงล็อกกลอนประตูห้องทำงานส่วนตัวดังขึ้นก้องกังวาน ราวกับเสียงตัดขาดโลกภายนอกออกจากพื้นที่อันตรายใบนี้ รินลดายืนนิ่งอยู่กลางห้อง แผ่นหลังแนบชิดกับความเย็นเยียบของผนังกระจกใสที่มองเห็นทัศนียภาพยามค่ำคืนของเมืองใหญ่เบื้องล่าง หัวใจของเธอกำลังเต้นโครมครามด้วยจังหวะที่ไม่ได้เกิดจากความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดมหาศาลที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ คิรากรก้าวช้าๆ เข้ามาหาเธอ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่ถูกปลดกระดุมเม็ดบนออกเผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อนุ่มลึก แววตาของเขาไม่ได้ดุดันกร้าวร้าวเหมือนทุกครั้ง แต่มีความว่างเปล่าและลึกซึ้งบางอย่างซ่อนอยู่ "ล็อคประตูตามคำสั่งผมแล้วสินะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังจนแทบทำให้คนฟังเข่าอ่อน "คุณต้องการอะไรกันแน่ คิรากร" รินลดาเชิดหน้าขึ้น พยายามรักษาความแข็งกร้าวในน้ำเสียงไว้ แม้ว่ามือทั้งสองข้างที่ไขว้ไว้ด้านหลังจะกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "ฉันมาที่นี่เพื่อทำงาน... เพื่อสะสางงานรอยสัก ไม่ใช่มาเล่นเกมประสาทกับคุณ" คิรากรหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นกายผสมผสานระหว่างโคโลญจ์ราคาแพงและกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของเธอ เขายื่นมือหนาออกมา ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนกรอบหน้าของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังสัมผัสสิ่งของที่เปราะบางที่สุดในโลก ทั้งที่ตัวตนของเขาดิบเถื่อนและป่าเถื่อนเสียยิ่งกว่าอะไร "งานเหรอครับ..." คิรากรพึมพำชิดริมฝีปาก สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าของเธอทุกตารางนิ้ว "บางครั้ง... คนเราก็ต้องการการเยียวยาที่นอกเหนือจากเข็มกับหมึกสักนะครับ รินลดา" สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาไล้เรื่อยลงมาตามแนวสันกราม ก่อนจะหยุดอยู่ที่ลำคอระหง รินลดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาตัดกับความเย็นเฉียบของห้องอย่างสิ้นเชิง แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลงทุกที เธอพยายามจะเบือนหน้าหนี แต่เขากลับใช้มืออีกข้างรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น บังคับให้ร่างกายของเธอต้องแนบชิดไปกับแผงอกแกร่ง ความรู้สึกถึงมัดกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดภายใต้เนื้อผ้าทำให้เธอรับรู้ได้ถึงพละกำลังอันล้นเหลือของมาเฟียหนุ่มผู้นี้ "ปล่อยฉัน..." เธอเอ่ยกระซิบ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ตรงแผงอกของเขา "ผมไม่เคยปล่อยสิ่งที่อยากได้... ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นรอยยิ้มอวดดีของคุณบนผิวหนังของผมแล้วครับ" คิรากรโน้มใบลงมา กระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงทุ้มพร่าต่ำสั่นสะเทือนอารมณ์จนขนลุกซู่ "คุณทำให้ผมอยากทำลายกำแพงที่สร้างไว้... รู้ตัวบ้างไหมครับ" ชั่วขณะนั้นเอง รินลดาเห็นประกายความร้าวรานบางอย่างในแววตาของเขา มันเป็นเสี้ยววินาทีสั้นๆ ที่มาเฟียผู้ไร้ความปราณีคนนี้หลุดเกราะป้องกันออกมา ด้านที่อ่อนแอ ด้านที่เต็มไปด้วยบาดแผลทางใจที่ไม่มีวันจางหาย ถูกเปิดเผยให้เธอเห็นเป็นคนแรก... และเป็นเพียงคนเดียว ความรู้สึกต่อต้านในใจของรินลดาพลันมลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจลึกซึ้ง เธอยกมือขึ้นสัมผัสแผ่นหลังกว้างของเขา สัมผัสถึงความตึงเครียดที่สะสมมาเนิ่นนาน ก่อนจะโอบกอดเขาไว้แน่นขึ้น คิรากรซบใบหน้าลงกับลาดไหล่ของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนเธอกายสั่นสะเทือน ความเยือกเย็นทั้งหมดที่เขาเคยมีพังทลายลงในอ้อมแขนนี้ เหลือเพียงความโหยหาและความอ่อนแอที่ถูกเก็บกดมานานปี ริมฝีปากอุ่นจัดของเขาแตะลงที่ซอกคอขาวผ่องอย่างแผ่วเบาในคราแรก ก่อนจะเริ่มหนักหน่วงและเร่าร้อนขึ้นตามแรงปรารถนาที่พรั่งพรู รินลดาครางแผ่วในลำคอเมื่อความเสียวซ่านวิ่งพล่านไปทั่วร่าง สัมผัสของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีแค่ความดิบเถื่อน แต่เต็มไปด้วยความโหยหาและการเว้าวอนอย่างเงียบงัน ร่างสูงช้อนตัวเธอขึ้นแนบอกอย่างง่ายดาย โดยที่ริมฝีปากยังคงไม่ละไปจากเรียวปากอิ่มของเธอ จูบที่รสชาติล้ำลึกและดุดันเริ่มครอบครองสติสัมปชัญญะของทั้งคู่ คิรากรพาเธอก้าวไปยังโซฟาหนังตัวยาวริมกระจก ก่อนจะทาบทับร่างลงมาด้วยความเร่าร้อนที่แปรเปลี่ยนเป็นไฟแผดเผา เสื้อผ้าเนื้อดีถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นท่ามกลางแสงไฟสลัวจากตึกระฟ้าภายนอก ผิวเนื้อเปลือยเปล่าสัมผัสเข้าหากันจนเกิดความร้อนรุ่มที่แทบแผดเผา ทุกสัมผัส ทุกรอยจูบ และทุกแรงสัมผัสสะท้อนถึงความโหยหาที่อัดแน่นมานาน คิรากรปรนเปรอเธอด้วยความเร่าร้อนที่ผสมผสานความอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด ราวกับเธคือสิ่งเดียวที่จะช่วยเยียวยาความมืดมิดในจิตใจของเขาได้ เสียงหอบหายใจหนักหน่วงและเสียงครางกระסטำประสานกันก้องห้องทำงานกว้าง ร่างกายทั้งสองแนบสนิทประสานเป็นหนึ่งเดียว ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดแต่เต็มไปด้วยความลึกซึ้งทางอารมณ์ รินลดาจิกปลายนิ้วลงบนแผ่นหลังของเขา ระบายความวาบหวามและสุขสมที่เอ่อล้นทะลัก ขณะที่คิรากรฝังใบหน้าลงที่ซอกคอเธอ พลางพึมพำถ้อยคำบางอย่างซ้ำๆ ราวกับคนหลงทางที่เจอแสงสว่าง หลังจากพายุอารมณ์สงบลง ทั้งคู่ยังคงนอนกอดกันอยู่บนโซฟาตัวเดิม ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ คิรากรใช้ปลายนิ้วไล้เบาๆ บนผิวเนียนนุ่มของเธอ ดวงตาคมกريบมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "ความลับทั้งหมดของผม..." คิรากรเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่จริงจังอย่างยิ่ง "ตอนนี้คุณเป็นคนเดียวที่รู้มันแล้วนะครับ รินลดา" รินลดากำลังจะอ้าปากเอ่ยตอบเพื่อปลอบประโลม แต่ทว่า... เสียงเคาะประตูดังปึงปังอย่างรุนแรงจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของลูกน้องคนสนิทที่ฟังดูตื่นตระหนกจนผิดปกติ ทำลายบรรยากาศเงียบสงบลงในพริบตา "นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... มีคนบุกรุกเข้ามาทางชั้นใต้ดิน และพวกมัน... กำลังมุ่งหน้ามาที่ห้องนี้ครับ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของวริศร์วิสกี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%