หน้าจอสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำงานกระจกนิรภัยยังคงสว่างวาบ ข้อความจากสายสืบวงในที่ส่งมาก่อนหน้านี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของผมราวกับเสียงกระซิบจากความมืด — *'ระวังตัวให้ดี... คนที่ส่งศักดิ์ดามา ไม่ใช่ศัตรูเก่า แต่เป็นคนใกล้ตัวที่สุดที่นายไว้วางใจที่สุด...'*
คำว่า 'ใกล้ตัวที่สุด' หนักหน่วงเสียยิ่งกว่ากระสุนปืนสักนัด มันคือรอยร้าวในอาณาจักรที่ผมสร้างขึ้นด้วยเลือดและหยาดเหงื่อ แต่ในวินาทีนี้... ความระแวงสงสัยทั้งหมดกลับถูกปัดเป่าให้กระจัดกระจายอย่างไร้ความหมาย เมื่อกลิ่นกายหอมกรุ่นของน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นอายบุหรี่จางๆ ลอยวนอยู่รอบตัว รินลดาไม่ได้ถอยหนี เธอกลับก้าวเข้ามายืนประชิดผมในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดตาย ม่านกำมะหยี่สีเข้มถูกรูดปิดกั้นโลกภายนอก เหลือเพียงแสงไฟสลัวสีอำพันที่สาดส่องลงบนร่างของเธอกับผม
"คุณกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่... ทั้งที่ฉันอยู่ตรงหน้าคุณนี่นะ คิรากร"
เสียงหวานเจือความท้าทายดังขึ้น รินลดากล้าดึงเนกไทไหมพรมสีเข้มในมือผมให้ขยับเข้าหาตัว แรงดึงนั้นไม่ได้มากมาย แต่มันดึงเอาสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ผมพยายามกดทับไว้ให้ปะทุขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบของเธอฉายแววความดื้อรั้นที่ผมหลงใหลและอยากจะบดขยี้ให้แหลกคามือไปพร้อมๆ กัน
"ริน..." ผมครางเสียงต่ำในลำคอ ปล2มือใหญ่คว้าเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธอแล้วรวบเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน "คุณกล้าเกินไปแล้วนะ"
"ฉันแค่เรียกร้องความสนใจจากคุณ... มันผิดตรงไหนคะ?" เธอจงใจใช้สรรพนามและน้ำเสียงยั่วยวนที่รู้ดีว่ามันทำลายความสุขุมเยือกเย็นของผมได้ราบคาบ
ผมไม่รอให้เธอได้พูดอะไรต่อ ริมฝีปากหนากดจูบลงไปบนกลีบปากอิ่มของเธออย่างดุดันและเอาแต่ใจ ความหวานที่คุ้นเคยผสมผสานกับรสชาติความเร่าร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกครั้งที่สัมผัส รินลดาไม่มีทีท่าว่าจะปฏิเสธ เธอกลับเผยอริมฝีปากรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นด้วยความเต็มใจ มือเรียวเล็กเปลี่ยนจากการกำเนกไทมาเป็นโอบรอบลำคอแกร่งของผม จิกเล็บลงบนผิวเนื้อเบาๆ เพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง
ความต้องการที่มีร่วมกันไม่ได้ลดน้อยลงเลยตั้งแต่คืนแรก... กลับกัน มันเติบโต ลุกลาม และกลายเป็น 'การเสพติด' ชนิดที่ต่อให้เอาอำนาจหรือเงินทองทั้งอาณาจักรมาแลก ผมก็ไม่มีทางยอมปล่อยเธอไปเด็ดขาด
ผมอุ้มร่างบางขึ้นจนขาทั้งสองข้างเกี่ยวตวัดรอบเอวสอบของผมโดยอัตโนมัติ รินลดาอุทานเบาๆ อย่างตกใจก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างชอบใจเมื่อแผ่นหลังของเธอถูกวางราบลงบนโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่ คิรากรผู้ไม่เคยปราณีใคร ยามนี้กลับกลายเป็นทาสของสัมผัสจากผู้หญิงใต้ร่างคนนี้ ร่างกายของเราเบียดชิดกันแนบแน่นจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วราวกับกลองศึก
มือใหญ่ของผมลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง ปลายนิ้วร้อนผ่าวกรีดกรายผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียดจนเธอสะ่านสะท้าน รินลดาแอ่นกายเข้าหาฝ่ามือของผมโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคู่สวยฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำใสและความปรารถนาที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด
"มองผม..." ผมกระซิบเสียงพร่าชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจร้อนรุ่มเป่ารดต้นคอขาวผ่องจนเธอขนลุกชัน "มองตาผม... แล้วจำไว้ว่าคุณเป็นของใคร"
"คุณ... บ้าไปแล้ว คิรากร" เธอกระซิบตอบเสียงสั่นพร่า มือบางปัดป่ายไปตามแผงอกกว้างของผมเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวในขณะที่แรงปรารถนาเข้าครอบงำทุกลมหายใจ
เสื้อผ้าถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นอย่างไร้ความปราณี ท่าوالกลางแสงไฟสลัวและเงาร่างที่ทาบทับกัน เรือนร่างงดงามของรินลดาภายใต้พันธนาการแห่งเสน่หาช่างเย้ายวนจนแทบคลั่ง ผิวเนียนนุ่มสะท้อนแสงไฟราวกับงานศิลปะชั้นยอดที่ผมเป็นผู้ครอบครองและแต่งแต้มรอยสัมผัสลงไป เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดเคล้าคลอไปกับเสียงครางแผ่วเบาที่ดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้อง
ไม่มีความลังเล ไม่มีกฎเกณฑ์ มีเพียงสัญชาตญาณดิบของชายหญิงที่โหยหากันและกัน รสจูบที่ดุเดือดและลึกซึ้งถูกมอบให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือหนากอบกุมสะโพกมนและยกสะรับจังหวะความเร่าร้อนที่ประสานเข้าหากันอย่างเนิบนาบแต่หนักหน่วง ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่รุนแรงและลุ่มลึก รินลดาจิกปลายนิ้วลงบนลาดไหล่กว้างของผมเพื่อระบายความสุขสมที่ถาโถมเข้ามาจนร่างกายสั่นเทิ้ม เธอกรีดร้องชื่อผมเบาๆ ในลำคอเมื่อคลื่นลูกใหญ่แห่งอารมณ์พัดพาเราทั้งคู่ดิ่งลึกลงไปในห้วงแห่งความเร่าร้อนอย่างไร้ทางออก
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้... รู้เพียงแต่ว่าแม้ร่างกายจะอ่อนล้าจากบทเพลงรักอันดุเดือด แต่ความกระหายในตัวกันและกันกลับไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย
ผมนอนตะแคงโอบกอดร่างเปลือยเปล่าของเธอไว้แนบอก ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าผ่องอย่างเบามือ รินลดาหลับตาพริ้มซบหน้าลงกับแผงอกของผม ลมหายใจสม่ำเสมอแสดงว่าเธอเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้วจากความเหนื่อยอ่อน
ทว่า... ดวงตาของผมยังคงเบิกกว้าง ทอดมองความมืดสลัวภายในห้องทำงาน
เสียงแจ้งเตือนข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่คว่ำอยู่บนโต๊ะดังขึ้นเบาๆ สั่นสะท้านผ่านเนื้อไม้
*ครืด... ครืด...*
ผมเหลือบมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาในความมืด ชื่อของ 'คนที่คุณไว้วางใจที่สุด' ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอพร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา
*“นายคิดว่ารินลดา... เป็นคนวาดรูปปืนรอยสักบนศพศักดิ์ดา... หรือฉันล่ะที่เป็นคนบอกเธอให้ทำ?”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนและปมอันลึกล้ำนี้ร่วมกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล•ตอนที่ 17
ความร้อนแรงที่ไร้ทางออก
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!