ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล•ตอนที่ 16

กลลวงของมาเฟีย

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
กลิ่นควันปืนจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายโลหะและหยาดเหงื่อในห้องสมุดส่วนตัวของคิรากร กำลังส่งกลิ่นคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว ปลายกระบอกปeniจากช่องลับหลังชั้นหนังสือไม่ได้เล็งมาที่ความว่างเปล่า แต่มันจ่อตรงเข้าที่ขมับด้านขวาของคิรากรอย่างแม่นยำ ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมากลับไม่ใช่เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของรินลดา หรือเสียงลั่นไกสังหารอย่างที่ใครคาดคิด ร่องรอยความตื่นตระหนกวับหายไปจากนัยน์ตาคมกริบสีนิลของมาเฟียหนุ่ม เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น ราวกับสุนัขป่าที่รอให้เหยื่อเดินเข้ามาติดกับในอาณาเขตที่ตนเองขีดเส้นไว้ตั้งแต่แรกแล้ว "ช้าไปก้าวหนึ่งนะ... สหายเก่า" คิรากรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นิ่งสงบ แต่เปี่ยมไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้อากาศรอบตัวแทบแข็งตัว *แกร็ก!* เสียงปลดเซฟตี้จากด้านหลังดังขึ้นพร้อมกับร่างของ "พยัคฆ์" มือขวาคนสนิทที่พุ่งตัวออกมาจากมุมมืดอีกด้าน ปลายกระบอกปืนของพยัคฆ์กลับกลายเป็นฝ่ายจ่อเข้าที่กลางหลังของมือปืนลับที่โผล่อออกมาจากช่องลับนั้นแทน เกมกระดานนี้ไม่ได้มีแค่ผู้ล่าและผู้ถูกล่า แต่คิรากรคือผู้ควบคุมกระดานหมากทั้งหมดแต่แรก รินลดาที่ยืนอยู่ใกล้รัศมีอันตราย หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอมองแผ่นหลังกว้างของคิรากรที่ยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคงท่ามกลางปากกระบอกปืน ความดิบเถื่อนและอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันทั้งน่ากลัวและเย้ายวนใจในเวลาเดียวกัน เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อตระหนักได้ว่า ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา และเธอก็ตกหลุมพรางความดาร์กนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว "แกคิดว่าแกเหนือกว่าเสมอสินะ คิรากร" เสียงแหบพร่าของผู้บุกรุกดังขึ้นจากความมืดหลังชั้นหนังสือ ก่อนที่ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มจะก้าวออกมา พร้อมรอยยิ้มหยันที่มุมปาก แม้ปืนจะจ่อหัวอยู่ แต่แววตาของมันยังคงเต็มไปด้วยความกระหายเลือด "ฉันไม่ได้คิดว่าตัวเองเหนือกว่า... แต่ฉันแค่วางแผนเผยมุมโง่ๆ ให้พวกแกตายใจต่างหาก" คิรากรหมุนตัวกลับอย่างช้าๆ ปัดปลายกระบอกปืนที่จ่อขมับออกด้วยหลังมืออย่างไม่แยแส ราวกับชีวิตของตัวเองไม่มีค่าเท่ากับเกมจิตวิทยาที่เขากำลังเล่นอยู่ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวมือปืนคนนั้นทีละก้าว สายตาคมกราบกรานดุดันจนอีกฝ่ายต้องเป็นฝ่ายผถอยหลังกรูด "คิดว่าส่งหนอนกระ่อนเข้ามาในองค์กรฉัน แล้วจะล้มฉันได้รึไง ศักดิ์ดา" รินลดาเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น ศักดิ์ดา... ศัตรูคู่อาฆาตที่ต้องการโค่นลอำนาจของคิรากรมาโดยตลอด "แกมันปีศาจ คิรากร วันนี้แกไม่รอดแน่ ลูกน้องฉันข้างนอก..." ศักดิ์ดาแค่น "ลูกน้องแกข้างนอกเหรอ?" คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม "พวกมันนอนรอความตายอยู่ชั้นล่างเรียบร้อยแล้วล่ะ นายคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าแกซ่อนทางหนีทีไล่ไว้ตรงไหนบ้าง" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบระเบิด พยัคฆ์เหนี่ยวไกปืนเตรียมพร้อมรับคำสั่งเด็ดขาด แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น คิรากรกลับยกมือขึ้นห้ามลูกน้องไว้ สายตาคมกาลกวาดมองไปที่รินลดาที่ยืนตัวเกร็งอยู่ไม่ไกล เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้กำลังหวาดกลัว แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็มีความดื้อรั้นที่ท้าทายอยู่ในแววตาคู่นั้น "ริน..." คิรากรเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ สัมผัสได้ถึงความเร่าร้อนที่เริ่มตีรวนขึ้นมาในกระแสเลือด ท่ามกลางกลิ่นควันปืนและความตาย ความต้องการทางกายกลับพุ่งพล่านขึ้นอย่างไร้เหตุผล "ไปยืนรอฉันที่มุมห้องนั้นซะ" "ฉันไม่ไป ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาที่จะให้คุณสั่ง..." รินลดาเชิดหน้าขึ้น แม้ขาจะสั่นเล็กน้อยแต่เธอก็ปฏิเสธที่จะแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าศัตรูของเขา คิรากรหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขาก้าวเข้าไปหารินลดาด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ก่อนจะคว้าข้อมือเรียวเล็กนั้นไว้แน่น ลากจูงเธอเข้าหาตัวจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับอกแกร่ง กลิ่นกายเฉพาะตัวของเธอผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ทำให้สติของมาเฟียหนุ่มขาดผึ่ง เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ "ดื้อด้านชะมัด... เดี๋ยวคืนนี้เธอต้องโดนลงโทษให้เข็ด ที่บังaาญมาทำตัวพยศใส่ฉันในเวลาแบบนี้" คำพูดนั้นทำเอารินลดาหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระ "ปล่อยนะ... นี่ไม่ใช่เวลามา..." "เงียบซะ" คิรากรสั่งเสียงเข้ม ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับศักดิ์ดาที่ตอนนี้สีหน้าเริ่มซีดเผือดเมื่อรู้ว่าแผนการทั้งหมดพังทลายลงไม่เป็นท่า "ส่วนแก... ศักดิ์ดา เกมมันจบแล้ว" ชั่วพริบตานั้นเอง คิรากรไม่ได้ใช้ปืน แต่เขาพุ่งตัวเข้าประชิดศักดิ์ดาด้วยความเร็วดุจเสือชีตาร์ มือหนากระชากคอเสื้ออีกฝ่ายก่อนจะกระแทกหมัดหนักๆ เข้าที่ใบหน้าจนศักดิ์ดาล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น พยัคฆ์เข้ามาจัดการล็อกตัวและปลดอาวุธที่เหลืออย่างรวดเร็ว ห้องสมุดกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของแต่ละคน ทว่าความเงียบนั้นไม่ได้ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย สายตาของคิรากรที่หันกลับมามองรินลดานั้นเต็มไปด้วยเพลิงอารมณ์ที่ถูกจุดขึ้นจนยากจะดับลง เขาเดินสาวเท้าเข้ามาหาเธอกลางห้องที่ไร้สิ่งกีดขวาง รินลดาถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับชั้นหนังสือ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาปิดกั้นทางหนีทุกทาง จนเธอตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยสมบูรณ์ มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นประคองใบหน้าเนียนนุ่ม นิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากอิ่มอย่างถือสิทธิ์ สัมผัสที่ดิบเถื่อนแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนทำให้รินลดาแทบละลายคาอ้อมแขน "เคลียร์ปัญหาข้างนอกหมดแล้ว... ทีนี้ถึงตาเราต้องมาเคลียร์ปัญหาข้างในกันบ้างแล้วล่ะ รินลดา" คิรากรกระซิบชิดริมฝีปาก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนเธอขนลุกชัน เขาก้มลงประกบจูบทันทีโดยไม่รอให้เธอได้เอ่ยปฏิเสธ ริมฝีปากหนาบดขยี้ความนุ่มหยุ่นอย่างเอาแต่ใจ รสจูบทั้งดุดัน เรียกร้อง และกระหายหิว ราวกับต้องการสูบวิญญาณของเธอเข้าไป รินลดาสั่นสะท้าน มือเรียวเล็กยกขึ้นกำเสื้อสูบของเขาแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน สัมผัสลึกซึ้งที่ประสานเข้าหากันทำให้สติสัมปชัญญะของทั้งคู่หลุดลอย คิรากรช้อนตัวเธอลอยขึ้นจากพื้นอย่างง่ายดาย รินลดารีบเกี่ยวขาเรียวรัดรอบเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ ริมฝีปากยังคงไม่ผละออกจากกัน แม้เสียงฝีเท้าของลูกน้องที่กำลังเคลียร์พื้นที่ด้านนอกจะดังแว่วเข้ามา แต่ในโลกใบนี้เวลานี้ มีเพียงเสียงหอบหายใจและจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งคู่เท่านั้นที่ดังชัดเจน มาเฟียหนุ่มพาเธอเดินตรงไปยังห้องพักส่วนตัวด้านใน แรงปรารถนาที่ถูกกดเก็บไว้ภายใต้ความสุขุมเยือกเย็นระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม ร่างบางถูกวางลงบนเตียงนอนกว้างอย่างนุ่มนวล แต่แววตาของคนที่คุกเข่อมองลงมานั้นกลับเต็มไปด้วยไฟสวาทที่แผดเผา คิรากรทาบทับร่างลงมา มือหนาปลดกระดุมเสื้อของตัวเองออกอย่างไร้ความปราณีเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแกร่งและร่องรอยบาดแผลที่บ่งบอกถึงผ่านศึกมาโชกโชน เขาก้มลงซุกไซร้ซอกคอขาวผ่อง สูดดมความหอมหวานที่ติดตรึงใจ พร้อมกับขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยสีIกุหลาบชัดเจน รินลดาแอ่นอกรับสัมผัสด้วยความซ่านเสียว เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาจากลำคออย่างห้ามไม่อยู่ มือใหญ่ลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าภายใต้ร่มผ้า ปลุกเร้าทุกอณูผิวให้ตื่นตัว แรงสัมผัสที่หนักหน่วงแต่เต็มไปด้วยชั้นเชิงแพรพราวทำให้รินลดาบิดเร้าด้วยความกระสันซ่าน สัมผัสวาบหวามที่ประสานผสานเข้าหากันอย่างเร่าร้อนและลึกซึ้ง ดึงพวกเขาทั้งคู่เข้าสู่ห้วงมิติแห่งเสน่หาที่ไร้ทางออก เป็นค่ำคืนที่ความตายและความเย้ายวนหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่า... ในวินาทีที่ความเร่าร้อนพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะทำงานของคิรากรที่ถูกตั้งระบบเสียงสั่นเตือนไว้เป็นพิเศษ กลับดังขึ้นทำลายความเงียบ... หน้าจอเรืองแสงวาบพร้อมข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ทำให้นัยน์ตาสีินิลของมาเฟียหนุ่มหันขวับไปมองทันทีด้วยประกายตาดุดันที่วับวาวขึ้นมาอย่างน่ากลัว *ข้อความจากสายสืบวงใน: "ระวังตัวให้ดี... คนที่ส่งศักดิ์ดามา ไม่ใช่ศัตรูเก่า แต่เป็นคนใกล้ตัวที่สุดที่นายไว้วางใจที่สุด..."* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนความเร่าร้อนดาร์กโรมานซ์นี้ด้วยดีเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%