ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล•ตอนที่ 18

เปราะบางแต่ทรงพลัง

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
กลิ่นอายจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงยังคงลอยวนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงดัดราวกับป่าช้า คิรากรไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลยตั้งแต่ประโยคท้าทายนั้นถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากของเขาเอง รินลดายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือเรียวที่เคยถือเข็มสักและหมึกสีดำสนิทบัดนี้สั่นเทาเล็กน้อย ความเงียบระหว่างเราไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันอัดแน่นไปด้วยมวลอารมณ์ที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ “นายกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ คิรากร” เสียงของรินลดาดังขึ้น ทำลายความเงียบงัน น้ำเสียงของเธอมั่นคง ทว่าแฝงไปด้วยความหวาดระแวงลึกๆ ในฐานะศิลปิน เธอย่อมรู้ดีว่ารอยสักทุกรอยมีเรื่องราว แต่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องราวบนผิวหนัง มันคือรอยแผลเป็นในอดีตที่เชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมและอำนาจมืด “ฉันไม่ได้เล่นเกม, รินลดา” คิรากรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทขยับเข้าหาเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ากดดันจนลมหายใจของหญิงสาวสะดุด “แต่ฉันกำลังให้โอกาสเธอได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของฉัน... ตัวตนที่ไม่มีใครเคยได้สัมผัส” สายตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้ดุดันหรือเย็นชาเหมือนทุกที มันมีความเปราะบางบางอย่างซ่อนอยู่ลึกก้นบึ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่รินลดาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมาเฟียผู้ไร้ความปราณีคนนี้ “แม่ของฉันเคยชอบกลิ่นกุหลาบป่า” จู่ๆ คิรากรก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เบาราวกับเสียงกระซิบ ขณะที่เขายืนหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงแค่คืบ “ท่านเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยนที่สุดในโลก... โลกที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและกระสุนปืนของตระกูลเรา” รินลดาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตฉายแววแปลกใจ เธอยังคงนิ่งฟังโดยไม่ขัดจังหวะ “ในวันที่ฉันอายุได้เพียงแปดขวบ วันนั้นฝนตกหนักมาก...” คิรากรเบนสายตาไปมองนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพความมืดมิดของค่ำคืน “เสียงปืนดังขึ้นติดต่อกันหลายนัดในคฤหาสน์หลังนี้ กลิ่นคาวเลือดกลบกลิ่นกุหลาบป่าจนหมดสิ้น... ท่านเอาตัวเข้าบังร่างของฉันจากกระสุนนัดที่พุ่งตรงมาเพื่อจะปลิดชีพทายาทคนสุดท้ายของตระกูล” มือหนาของคิรากรเผลอกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานแค่ไหน แต่ร่องรอยของความสูญเสียในวัยเด็กยังคงกัดกินหัวใจของเขาอย่างเงียบเชียบ รอยแผลเป็นที่แท้จริงไม่ได้อยู่บนผิวหนัง แต่มันฝังรากลึกอยู่ข้างใน “ตั้งแต่วันนั้น... โลกของฉันก็ไม่มีสีสันอีกเลย” เขาก้มลงมองรินลดา แววตาไหววูบชั่วขณะ “ฉันถูกหล่อหลอมให้กลายเป็นปีศาจ เพื่อปกป้องตัวเองจากความอ่อนแอ และเพื่อล้างแค้นคนที่พรากทุกอย่างไปจากฉัน... รวมถึงเรื่องของศักดิ์ดาด้วย นายคนนั้นมันสมควรตายตั้งนานแล้ว” รินลดาฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความโกรธเคืองและความระแวงที่มีต่อเขาก่อนหน้านี้เริ่มถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจอย่างประหลาด เธอยื่นมือออกไปช้าๆ ปลายเรียวนิ้วแตะลงที่ท่อนแขนแกร่งของเขาอย่างแผ่วเบา เป็นครั้งแรกที่เขาไม่ได้ถอยหนีหรือปัดป้อง “นายแบกรับเรื่องพวกนี้ไว้คนเดียวมาตลอดเลยเหรอ...” เสียงของเธอนุ่มนวลและสั่นเครือเล็กน้อย “ใช่... จนกระทั่งวันที่เธอเดินเข้ามาในร้านสักของฉัน” คิรากรก้มหน้าลงมา กระซิบชิดริมหูของเธอ ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณต้นคอระหง “รินลดา... มีเพียงเธอคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า... ฉันยังเป็นมนุษย์อยู่” บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความผูกพันอันลึกซึ้ง ไร้ซึ่งความเร่าร้อนทางกาย แต่กลับทรงพลังและตรึงตราตรึงใจยิ่งกว่าครั้งไหนๆ สายใยบางเบาที่เชื่อมโยงหัวใจสองดวงเข้าด้วยกันกำลังถักทอขึ้นอย่างช้าๆ ในห้องทำงานที่มืดมิดแห่งนี้ ทว่า ช่วงเวลาแห่งความเปราะบางและงดงามนั้นกลับต้องสะดุดลง เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของลูกน้องคนสนิทที่วิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก “นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!” เสียงของลูกน้องดังขึ้นพร้อมกับผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้ได้รับอนุญาต “สายรายงานว่า... มีคนพบศพของมือขวาฝั่งตรงข้ามถูกทิ้งไว้ที่หน้าโกดังของเรา พร้อมกับรอยสักรูปสัญลักษณ์ปริศนาที่ข้อมือ... และ... และมีจดหมายถึงนายโดยเฉพาะครับ!” คิรากรหรี่ตาลงทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความอ่อนโยนกลับมาเป็นความเยือกเย็นดุดันและอันตรายในเสี้ยววินาที ร่างสูงผละออกจากรินลดาอย่างรวดเร็ว แววตาสีเข้มมองตรงไปยังลูกน้องด้วยความเหี้ยมเกรียม “ใครเป็นคนส่งจดหมายนั้นมา?” คิรากรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงต่ำตมที่กดดันจนคนฟังแทบไม่กล้าหายใจ ลูกน้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะยื่นซองจดหมายสีดำสนิทที่ประทับตราครั่งรูปดอกกุหลาบสีแดงฉานส่งให้ “คนที่ส่ง... อ้างว่าเป็นคนจากอดีตที่นายคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปี รินลดาที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ไม่ไกล หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นสีหน้าของคิรากรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มรับซองจดหมายนั้นมาด้วยมือที่นิ่งสนิท แต่สายตากลับเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความแค้นที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง - วริศร์วิสกี้ -
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%