ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล•ตอนที่ 19

ความหึงหวงที่ไร้ขอบเขต

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
"ฉันคิดว่าคุณจะจำกลิ่นอายของที่นี่ไม่ได้เสียอีก... คิรากร" เสียงหวานรื่นหูที่เจือความเย่อหยิ่งจงใจลอยเคว้งคว้างอยู่กลางห้องจัดแสดงงานศิลปะส่วนตัว แสงไฟสอตั๊ดสีอำพันสาดกระทบเรือนร่างระหงในชุดเดรสยาวผ่าข้างสูงจนเผยให้เห็นเรียวขาเนียนสวย หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลประกายทองสว่างไสวคนนั้นกำลังก้าวเข้ามาใกล้ รอยยิ้มที่ระบายอยู่บนเรียวปากอิ่มเคลือบทับด้วยความมั่นอกมั่นใจ—รอยยิ้มของผู้หญิงที่เคยครอบครองพื้นที่บางมุมในหัวใจของมาเฟียผู้ไร้ความปราณีมาก่อน รินลดาที่ยืนอยู่เคียงข้างคิรากรนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตคมกริบกวาดมองผู้มาใหม่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สัญชาตญาณดิบเถื่อนในฐานะศิลปินนักสักที่ผ่านโลกมาโชกโชนบอกเธอทันทีว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่แขกผู้มาร่วมงานทั่วไป แต่มี "อดีต" ที่ฝังรากลึกเชื่อมโยงกับชายหนุ่มด้านข้างเธออย่างแน่นอน คิรากรไม่แม้แต่จะขยับตัว กลิ่นอายรอบกายของเขาเย็นเยียบลงจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ดวงตาคมกราบกริบดั่งใบมีดกวาดมอง "พิมimรา" อดีคนรักเก่าที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้สัญญาณเตือน ราวกับภูตผีจากอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันลงไปในหลุมศพแห่งความทรงจำ "ฉันคิดว่าเราคุยกันจบไปนานแล้ว... พิมพิรา" น้ำเสียงของคิรากรแหบต่ำและราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนคนรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง พิมพิราหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอไม่ได้สะทกสะท้านต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เธอก้าวเข้าไปประชิดเขาอีกนิด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นกายเฉพาะตัวของมาเฟียหนุ่ม "เรื่องของเราอาจจะจบ แต่ความทรงจำ... มันไม่เคยตายหรอกนะคิรากร คุณก็รู้ดี" สายตาของเธอยังคงทอดมองเขาด้วยความโหยหา ก่อนจะเหลือบมามองรินลดาที่ยืนนิ่งสนิทอยู่ข้างกายเขา รอยยิ้มเยาะหยันฉาบขึ้นบนมุมปากของอดีตคนรัก "แล้วนี่... เด็กใหม่ของคุณงั้นเหรอ? ดูท่าทาง... จะพยศน่าดูสินะ" บรรยากาศในห้องโถงกว้างพลันตึงเครียดขึ้นมาจนแทบจะใช้มือจับต้องได้ เส้นประสาททุกเส้นในสมองของรินลดากระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่เป็น "ความหึงหวง" ที่รุนแรงจนน่าตกใจ เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือตัวเอง รินลดาไม่ชอบความรู้สึกนี้ ไม่ชอบเลยสักนิดที่เห็นผู้หญิงคนอื่นยืนอยู่ใกล้ผู้ชายของเธอ—ผู้ชายที่เธอเพิ่งจะมอบทั้งร่างกายและจิตวิญญาณให้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ "เด็กใหม่เหรอ?" รินลดาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีเข้มคมกริบจ้องมองพิมพิรากลับอย่างไม่เกรงกลัว เธอก้าวเท้าออกมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับคิรากรอย่างทัดเทียม ก่อนจะยกมือขึ้นแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อสูทสีเข้มของเขา เป็นการแสดงออกถึงความเป็นเจ้า-เข้า-เจ้าของอย่างโจ่งแจ้ง "คุณคงเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะ... ฉันไม่ใช่เด็กใหม่ของใคร และที่สำคัญ ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อขุดคุ้ยซากอดีตที่เน่าเฟะของใครบางคนด้วย" พิมพิราหุบยิ้มฉับพลัน ดวงตาคู่สวยหรี่ลงด้วยความไม่พอใจที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนย้อนเกล็ดเข้าให้ "ปากคอเราะร้ายสมกับเป็นช่างสักฝีมือดีจริงๆ นะ... แต่ระวังตัวหน่อยเถอะ ของเล่นชิ้นโปรดชิ้นนี้ของคิรากร น่ะ เบื่อเร็วจะตายไป" "พอได้แล้วพิมพิรา!" คิรากรคำรามเสียงต่ำ ลมหายใจของเขาพ่นออกมาอย่างรุนแรง ความอดทนของมาเฟียหนุ่มขาดผึ่งลงในวินาทีนั้น มือหนาเอื้อมไปคว้าหมับเข้าที่เอวบางของรินลดา รั้งร่างเพดานของเธอให้เข้าแนบชิดติดกับแผงอกแกร่งของเขาอย่างไร้ความปราณี แรงดึงดูดดิบเถื่อนที่แฝงไว้ด้วยความเป็นเจ้าของพรั่งพรูออกมาจนรินลดาต้องสูดปากเข้าลึกๆ คิรากรก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของรินลดา น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่แผดเผา "อย่าไปฟังคำพูดไร้สาระของคนอื่น... รินลดา เธอเป็นของฉัน และไม่มีใครหน้าไหนมีสิทธิ์มาแตะต้องหรือเปรียบเทียบอะไรทั้งนั้น" คำพูดนั้นแม้จะกระซิบเบาๆ แต่กลับดังก้องในโสตประสาทของหญิงสาว ร่างกายของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ราวกับถูกไฟลน ความโกรธขึงและความหึงหวงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสความต้องการอันรุนแรงที่พุ่งพล่านขึ้นมาในกระแสเลือด พิมพิรามองภาพนั้นด้วยความเจ็บปวดและริษยาที่ฉายชัดผ่านแววตา ก่อนที่เธอจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินจากไปท่ามกลางความเงียบงันของแขกเหรื่อรอบข้าง ทว่า ในจังหวะที่ความตึงเครียดกำลังจะคลี่คลายลง คิรากรกลับไม่ได้ปล่อยรินลดาออกจากอ้อมแขน เขากลับเพิ่มแรงรัดที่เอวคอดให้แน่นยิ่งขึ้น จนแผ่นอกของเธอบดเบียดเข้ากับกายแกร่งของเขาอย่างแนบเนียน ดวงตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาที่ยากจะดับลงได้ "คุณหึงผมหรือเปล่า... รินลดา?" เขาถามชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย้ายวนจนหัวใจของเธอเต้นรัวระรัว รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นที่มุมปาก แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก "แล้วคุณล่ะ... หวงฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงได้แสดงตัวซะน่ากลัวขนาดนี้?" คิรากรไม่ตอบคำถาม แต่มือหนาของเขาเลื่อนต่ำลงมาที่สะโพกมน ออกแรงบีบเค้นผ่านเนื้อผ้าอย่างแรงจนเธอต้องหลุดเสียงครางฮือในลำคอด้วยความวาบหวาม สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันและกระหายหิวอย่างเห็นได้ชัด "กลับคอนโดฯ ของผมเดี๋ยวนี้..." เขากระซิบด้วยน้ำเสียงคำรามต่ำชิดริมฝีปากของเธอ "คืนนี้... ผมจะลงโทษคุณให้สาสมกับความอวดดีนี้... และจะย้ำเตือนให้ร่างกายของคุณจำไว้ให้ขึ้นใจ ว่าคุณเป็นของใคร" รินลดาสบตาคมปลาบของเขา ลมหายใจของทั้งคู่ผสานเข้าหากันในระยะประชิด ความเร่าร้อนจากเหตุการณ์เมื่อครู่กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่โหมกระหน่ำความปรารถนาของคนทั้งคู่ให้ลุกโชนขึ้นอย่างไร้ทางทานทán— ทว่า ในขณะที่คิรากรกำลังจะก้มลงปิดริมฝีปากบดขยี้ความเย้ายวนนั้น โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็สั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรง ขัดจังหวะความเป็นความตายระหว่างสัญชาตญาณดิบและอารมณ์ที่กำลังพุ่งถึงขีดสุด คิรากรขมวดคิ้วมุ่นอย่างหัวเสีย เขากดตัดสายทิ้งโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าจอ แต่ทว่า... หน้าจอเครื่องเดิมกลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนด่วนจากลูกน้องคนสนิทที่ปรากฏหราอยู่ตรงหน้า *ภาพถ่ายใบหน้าของบุคคลปริศนาที่เพิ่งก้าวลงจากเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว*—บุคคลที่คิรากรคิดว่าไม่มีทางกลับมาเหยียบแผ่นดินนี้ได้อีกตลอดชีวิต! —โปรดติดตามตอนต่อไป— ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของวริศร์วิสกี้เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%