หน้าจอสมาร์ทโฟนในมือของคิรากรดับลงแล้ว แต่ภาพเปลวเพลิงสีส้มฉานที่กำลังกลืนกินสตูดิโอขนาดเล็กของรินลดาเมื่อครู่ยังคงสะท้อนอยู่ในดวงตาคมกริบ คราบเขม่าควันและความพินาศที่ถูกส่งตรงมาจากปลายสาย สร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาลภายในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น
ไม่มีคำสบถ ไม่มีการทุบโต๊ะระบายอารมณ์
ความโกรธเกรี้ยวระดับมหันตภัยของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ไม่ได้แสดงออกด้วยความโ닉โกลาหล หากแต่มันถูกบีบอัดจนกลายเป็นความนิ่งสนิท เยียบเย็น และพร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้มอดไหม้เป็นจุล ร่างสูงใหญ่ในสูทสีเข้มยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ทว่าในวินาทีที่ร่างบางของรินลดาเปิดประตูเข้ามาโดยไม่เคาะ เสียงฝีเท้าของเธอกลับดึงสติเขาให้หันกลับไปมอง
เธอยังไม่รู้... รินล่ายังไม่รู้ว่าผลงาน น้ำพักน้ำแรง และความฝันทั้งหมดของเธอกำลังกลายเป็นเถ้าถ่าน
"คิรากร..." เสียงเรียกของเธอบางเบaแต่เต็มไปด้วยความกังวล เพราะแววตาที่เขามองมามันช่างดุดันและเต็มไปด้วยกระแสอารมณ์ที่เธอยากจะคาดเดา "คุณเป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้น..."
คิรากรไม่ตอบ เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาเธอ ราวกับเสือดาวที่กำลังคุมเชิงเหยื่อ ทว่าแววตานั้นกลับเจือไปด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้งที่เขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น รอยแผลเป็นในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ด้วยอำนาจและเงินตรา กำลังถูกกรีดซ้ำด้วยภาพความสูญหายที่เขารู้ดีว่ามันพุ่งเป้ามาที่ "จุดอ่อน" เพียงหนึ่งเดียวของเขา
รินลดา... ผู้หญิงคนเดียวที่กล้าแตะต้องหัวใจที่ด้านชาของเขา
"ถ้าทุกอย่างที่คุณสร้างมันหายไปในพริบตา... คุณจะทำยังไง ริน" คิรากรเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ แหบพร่า และสั่นเครือเล็กน้อยอย่างไร้ร่องรอยของความเย่อหยิ่ง
รินลดาชะงักไป เธอขมวดคิ้วมุ่นกับคำถามแปลกประหลาดนั้น ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา มือเรียวบางเอื้อมขึ้นสัมผัสกรอบหน้าคมคายของมาเฟียหนุ่มอย่างกล้าหาญ เป็นการกระทำที่คนอื่นไม่มีวันกล้าทำ แต่เธอกล้า... และเขาก็ยอมให้เธอทำเสมอ
"ถามอะไรแปลกๆ" เธอยิ้มจางๆ พยายามผ่อนคลายบรรยากาศที่ตึงเครียด "ถ้ามันหายไป ฉันก็แค่สร้างมันใหม่... ชีวิตคนเรามันไม่ได้มีแค่ตึกหรือข้าวของหรอกนะคิรากร มันมีลมหายใจ มีความรู้สึก และมี... คนที่อยู่ตรงนี้"
ปลายนิ้วของเธอไล้ลงมาตามแนวสันจกลงมาหยุดที่แผ่นอกกว้าง ตรงตำแหน่งหัวใจที่กำลังเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง
สัมผัสของเธอมันช่างทรงพลัง รินลดาไม่เพียงแต่สัมผัสร่างกายของเขา แต่เธอกำลังสัมผัสลึกลงไปถึงตัวตนที่แตกสลายเบื้องหลังฉากหน้าอันยิ่งใหญ่ คิรากรหลับตาลงรับสัมผัสอุ่นซ่านนั้น มือหนาเอื้อมขึ้นกุมมือเธอแนบแก้มตัวเองไว้แน่น ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดฝ่ามือของเธอ ความเย็นชาทั้งหมดในกายละลายหายไป เหลือเพียงความโหยหาที่กัดกินหัวใจ
"มันไม่เหลือแล้ว..." คิรากรกระซิบเสียงพร่า ดวงตาคมกริบลืมขึ้นมองสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงที่เคยทรงอำนาจสั่นไหวอย่างหาได้ยาก "สตูดิโอของคุณ... ถูกเผาจนไม่เหลืออะไรเลย"
ร่างบางแข็งค้างไปในทันที รอยยิ้มจางๆ บนริมฝีปากเลือนหาย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วเข้ามาในอกราวกับถูกของมีคมแทงซ้ำๆ ภาพผลงานศิลปะ รอยสักที่เธอรัก และความทรงจำทั้งหมดพรั่งพรูเข้ามาในหัว แต่วินาทีที่เธอกำลังจะเซถอยหลังด้วยความช็อก อ้อมแขนแข็งแกร่งของคิรากรก็คว้าตัวเธอเข้าไปกอดรัดไว้แนบอกอย่างแน่นหนา
"แต่อย่ากลัว..." เขากระซิบชิดขมับ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและแรงปรารถนาอันดิบเถื่อน "ผมจะสร้างให้คุณใหม่ ใหญ่กว่าเดิม ดีกว่าเดิม... และใครหน้าไหนที่กล้าทำลายของๆ ผม มันจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต"
รินลดาซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความอบอุ่นจากอ้อมกอดของเขาค่อยๆ ดึงสติเธอให้กลับคืนมา ความเสียใจถูกแทนที่ด้วยความซาบซึ้งและแรงดึงดูดทางอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนยากจะต้านทาน ในสถานการณ์ที่วิกฤตที่สุด หัวใจของพวกเขากลับยิ่งเชื่อมเข้าหากันอย่างแน่นแฟ้นอย่างไร้รอยต่อ
มือหนาของคิรากรประคองท้ายทอยเธอขึ้น บังคับให้เงยหน้าสบตา ประกายตาของมาเฟียหนุ่มตอนนี้เต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ร้อนแรงและดิบเถื่อน เขาต้องการเธอนับร้อยนับพันเท่าเพื่อยืนยันว่าเธอยังอยู่ตรงนี้ ยังเป็นของเขา และไม่มีวันถูกพรากไปไหนได้
"มองผม ริน..." เขาสั่งเสียงพร่าต่ำ ริมฝีปากหยักลึกโน้มลงมาใกล้จนลมหายใจปะทะกัน "จูบผม... เยียวยาผมที"
รินลดาไม่ปฏิเสธ เธอเผยริมฝีปากออกรับสัมผัสร้อนระอุที่ประทับลงมาอย่างหนักหน่วงและเร่าร้อน คิรากรบดขยี้เรียวปากเธอด้วยความโหยหา คล้ายคนกระหายน้ำที่กลางทะเลทราย รสจูบในครานี้ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลือ มีเพียงความดิบเถื่อน หิวกระหาย และเรียกร้อง ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ มือหนาเลื่อนลงมาบีบเค้นสะโพกมนผ่านเนื้อผ้าอย่างแนบแน่น ดึงรั้งร่างบางให้แนบชิดติดกับแผงอกจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน
แรงอารมณ์ที่อัดอั้นจากข่าวร้ายถูกเปลี่ยนเป็นพลังแห่งเสน่หาที่ร้อนแรงเกินต้านทาน คิรากรอุ้มร่างบางขึ้นจนขาทั้งสองข้างต้องเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ รินลัดาส่งเสียงครางอือในลำคอด้วยความตื่นตระหนกเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงหอบสะท้าน เมื่อแผ่นหลังของเธอถูกวางราบลงบนโซฟาหนังตัวใหญ่กลางห้องทำงาน
ร่างสูงทาบทับลงมาทันที ราวกับราชสีห์ที่ตะครุบเหยื่ออันเป็นที่รัก ริมฝีปากร้อนผ่าวไล่พรุมจูบไปทั่วลำคอระหง ไหปลาร้าเนียน และซอกหู จนรินลดาต้องแอ่นอกรับสัมผัสด้วยความเสียวซ่าน มือเรียวขยุ้มเส้นผมสีเข้มของเขาแน่นระบายความวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
"คุณเป็นของผม... ริน" คิรากรกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงแหบพร่าสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ "จำไว้ว่าไม่มีใครหน้าไหนพรากคุณไปจากผมได้"
ชุดเดรสตัวสวยถูกปลดเปลื้องออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงไฟสลัว แววตาของคิรากรเป็นประกายวับวามด้วยความหลงใหล เขาไล้สายตามองทุกสัดส่วนเรือนร่างของเธอด้วยความกระหายใคร่รู้ ราวกับเคนพบโอเอซิสกลางทะเลทรายอันแห้งแล้ง รินลดาบิดเร้าตัวหนีสัมผัสวาบหวามด้วยความเขินอาย แต่ก็พ-ร้อมจะยอมจำนนต่อทุกการเคลื่อนไหวของเขาอย่างเต็มใจ
สัมผัสอันดุดันแต่เต็มไปด้วยความนุ่มนวลและโหยหาเริ่มบรรเลงขึ้นในห้องทำงานที่เงียบงัน เสียงหอบหายใจและเสียงครางแผ่วเบาเคล้าคลอไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศ ร่างกายสองร่างเคลื่อนไหวสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างเร่าร้อนและลึกซึ้ง ทุกสัมผัส การกอดรัด และรสจูบ คือการเยียวยารอยแผลเป็นในใจของมาเฟียผู้ไร้ความปราณี ให้กลับมามีชีวิตชีวาและรู้จักคำว่ารักอีกครั้ง
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งบทเพลงรักอันเร่าร้อนสงบลง รินลด้านอนซบอยู่บนอกกว้างของคิรากร นิ้วเรียวไล้เบาๆ บนแผ่นอกแกร่งที่เต็มไปด้วยร่องรอยกล้ามเนื้อ ขณะที่คิรากรกอดกระชับร่างเปลือยเปล่าของเธอไว้แนบอก ดวงตาคมกริบมองเพดานห้องด้วยความรู้สึกที่มั่นคงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แต่ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน...
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ทำลายบรรยากาศเงียบสงบในห้องลงทันที คิรากรขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ดวงตากลมโตของรินลดาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ รีบดึงผ้าห่มมาคลุมกาย
"นายครับ..." เสียงลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาผ่านบานประตู น้ำเสียงร้อนรนและเคร่งเครียดจนสัมผัสได้ "คนที่เราส่งไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ... ส่งภาพนี้มาให้ดูครับ มัน... ไม่ใช่แค่เรื่องอุบัติเหตุแล้วล่ะครับนาย"
คิรากรค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้น หยิบเสื้อคลุมมาสวมอย่างลวกๆ แววตากลับมาเยือกเย็นและดุดันอีกครั้ง เขากำลังจะก้าวไปเปิดประตู แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นหน้าจอสมาร์ทโฟนของลูกน้องที่ถูกส่งเข้ามาทางข้อความภาพ... ภาพรอยสัญลักษณ์ประหลาดที่ถูกสลักไว้บนซากปรักหักพังของสตูดิโอ
รอยสัญลักษณ์ที่เขาจำได้ดีว่าเป็นของ "ใคร"
คิรากรชะงักกึก ร่างกายชาวาบไปชั่วขณะเมื่อตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่การข่มขู่ธรรมดา แต่เป็นคำประกาศสงครามจากศัตรูเก่าที่เขาคิดว่าตายไปแล้ว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนนี้เสมอนะครับ
ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล•ตอนที่ 22
รอยแผลที่ถูกเยียวยา
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!