เสียงปืนนัดสุดท้ายที่ก้องกังวานขึ้นในห้องโถงมืดทึบ ไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณของการปลิดชีพคนทรยศ แต่เป็นเสียงระฆังมรณะที่ตอกย้ำว่า "ความปลอดภัย" ในโลกของคิรากรไม่เคยมีอยู่จริง
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นดินปืน ร่างไร้ลมหายใจของการ์ดคนสนิทผู้หักหลังล้มฟุลงแทบเท้า รินลดาเบิกตากว้าง หัวใจของเธอกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น เมื่อเงาสีดำทมิฬของศัตรูรอบด้านกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาประชิดจากทุกทิศทุกทาง กระสุนปืนนัดเมื่อครู่คือหลักฐานว่าพวกมันเจาะทะลวงเข้ามาถึงใจกลางเซฟเฮาส์แห่งนี้ได้แล้ว
"หนีไป"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและทรงอำนาจ บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย คิรากรหันกลับมามองเธอ นัยน์ตาสสีดำสนิทที่เคยเยือกเย็น บัดนี้ฉายแววร้อนรนอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เลือดสดๆ ไหลรินจากบาดแผลบริเวณหัวไหล่ของเขา ย้อมเสื้อเชิ้ตสีเข้มให้เปียกชุ่ม แต่วินาทีนี้ผู้ชายที่อันตรายที่สุดในเอเชียกลับไม่ได้สนใจบาดแผลของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
"ไม่... ฉันไม่ไป" รินลดาปฏิเสธเสียงแข็ง น้ำตารื้นขึ้นคลอหน่วยแต่เธอพยายามกะพริบไล่ความอ่อนแอออกไป มือเรียวสั่นเทาแต่ยังคงกำด้ามปืนพกในมือแน่น "เราต้องออกไปด้วยกัน คิรากร"
"คุณดื้อเกินไปแล้ว รินลดา!" คิรากรคำรามลั่น พุ่งเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่เหนือกว่า มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนทั้งสองข้างของเธอ บีบแน่นจนเนื้อตัวสั่นสะท้อน แรงอารมณ์ดิบเถื่อนและหงุดหงิดผสมปนเปอยู่ในแววตาที่จ้องมองมา "ฟังให้ดี... ผมไม่ได้ให้คุณเลือก! ถ้าคุณยังดื้อด้านอยู่ตรงนี้ เราจะตายกันหมดทั้งคู่ และผมยอมให้มันเกิดขึ้นไม่ได้... โดยเฉพาะกับคุณ"
แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวแทบหลอมละลาย ท่ามกลางเสียงฝีเท้าและเสียงกระสุนที่กำลังใกล้เข้ามาทุกที คิรากรกระชากร่างบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนหน้าอกแนบชิดกับแผงอกกว้างที่เปื้อนคราบเลือด รสชาติของความตายและความเร่าร้อนตีรวนอยู่ในความรู้สึก ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากหยักลึกอย่างไร้ความปราณี เป็นจูบที่ดุดัน บดขยี้ และเต็มไปด้วยความโหยหาเพื่ออำลา
รินลัตดาสั่นสะท้าน รสจูบที่คละคลุ้งด้วยกลิ่นเลือดและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาทำให้เธอแทบละลาย เรียวปากที่เคยดื้อรั้นเผยอรับสัมผัสอันรุนแรงนั้นอย่างจำนน มือบางเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งอย่างไร้ทางต้านทาน สัมผัสทางกายในวินาทีที่เป็นตายเท่ากันนี้กลับยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวของทั้งคู่ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างไร้เหตุผล
คิรากรผละริมฝีปากออกอย่างจำใจ ลมหายใจของทั้งสองคนหอบกระชั้น หน้าผากแนบชิดกันชั่วเสี้ยววินาทีเพื่อซึมซับสัมผัสสุดท้ายก่อนพายุลูกใหญ่จะโหมกระหน่ำ
"กุญแจรถมอเตอร์ไซค์หลังตึก... ขี่ออกไปทางเส้นทางลับที่ผมเคยบอก อย่าหันหลังกลับ ไม่ว่าคุณจะได้ยินเสียงอะไรก็ตาม" เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดที่ไม่ยอมให้มีการโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น
"แล้วคุณล่ะ..."
"ผมจะตามไป... เชื่อใจผม"
คิรากรผลักเธอก้าวถอยหลังไปทางประตูหนีไฟอย่างไม่ใยดี ก่อนจะหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับฝูงหشป่าที่พังประตูเข้ามาด้วยสายตานักล่าที่กระหายการนองเลือด รินลดาเม้มปากแน่นจนห่อเลือด ตัดสินใจวิ่งฝ่าความมืดออกไปตามเส้นทางที่เขาบอก แม้หัวใจจะแหลกสลายเป็นจุล
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวตามหลังมาติดๆ เปลวเพลิงสีส้มแดงลุกท่วมเซฟเฮาส์ รินลดาบิดคันเร่งมอเตอร์ไซค์พุ่งทะยานออกมาสู่ถนนสายเปลี่ยว น้ำตารินไหลอาบแก้มท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาผสมกับควันไฟ เธอรอดชีวิตออกมาได้ตามคำสั่งของเขา... แต่หัวใจกลับถูกทิ้งไว้เบื้องหลังกองเพลิงนั้น
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เธอบิดรถมาจนถึงสตูดิโอสักลับของตัวเอง รินลดาก้าวลงจากรถด้วยสภาพเนื้อตัวเปียกปอนและเนื้อตัวสั่นเทา เธอไขกุญแจเปิดประตูเข้าไปในความมืด กลิ่นสีและเข็มสักที่คุ้นเคยไม่ได้ช่วยให้ความหวาดกลัวในใจลดลงเลยแม้แต่น้อย
เธอยืนหอบหายใจอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ยกมือขึ้นลูบไล้รอยสักรูปงูลายกุหลาบดำบนแผ่นหลัง—รอยสักที่คิรากรเป็นคนบังคับให้เธอฝังมันลงบนเรือนร่างของเขา และเขาก็มีรอยสักเดียวกันนี้ประทับอยู่เช่นกัน เพื่อแสดงถึงพันธะที่ไม่มีวันตัดขาด
ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดที่มุมห้อง
รินลดาชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจ เธอกำหมัดแน่น หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกในความมืด พร้อมจะหยิบอาวุธขึ้นมาป้องกันตัวอย่างสุดชีวิต
แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้าภายใต้แสงไฟสลัวจากถนนด้านนอก กลับทำให้ลมหายใจของเธอดับวูบลงในลำคอ
ร่างสูงใหญ่ของคิรากรก้าวพ้นเงาดำออกมาด้วยสภาพที่สะביินสะบาน เสื้อผ้าขาดวิ่นและเปอะเปื้อนคราบเขม่าควัน เลือดสีเข้มไหลอาบซีกหน้าคมคาย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เธอกลั้นหายใจ... สิ่งที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบจนชาไปทั้งร่าง คือปลายกระบอกปืนสีดำสนิทที่ถูกจ่อตรงมาที่หน้าผากของเธอ... โดยฝีมือของคนที่เธอกำลังโหยหา
นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นว่างเปล่า เย็นชา และไร้ซึ่งความทรงจำใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับว่าเขาไม่เคยรู้จักผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้ามาก่อนในชีวิต
"แก... เป็นใคร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม ไร้ซึ่งความอ่อนโยนใดๆ ทั้งสิ้น
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดและเพลิงแค้นมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล•ตอนที่ 26
รอยสักสุดท้ายก่อนจาก
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!