ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล•ตอนที่ 27

การทรยศในสายเลือด

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวชั้นบนสุดของคาสิโน ทว่าสิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่ากลิ่นคาวเลือด คือความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก คิรากรนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบใบหน้าด้านข้างที่คมคายราวกับรูปสลัก ทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ปลายเรียวนิ้วของเขาเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่มันกลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคนในห้อง เบื้องหน้าของเขาคือชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้ม ร่างกายสั่นเทาจนเห็นได้ชัด หยดเหงื่อกาฬไหลย้อยลงตามขมับ ชายคนนั้นคือนายตำรวจยศใหญ่ผู้เป็นถึงหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง มือขวาคนสนิทที่คิรากรเคยไว้วางใจให้กุมความลับและเส้นทางการเงินทั้งหมด "นายใหญ่... ผม..." เสียงนั้นแหบแห้งและขาดหาย "มึงรับใช้กูมาห้าปีเต็ม..." คิรากรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบสนิท ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยวในน้ำเสียง ทว่ากลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าพายุโหมกระหน่ำ "กูให้ทั้งเงิน อำนาจ และเกียรติยศ แต่มึงกลับเลือกที่จะเอาข้อมูลเส้นทางขนถ่ายสินค้าล็อตใหญ่ที่สุดของปีไปขายให้ไอ้สันทัด" "ผมไม่มีทางเลือก! มันจับลูกสาวผมไว้!" นายตำรวจคนนั้นทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น น้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "ได้โปรด... นายใหญ่ ไว้ชีวิตผมด้วย" คิรากรไม่แม้แต่จะชายตามองความน่าสมเพชตรงหน้า เขายกมือขึ้นเป็นสัญญาณเพียงนิดเดียว เงาสีดำของบอดี้การ์ดสองคนก็ก้าวเข้ามาประชิดตัว ลากตัวคนทรยศออกไปอย่างไร้ความปราณี เสียงกรีดร้องขอชีวิตเงียบหายลงอย่างรวดเร็วเมื่อประตูห้องปิดสนิท รินลดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอ đứngพิงกำแพงอยู่มุมห้อง แสงไฟสลัวขับเน้นให้ผิวเนียนละเอียดของเธอยิ่งดูโดดเด่น ความดิบเถื่อนและเด็ดขาดของมาเฟียตรงหน้าไม่ใช่สิ่งที่เธอไม่รู้ แต่การได้เห็นความเด็ดขาดในการกำจัด "หนอนบ่อนไส้" ด้วยตาตัวเอง ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งความหวาดกลัว ความเร้าใจ และแรงดึงดูดอันตรายที่สลัดไม่หลุด คิรากรหันมามองเธอ ดวงคมกราบกวาดมองตั้งแต่เรือนร่างระหง ไล่ขึ้นมาจนถึงดวงตากลมโตที่ฉายแววท้าทายแม้จะมีความตื่นตระหนกเจืออยู่ ความดุดันในแววตาของเขาอ่อนลงเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อเป็นเธอ ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ยากจะควบคุม เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาหารินลดาช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับเสือดาวที่กำลังตتอนเหยื่อเข้ามุม รินลดาถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ แต่พื้นที่ว่างถูกปิดตายด้วยร่างสูงใหญ่ที่โน้มตัวลงกักขังเธอไว้ในวงแขน "กลัวไหม... รินลดา" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเธอต้องหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้และวาบหวาม "ฉันไม่ได้กลัวคุณสักหน่อย" เธอยังคงเชิดหน้าตอบ แม้เสียงจะสั่นพร่าเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งของเขาแตะลงที่ปลายคางมน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัส "ปากดี..." คิรากรพึมพำชิดริมฝีปากเธอ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยัก "แต่ตัวเธอกลับสั่นเทา... เป็นเพราะกลัวความตายเมื่อครู่ หรือเป็นเพราะอยากให้ฉันสัมผัสกันแน่ หืม?" สัมผัสจากปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นความหนักหน่วงเมื่อเขาไล้ลงต่ำผ่านลำคอระหง ลากผ่านกระดูกไหปลาร้าที่ไหวสะท้อนตามจังหวะชีพจรที่เต้นเร่า รินลดาหลับตาลงเล็กน้อย ปล่อยให้ความร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย เมื่อฝ่ามือหนาแทรกตัวเข้าไปใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง สัมผัสกับผิวเนียนนุ่มที่ร้อนผ่าวราวกับไฟ ความตึงเครียดจากเหตุการณ์นองเลือดเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นแรงขับทางอารมณ์ที่รุนแรงและเร่าร้อน คิรากรประกบจูบริมฝีปากเธอดุดันและเอาแต่ใจ บดขยี้เรียวปากอิ่มด้วยความโหยหาและกระหายใคร่ รสจูบที่ทั้งดิบเถื่อน ลึกซึ้ง และเรียกร้อง ทำให้สมองของรินลดาขาวโพลน มือเรียวเผลอจิกเกร็งลงที่ไหล่กว้างของเขาเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ขณะที่เรียวขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่ ร่างสูงช้อนตัวเธอลอยขึ้นจากพื้นอย่างง่ายดาย รินลดารีบเกี่ยวแขนโอบรอบลำคอแข็งแกร่งโดยอัตโนมัติ ขาทั้งสองข้างตวัดรัดรอบเอวสอบของเขาแน่น สัมผัสแนบชิดจนรับรู้ถึงความร้อนระอุและมัดกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด คิรากรพาเธอก้าวไปยังโซฟาตัวใหญ่ที่เดิมทีใช้สำหรับเจรจาธุรกิจ ก่อนจะวางร่างเธอลอนลงอย่างทะนุถนอมท่ามกลางความเร่าร้อนที่โหมกระหน่ำ บทรักของผู้ใหญ่ที่ผ่านความเจ็บปวดและอำนาจเริ่มขึ้นอย่างไม่มีการออมมือ คิรากรครอบครองริมฝีปากและเรือนร่างของเธอด้วยความกระหายที่ถูกเก็บกดไว้เนิ่นนาน ทุกสัมผัสหนักหน่วง เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนที่ขับเคลื่อนด้วยอะดรีนาลีนจากความตายและการทรยศ รินลดาตอบสนองทุกสัมผัสของเขาอย่างยินยอมพร้อมใจ ร่างกายของทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งท่ามกลางเสียงหอบหายใจกระชั้นชิด ความหอมหวานและรสชาติของความใคร่ผสมผสานกับกลิ่นอายอันตรายรอบตัว สร้างความลุ่มลึกที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดหายใจ เนิ่นนานกว่าพายุอารมณ์จะสงบลง รินลดานอนหอบหายใจอยู่บนอกกว้างของเขา นิ้วเรียวของคิรากรไล้เล่นเส้นผมของเธออย่างเบามือ สายตาคมกริบทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสที่สะท้อนภาพเมืองยามค่ำคืน ทว่า ความสงบสุขนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยบอดี้การ์ดคนสนิทอีกคน สีหน้าของลูกน้องคนนั้นซีดเผือกยิ่งกว่าศพเมื่อครู่ "นายใหญ่ครับ..." เสียงนั้นสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "เรา... เราเพิ่งตรวจสอบบัญชีสำรองของบริษัทลูก พบว่าเงินจำนวนสิบล้านถูกโอนออกไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว..." คิรากรขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาดำมืดวาวโรจน์ขึ้นด้วยความเหี้ยมเกรียม "ใครเป็นคนสั่งโอน?" บอดี้การ์ดยกลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับถูกแช่แข็ง "คนที่คุณ... ไว้ใจที่สุด... คุณหญิงแม่ครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความดาร์กและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%