เสียงก้องกังวานของโลหะกระทบกันในความมืด คือสัญญาณเตือนภัยที่ดังชัดเจนยิ่งกว่าเสียงระฆังใดๆ
คิรากรไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยังคงยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าประตูห้องลับ สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์กวาดมองผ่านความสลัวของทางเดิน ก่อนจะเหลือบกลับมามองเงาร่างที่คุ้นเคยในความมืด—ผู้ชายคนนั้น... คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน แต่กลับมีกลิ่นอายของความเน่าเฟะและทรยศลอยคละคลุ้งยิ่งกว่าศพที่ตายมาแรมปี
"ไม่นึกเลยนะครับ... ว่าคุณพี่ชายใจร้าย จะแอบพาแขกมาต้อนรับกันถึงหน้าประตูห้องลับแบบนี้"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมมืด พร้อมกับการปรากฏตัวของ "ภาคิน" พี่ชายต่างมารดาผู้กระหายอำนาจ แววตาของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความริษยาและรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ด้านหลังของมันคือกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบชีวิตที่ถืออาวุธครบมือ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
ในห้องลับด้านหลังนั้น... รินลดากำลังนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้ ร่างบางสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงความวุ่นวายภายนอก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น แม้เธอจะเป็นคนใจกล้าและมีรอยสักเต็มแผ่นหลัง แต่การเผชิญหน้ากับสงครามมาเฟียระยะประชิดเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
คิรากรขยับตัวเพียงเล็กน้อย มือหนายื่นไปคว้าข้อมือของรินลดาที่วิ่งตามออกมาดูสถานการณ์ ดึงร่างบางเข้ามาหลบไว้ด้านหลังแผ่นอกกว้างของตนโดยสัญชาตญาณ แรงดึงนั้นหนักแน่นและเปี่ยมด้วยความเป็นเจ้าMเข้าเจ้าของ จนรินลดาต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อรับเอาความอบอุ่นปนดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
"อยู่เงียบๆ"
คำสั่งสั้นๆ ห้วนๆ แต่เด็ดขาดดังขึ้นข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ตรงซอกคอทำให้รินลดาขนลุกชัน ท่ามกลางสถานการณ์ความเป็นความตาย หัวใจเธอกลับเต้นผิดจังหวะเพราะสัมผัสใกล้ชิดอันตรายนี้เสียอย่างนั้น
"แกคิดว่าจะเล่นสนุกได้อีกนานแค่ไหน คิรากร?" ภาคินก้าวเท้าเข้ามาใกล้ พร้อมกับยกปืนพกสีดำสนิทขึ้นเล็งตรงมาที่ร่างของน้องชายต่างมารดา "อาณาจักรที่แกสร้างขึ้นมาด้วยคราบเลือด กำลังจะพังทลายลงในคืนนี้... และผู้หญิงคนนั้น ที่แกซ่อนเอาไว้หลังประตูห้องลับ คงจะเป็นศพแรกที่ฉันจะส่งไปประเดิมความพ่ายแพ้ของแก"
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ เขายังคงยืนหยัดด้วยท่าทีสุขุมราวกับพญาเสือที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้าหาความตายด้วยความโง่เขลา
"แกคิดว่าประตูบานนั้น... เปิดต้อนรับใครงั้นเหรอ, ภาคิน?"
คิรากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ทรงพลังพอที่จะทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของภาคินชะงักไปชั่วขณะ ทันทีที่สิ้นเสียงคำพูดนั้น ประตูเหล็กกล้าทางด้านหลังก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงเหนี่ยวไกปืนนับสิบกระบอกจากกองกำลังลับของคิรากรที่ซุ่มอยู่เหนือเพดานและมุมมืดรอบทิศทาง ล้อมพวกของภาคินไว้ทั้งหมดในพริบตา
สถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายของดินปืนคละคลุ้งไปทั่วทางเดินแคบๆ ภาคินหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อตระหนักได้ว่าตนเองต่างหากที่เดินเข้ามาในกรงขัง
แต่ก่อนที่เสียงปืนนัดแรกจะคำรามขึ้น คิรากรกลับหันมามองรินลดาที่ตัวสั่นเทาเล็กน้อย มือหนาประคองใบหน้านวลขึ้นสบตา แววตาคมกริบคู่นั้นฉายประกายความเร่าร้อนและดิบเถื่อนที่ขัดแย้งกับสถานการณ์เบื้องหน้าอย่างสิ้นเชิง
"ถ้าคืนนี้เราต้องตายกันที่นี่... เธอกลัวไหม, รินลดา"
เสียงกระซิบพร่าต่ำชวนให้ใจสั่นสะท้าน รินลดาเม้มริมฝีปากแน่น ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ระเบิดขึ้นในอก เธอมองลึกลงไปในนัยน์ตาของมาเฟียหนุ่ม ก่อนจะยกมือขึ้นสัมผัสโครงหน้าคร้ามคมของเขาอย่างท้าทาย
"ถ้าจะตาย... ฉันขอตายคาอกคุณก่อนก็แล้วกัน"
คำตอบที่กล้าหาญและยั่วยวนในคราวเดียวกัน ทำให้คิรากรคำรามต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจ มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัว บดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างดุดัน รสจูบที่ร้อนแรงและเต็มไปด้วยความกระหายถูกถ่ายทอดท่ามกลางเสียงฝีเท้าและเสียงกระสุนที่เริ่มปะทะกันด้านนอก ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ ร่างกายแนบชิดจนแทบหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในพื้นที่จำกัด
ความตึงเครียดของสงครามถูกแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่ลุกโชนขึ้นกลางวงล้อมของความตาย ร่างบางถูกดันติดกับผนังเย็นเฉียบ ขณะที่มือหนาสอดลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าอย่างจาบจ้วง ลมหายใจหอบกระชั้นประสานไปกับเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวข้างนอก
ทว่า... ในจังหวะที่ริมฝีปากผละออกจากกันเพื่อกอบโกยอากาศ รินลดากลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่ด้านหลังของคิรากร เงาร่างหนึ่งที่ควรจะถูกควบคุมตัวไว้ กลับหลุดลอดจากการล้อมและพุ่งตรงเข้ามาพร้อมกับปลายมีดคมกริบในมือ
"ระวัง!"
เสียงกรีดร้องของรินลดาดังขึ้นพร้อมกับการกระชากร่างของคิรากรให้หลบวิถีคมมีดในเสี้ยววินาทีสุดท้าย เลือดสีแดงสดซึมผ่านเสื้อสูทสีเข้มของคิรากร บริเวณหัวไหล่กว้างปรากฏบาดแผลฉกรรจ์จากการลอบทำร้าย
คิรากรคำรามด้วยความเจ็บปวดและโกรธเกรี้ยว นัยน์ตาสสีดำสนิทเปลี่ยนเป็นสีเลือด เขากวาดสายตามองผู้ที่กล้าทำร้ายตน ก่อนจะพบความจริงที่ทำให้หัวใจกระตุกวูบ—ไม่ใช่ฝีมือของคนของภาคิน แต่เป็นคนที่ยืนอยู่ข้างกายเขามาตลอด... "การ์ดคนสนิท" ที่หักหลังเขาในวินาทีเป็นตาย!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะครับ
ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล•ตอนที่ 25
พายุที่กำลังก่อตัว
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!