"คุณรู้จักชื่อนั้นได้ยังไง... ริน"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของคิรากรไม่ได้มีความนุ่มนวลหลงเหลืออยู่เลย มันเต็มไปด้วยแรงกดดันระดับที่สามารถบดขยี้กระดูกคนฟังให้แหลกคามือได้ ดวงตาสีนิลคู่นั้นวาวโรจน์ขึ้นด้วยความระแวง ดุดัน และดิบเถื่อนอย่างถึงที่สุด มือหนาที่เคยโอบประคองเอวคอดกิ่วเปลี่ยนเป็นบีบกระชับเข้าหาลาดไหล่ของหญิงสาวแน่นราวกับคีมเหล็ก จนรินลัทชาต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด
แต่เธอก็ยังคงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้
บรรยากาศรอบตัวของห้องจัดเลี้ยงระดับไฮ엔ดที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ และเสียงหัวoเราะรื่นเริงของผู้มีอิทธิพล กลับกลายเป็นพื้นที่สูญญากาศที่อัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดระหว่างคนทั้งสอง คิรากรกำลังต้อนเธอให้จนมุมด้วยรัศมีแห่งอำนาจที่แผ่ออกมาข่มขวัญคนรอบข้าง ขณะที่รินลดากลับใช้ความนิ่งงันและแววตาท้าทายตอบโต้กลับไป
"ฉันได้ยินมา... จากคนที่คุณไม่อยากนึกถึงที่สุดยังไงล่ะคะ... เอ้ย... ยังไงล่ะครับ" รินลดาเกือบหลุดคำพูดคุ้นชิน แต่เธอแก้เกมได้อย่างทันท่วงที ดวงตากลมโตไหวระริกเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อฝ่ามือหนาเลื่อนขึ้นมาบีบล็อกคางเธอให้เงยขึ้นรับแรงกดดันจากเขา
"อย่าลองดีกับผม รินลดา" คิรากรโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมกับน้ำหอมผู้ชายแบรนด์หรูแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท "โลกของผมมันสกปรกเกินกว่าที่คุณจะเอาชื่อปลอมๆ หรือความลับบ้าๆ มาเล่นสนุกด้วย ถ้าไม่อยากเจ็บตัวจนไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ก็หุบปากซะ"
"ถ้ามันเป็นแค่เรื่องสนุก ฉันคงไม่เอาตัวเองมาเสี่ยงยืนอยู่ตรงนี้กับคุณหรอกค่ะ... เอ่อ... ครับ" เธอเผลอขบกริมฝีปากแน่นอย่างลืมตัวเมื่อปลายนิ้วโป้งของเขาออกแรงกดคลึงเบาๆ ที่ริมฝีปากล่างของเธอ เป็นสัมผัสที่ทั้งคุกคามและชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะในเวลาเดียวกัน
ปัง!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากโถงทางเข้าด้านหน้า ตามด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้คนและความโกลาหลที่ตีวงกว้างเข้ามาอย่างรวดเร็ว ชั่ววินาทีนั้น สัญชาตญาณดิบเถื่อนของมาเฟียผู้ไร้รอยแผลก็ทำงานทันที คิรากรไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขากระชากร่างของรินลดาเข้าหาตัวจนอกอิ่มแนบชิดกับแผงอกกว้าง แขนแกร่งอีกข้างตวัดควักปืนพกเก็บเสียงสีดำสนิทออกมาจากสูทสั่งตัดอย่างรวดเร็วราวดั่งปาฏิหาริย์
"หมอบลง!"
เขากดศีรษะเธอให้ซุกเข้ากับซอกคอของเขา พร้อมกับพาถอยร่นเข้าไปหลบหลังเสาหินอ่อนขนาดใหญ่ทันทีที่กระสุนนัดแรกพุ่งแหวกอากาศเฉี่ยวหัวไหล่ของเขาไปปักเข้ากับผนังกระจกด้านหลังจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ
กลิ่นควันปืนและกลิ่นอายความตายคละคลุ้งขึ้นมาแทนที่กลิ่นหอมหวานของงานเลี้ยง รินลดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงกระแทกจากอ้อมแขนที่โอบกอดปกป้องเธอไว้อย่างแน่นหนาราวกับเกราะเหล็ก ความอบอุ่นจากร่างกายของคิรากรตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับความเย็นชาของคมกระสุนที่กำลังบินว่อนอยู่ด้านนอก
"อยู่ตรงนี้ ห้ามขยับเด็ดขาด" เสียงกระซิบของเขาชิดริมหู น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนเป็นดุดันและจริงจังจนน่ากลัว ดวงตาสีนิลกราดมองผ่านความโกลาหลเพื่อประเมินสถานการณ์ภายนอก
"พวกมัน... ตามมาถึงนี่ได้ยังไง" รินลดาเอ่ยถามเสียงสั่น ลมหายใจอุ่นร้อนของเธอเป่ารดต้นคอของชายหนุ่มจนเขาขยกตัวเกร็งไปชั่วขณะ แรงดึงดูดระหว่างสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดและเสน่หาอันตรายกำลังปะทุขึ้นในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้
"หุบปากแล้วภาวนาให้คุณรอดไปจากกระสุนพวกนี้ก่อนเถอะ ค่อยมาซักไซ้ผม" คิรากรกัดฟันกรอด เขากระชับปืนในมือมั่น ก่อนจะโผล่ตัวออกไปยิงสวนออกไปสามนัดซ้อน เสียงเก็บเสียงดังฟุบๆๆ พร้อมกับร่างของมือปืนฝั่งตรงข้ามที่ร่วงลงไปกองกับพื้นในความมืดของมุมตึก
ทว่า... ความเงียบสงบไม่ได้เกิดขึ้นนานนัก เมื่อฝีเท้าจำนวนมากกำลังวิ่งกรูเข้ามาทางที่พวกเขาหลบอยู่
คิรากรหันกลับมามองหญิงสาวที่ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกแต่ยังคงมีความเด็ดเดี่ยวฉายชัดอยู่ในนั้น เขาไม่มีทางเลือกอื่น ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่แค่เอื้อม การพาเธอนอกจากจุดนี้คือสิ่งเดียวที่ต้องทำ
มือหนากระชากข้อมือเล็กให้ลุกขึ้นยืนตามแรงดึง รินลดาเซถลาเข้าปะทะกับแผ่นอกแกร่งอีกครั้ง ก่อนที่คิรากรจะใช้มืออีกข้างโอบอุ้มร่างเธอขึ้นแนบกายแล้วพุ่งตัวหลบเข้าไปทางประตูลับสำหรับบริการด้านหลังของโรงแรมอย่างรวดเร็ว
ความมืดและกลิ่นอับชื้นของทางเดินแคบๆ หลังเวทีต้อนรับพวกเขา ความเงียบสงบตัดขาดจากเสียงโกลาหลด้านนอกโดยสิ้นเชิง แสงไฟฉุกเฉินสีแดงสลัวสาดส่องลงมาทำให้เห็นเงาทอดตัวยาวของคนทั้งคู่ คิรากรดันร่างของรินลดาจนแผ่นหลังบางแนบชิดติดกับผนังปูนเปลือย เย็นเฉียบ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของเขาก้าวเข้าไปประชิดตัว กักขังเธอไว้ระหว่างแขนทั้งสองข้างที่ยันกำแพงเอาไว้
ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น ร่างกายแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามรุนแรงไม่แพ้กัน รินลดาเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นและอารมณ์ดิบเถื่อนที่ยังค้างคาจากเหตุการณ์เมื่อครู่
"กลัวไหม..." คิรากรเอ่ยถาม เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่า ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบแตะกัน ดวงตาสีนิลคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าหวานที่เปื้อนฝุ่นควันเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา
"ถ้าฉันกลัว... ฉันคงไม่เลือกมายืนอยู่ตรงนี้กับผู้ชายอันตรายอย่างคุณหรอกค่ะ... เอ่อ... ครับ" เธอตอบกลับด้วยเสียงกระเส่าเล็กน้อย พยายามรักษาฟอร์มความมั่นใจแม้ว่าเข่าจะแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นบนมุมปากหยักลึก มือหนาเลื่อนจากกำแพงมาบีบเส้นผมสลวยของเธอเบาๆ ก่อนจะสอดนิ้วเข้าไปขยุ้มท้ายทอยบังคับให้เธอเงยหน้ารับสัมผัสที่เขาปรารถนา
"ดื้อด้าน... และอันตรายสิ้นดีนะคุณเนี่ย"
ว่าแล้วริมฝีปากร้อนจัดก็ทาบทับกลีบปากอิ่มของเธอทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ได้ตั้งตัว มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนหรือทะนุถนอม แต่มันคือจูบแห่งการครอบครอง การประกาศกร้าว และการระบายความตึงเครียดจากความเป็นความตายที่เพิ่งผ่านพ้นไป รินลดาครางอือในลำคอด้วยความตกใจก่อนที่สติสัมปชัญญะทั้งหมดจะถูกบดขยี้หายไปภายใต้รสจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนจนแทบหลอมละลาย
มือใหญ่อีกข้างเลื่อนลงมาโอบรัดเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนไม่มีช่องว่างระหว่างกัน แรงกดดันจากร่างหนาทำให้เธอต้องแอ่นอกรับสัมผัสอันวาบหวาม รสชาติหวานล้ำผสมผสานกับกลิ่นควันปืนจางๆ ทำให้ความรู้สึกดิบเถื่อนนี้ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว คิรากรขบเม้มริมฝีปากเธออย่างเอาแต่ใจ เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลามจนหญิงสาวต้องใช้มือจิกกำเสื้อสูทของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ล้มลงไป
ในขณะที่เปลวไฟแห่งเสน่หาและความเร่าร้อนกำลังแผดเผาร่างกายของทั้งคู่จนแทบมอดไหม้ในความมืดมิดนั้นเอง...
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่ปลายทางเดินมืดสนิท พร้อมกับเสียงกระซิบเยียบเย็นที่ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทของคิรากร
"เจอตัวแล้วล่ะ... นายใหญ่... แขกที่ไม่ได้รับเชิญมารออยู่ข้างนอกเต็มไปหมดแล้ว"
...วริศร์วิสกี้
ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล•ตอนที่ 10
อันตรายใต้แสงไฟ
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!