เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ก* จากกุญแจมือที่ถูกปลดออก ไม่ได้ทำให้รินลด้ารู้สึกเป็นอิสระเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือตรวนร่องร่องรอยใหม่ที่คิรากรสลักไว้บนหัวใจของเธอ
กลิ่นอายของดินปืนและควันบุหรี่จางๆ ยังคงลอยอวลอยู่ในห้องทำงานกว้างขวาง ประตูบานหนาที่ถูกลงกลอนจากด้านนอกไม่ได้กักขังเธอไว้จากโลกภายนอก แต่มันคือการประกาศกร้าวว่า ‘มัจจุราช’ กำลังออกไปสะสางบัญชีเลือดข้างนอกนั้น และเขาไม่อนุญาตให้ ‘รอยแผล’ เดียวบนตัวเธอต้องแปดเปื้อน
รินลดากำหมัดแน่น เล็บคมจิกเข้าที่ฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บแปลบ เธอไม่ใช่ตุ๊กตาเคลือบกระเบื้องเคลือบที่จะต้องหลบอยู่หลังหลังกว้างของมาเฟียผู้ไร้รอยแผล เธอก็มีศักดิ์ศรี และที่สำคัญ... ลายสักรูปงูพิษโอบรอบกางเขนบนแผ่นหลังของคิรากร เธอกำลังจะเป็นคนเติมแต่งเข็มสุดท้ายด้วยมือของเธอเอง
เครื่องมือสักคุณภาพสูงถูกหยิบขึ้นมาวางเรียงรายบนโต๊ะกระจกใส เสียงฮัมเบาๆ ของมอเตอร์เครื่องสักสะท้อนก้องในความเงียบ รินลดาถอดเสื้อสูทตัวนอกออกเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีดำแนบเนื้อ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อช่วงไหล่ที่ได้รูปจากการจับเข็มมาแรมปี ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยว เธอยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งข้อความหาคนสนิทของคิรากรทันที
*“ฉันต้องการออกไปข้างนอก เปิดประตูให้ฉันซะ”*
ไม่มีเสียงตอบรับผ่านข้อความ แต่ไม่ถึงสามนาทีต่อมา เสียงปลดล็อกกลอนประตูก็ดังขึ้น ร่างของบอดี้การ์ดร่างยักษ์ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าลำบากใจ
“นายใหญ่สั่งห้ามเด็ดขาดครับ คุณรินลดา...”
“ฉันไม่ได้มาขออนุญาต” รินลดาแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและทรงอำนาจไม่แพ้เจ้าของบ้าน “ถ้าแกไม่อยากเป็นคนเปิดประตูให้ฉันเดินออกไป ก็ยืนขวางทางฉันไว้... แล้วเตรียมตัวรับกระสุนนัดแรกที่คิรากรจะซัดใส่กบาลแกได้เลย โทษฐานที่ปล่อยให้ฉันหลุดรอดสายตา”
บอดี้การ์ดกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน เขารู้ดีว่าฤทธิ์เดชของผู้หญิงคนนี้มีมากแค่ไหน และที่สำคัญ... นายใหญ่มักจะพ่ายแพ้ให้กับความดื้อรั้นของเธอเสมอ
รินลดาเดินก้าวพ้นกรอบประตู ออกสู่ค่ำคืนอันมืดมิดของกรุงโซล เป้าหมายของเธอไม่ใช่การหนี แต่เป็นการตามหาเขา—คิรากร ผู้ชายที่แบกรับความตายไว้บนบ่า ขณะที่เเววตาคู่นั้นกลับมองมาที่เธอด้วยความโหยหาที่บิดเบี้ยว
รถสปอร์ตสีดำสนิทพุ่งทะยานสู่โกดังร้างริมท่าเรือ ซึ่งเป็นจุดนัดพบระหว่างคิรากรกับอริเก่า เสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัว รินลดาก้าวลงจากรถ ความเย็นยะเยือกของลมทะเลปะทะเข้ากับผิวแก้ม แต่ความร้อนรุ่มภายในอกกลับรุนแรงยิ่งกว่า
เสียงปืนนัดแรกดังสนั่นขึ้นแหวกความเงียบ!
*ปัง!*
รินลดาไม่ลังเลที่จะวิ่งฝ่าความมืดเข้าไป เธอกวาดสายตามองผ่านลังสินค้าเก่าๆ จนกระทั่งเห็นร่างสูงใหญ่ของคิรากรกำลังยืนประจันหน้ากับชายฉกรรจ์นับสิบ ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ และมีรอยแผลถลอกที่มุมปาก แต่นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นกลับเปล่งประกายความเหี้ยมเกรียมราวกับซาตานที่หลุดมาจากขุมนรก
“ใครอนุญาตให้เธอมาที่นี่” เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องทันทีที่เขาเห็นเงาร่างระหงปรากฏขึ้นท่ามกลางวงล้อม แววตาของคิรากรไหววูบด้วยความโกรธเกรี้ยวที่เจือปนความหวาดหวั่น—ความรู้สึกที่เขาไม่เคยมีให้ใครมาก่อน
“ฉันไม่ใช่ลูกน้องนายนะ คิรากร!” รินลดาตะโกนตอบกลับท่ามกลางเสียงลมทะเล เธอเดินดุ่มๆ เข้าไปประชิดตัวเขาโดยไม่เกรงกลัวปากกระบอกปืนที่หันมาทางเธอแม้แต่น้อย
“กลับไปซะ รินลดา! ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วทำลายเธอคาเตียงซะเดี๋ยวนี้” คิรากรคำรามในลำคอ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวบีบแน่นจนเธอรู้สึกเจ็บ แต่เธอกลับยกยิ้มมุมปาก ท้าทายอำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
“ลองดูสิ... ถ้านายกล้าพอ”
คำพูดนั้นราวกับเป็นการราดน้ำมันลงบนกองเพลิง คิรากรหมดความอดทน เขาหวลกลับมาคว้าเอวบางกระชากเข้าหาตัวจนแนบชิด ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและดินปืน มืออีกข้างของเขาปัดป้องกระสุนนัดสุดท้ายจากศัตรูที่ลอบกัดได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนจะจัดการซัดหมัดเดียวจนอีกฝ่ายสลบคาที่
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับร้อนระอุขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก คิรากรดันร่างของรินลดาจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับเสาปูนเปลือยของโกดัง ร่างสูงทาบทับลงมา กักขังเธอไว้ด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้าง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับจะกลืนกิน
“เธอท้าทายฉันเกินไปแล้ว รินลดา...” เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมหู ลมหายใจร้อนจัดเป่ารดต้นคอระหงจนเธอกายสั่นสะท้าน “รู้ใช่ไหมว่าบทลงโทษของคนดื้อรั้น... มันต้องจ่ายด้วยอะไร”
รินลดาสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความหวาดหวั่นผสมผสานกับความเร่าร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างทำให้เธอแทบยืนไม่อยู่
“ฉันไม่ได้กลัวนาย... คิรากร” เธอยกมือขึ้นแตะที่รอยแผลจางๆ บริเวณมุมปากของเขา ปลายนิ้วเรียวลูบไล้อย่างแผ่วเบา “และฉันก็พร้อมจะจ่าย... ด้วยร่างกายและลมหายใจของฉันเอง”
รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากของมาเฟียหนุ่ม คิรากรไม่รอช้า เขาประกบเรียวปากลงมาบดขยี้ริมฝีปากนุ่มทันทีอย่างไร้ความปราณี รสจูบที่ทั้งดุดัน ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยความกระหายหิวถูกถ่ายทอดออกมาเพื่อลงโทษความอวดดีของเธอ ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาเลิกชายเสื้อกล้ามของเธอขึ้นสัมผัสกับผิวเนียนนุ่ม ร่างกายทั้งสองแนบชิดสนิทจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
ท่ามกลางซากปรักหักพังและกลิ่นคาวเลือด ความเร่าร้อนของบทรักที่เต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์และอำนาจก็เริ่มต้นขึ้นอย่างไม่มีใครยอมใคร รินลดาล้อมแขนโอบรอบคอเขา ดึงรั้งให้ร่างหนาเข้าหาตัวลึกซึ้งยิ่งขึ้น เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานไปกับเสียงคลื่นซัดสาด
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ริมฝีปากของเขากำลังไล้ลงมาตามซอกคอขาวผ่อง และมือหนากำลังปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายออก เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกโกดัง พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายของคิรากรเย็นเฉียบ
*“นายใหญ่ครับ! ทางด้านทิศเหนือ... คนของเราโดนตลบหลัง และ... และมีคนส่งพัสดุเลือดมาที่คฤหาสน์ครับ!”*
คิรากรชะงักกึกทันที ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองที่ประตูทางเข้าด้วยแววตาดุดันดั่งพญามาร ร่างกายที่กำลังร้อนรุ่มด้วยเพลิงสวาทกลับถูกแช่แข็งด้วยความจริงอันโหดร้ายที่พุ่งเข้าใส่
รินลดาหอบหายใจแรง มือเรียวยังคงสัมผัสอยู่บนอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงรุนแรง เธอมองตามสายตาของเขาไปที่ความมืดมิดเบื้องหน้า และรู้ทันทีว่า... อิสระที่เธอเพิ่งแลกมาด้วยลมหายใจเมื่อครู่ กำลังจะนำพาพวกเขาไปสู่หายนะที่แท้จริง
—โปรดติดตามตอนต่อไป—
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงอารมณ์อันมืดมนและเร่าร้อนนี้ไปพร้อมกันนะครับ
ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล•ตอนที่ 14
อิสระที่แลกด้วยลมหายใจ
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!