เสียงระเบิดกัมปนาทจากชั้นใต้ดินสะท้อนก้องผ่านโครงสร้างเหล็กกล้าของคฤหาสน์ แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นผงจากผนังปูนเปลือยร่วงกราวลงมาประหนึ่งหิมะสีเทา ทว่าในห้องนิรภัยชั้นบนสุด กลับไร้ซึ่งเสียงกรีดร้องหรือความตื่นตระหนก มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางความกดดันอันมหาศาล
"นายครับ! สายรายงานว่าหน่วยจู่โจมของศัตรูเจาะเข้ามาถึงชั้นใต้ดินแล้วครับ!"
เสียงตะโกนผ่านเครื่องสื่อสารไร้สายของบอดี้การ์ดหน้าห้องขาดหายไปพร้อมกับเสียงปืนกลชุดใหญ่ที่ดังสนั่นขึ้นเป็นระลอก คิรากรไม่ได้แม้แต่จะชายตามองประตูเหล็กหนาที่กั้นภายนอก ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นยังคงจดจ้องอยู่ที่ร่างของรินลดา หญิงสาวที่ยืนพิงแผ่นหลังติดกับผนังห้องสตูดิโอสักอันเย็นเยียบ
ปลายกระบอกปืนพกสีดำสนิทในมือของมาเฟียหนุ่มถูกปล่อยให้ห้อยลงข้างลำตัวอย่างไม่ใส่ใจ ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อสูทเนื้อดีออกอย่างไร้ความปราณี บรรยากาศรอบตัวเขากดดันจนอากาศแทบเจือจางลงทุกขณะ ความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกวินาที แต่สิ่งที่เร่าร้อนและรุนแรงยิ่งกว่ากระสุนปืนในสนามรบ กลับเป็นแรงดึงดูดดิบเถื่อนที่แผ่ออกมาจากตัวตนของเขาทั้งสิ้น
"กลัวไหมครับ... รินลดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าดังขึ้น ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย้ายวนที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ คิรากรก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าว ร่างสูงใหญ่บดบังแสงไฟสลัวจนเกิดเงาทาบทับร่างระหงจนมิด
รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวต่อสงครามภายนอกเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความดื้อรั้นและท้าทายที่จุดไฟในอกของคิรากรให้ลุกโชนขึ้นอย่างไร้การควบคุม เธอยกมือขึ้นแตะที่ปกเสื้อเชิ้ตของเขา ปลายนิ้วเรียวกรีดกรายผ่านผิวเนื้ออุ่นร้อนอย่างจงใจ
"คนที่ควรกลัว... น่าจะเป็นพวกมันที่กล้าบุกเข้ามาในเขตของฉันต่างหากค่ะ" รินลดาตอบเสียงพร่า ใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ลลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นผู้เริ่ม
"คุณนี่มัน... ดื้อด้านจนน่าจับฝังลงใต้รอยสักของผมจริงๆ"
คิรากรคำรามในลำคอ ก่อนจะรวบเอวบางเข้าหาตัวด้วยแรงทั้งหมดที่มี จนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับความนุ่มหยุ่นของเรือนร่างอรชร ความตึงเครียดจากสถานการณ์ภายนอกถูกหลอมละลายหายไปในพริบตา เมื่อริมฝีปากหยักลึกประกบทาบทับลงมาอย่างไร้การลังเล
รสจูบในครานี้ไม่ได้นุ่มนวลหรือประนีประนอม มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของ คือความดิบเถื่อนที่เรียกร้องการยอมจำนน คิรากรขบเม้มริมฝีปากอิ่มด้วยความกระหาย ราวกับต้องการสูบ100%ของตัวตนเธอมารวมไว้ในลมหายใจของเขาเอง รินลดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เสียงครางแผ่วหลุดลอดออกมาจากลำคอเมื่อมือหนาเลื่อนลงมาบีบเคล้นสะโพกมนผ่านเนื้อผ้าอย่างหนักหน่วง ฝ่ามือของเขาหยาบกร้านแต่เต็มไปด้วยพลังอำนาจที่ทำให้เธอยอมทิ้งทิฐิทั้งหมดลงแทบเท้า
"อื้อ... คิรากร..." เธอครางชื่อเขาเมื่อริมฝีปากถูกปล่อยให้เป็นอิสระเพียงชั่วครู่เพื่อสูดอากาศ แววตาของหญิงสาวฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความปรารถนา
"มองผม... ริน..." เขากระซิบชิดริมหู ขบเม้มติ่งหูเบาๆ จนเธอสะดุ้งเฮือก "จำไว้ว่าในวินาทีที่โลกกำลังจะพังทลายลงมา มีเพียงผมคนนี้เท่านั้นที่คุณเป็นเจ้าของ... และเป็นของผม"
ไม่มีบทสนทนาใดเล็ดลอดออกมาอีก มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงเสื้อผ้าที่ถูกกระชากด้วยความเร่าร้อน คิรากรอุ้มร่างบางขึ้นจนขาสองข้างต้องเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ รินลดาใช้สองมือโอบรอบลำคอแกร่ง ฝังเล็บลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่พวยพุ่งขึ้นมาในอก เมื่อแผ่นหลังของเธอสัมผัสลงกับความเย็นเฉียบของโต๊ะทำงานตัวใหญ่กลางห้อง ความร้อนระอุจากร่างกายของเขาก็ทาบทับลงมาปิดกั้นทุกสิ่งทุกอย่างจากภายนอกทันที
สัมผัสอันดุดันแต่เต็มไปด้วยชั้นเชิงแพรพราวทำให้รินลดาแทบขาดใจ นิ้วมือที่เคยจับเข็มสักด้วยความมั่นคง ตอนนี้กลับสั่นเทาขณะที่จิกทึ้งเส้นผมสีดำสนิทของเขาเพื่อระบายความวาบหวาม ร่างกายของทั้งคู่แนบสนิทอย่างไร้รอยต่อ ทุกหยาดเหงื่อที่ผุดพรายบนผิวเนียนสะท้อนแสงไฟสลัว ผสานเข้ากับเสียงปืนที่ดังแว่วมาจากชั้นล่าง ยิ่งขับเน้นความรู้สึกอันตรายและเร่าร้อนให้พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด
คิรากรเคลื่อนกายเข้าหาด้วยจังหวะที่หนักหน่วงและลุ่มลึก ทุกการเคลื่อนไหวเปี่ยมไปด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานนับแรมเดือน ความเจ็บปวดจากอดีตและร่องรอยแห่งความโดดเดี่ยวถูกลบเลือนหายไปจนหมดสิ้นในสัมผัสของหญิงสาวใต้ร่าง รินลดาแอ่นกายรับความวาบหวามนั้นด้วยความเต็มใจ เสียงครางหวานล้ำของเธอดังก้องแข่งกับเสียงระเบิดภายนอก ราวกับบทเพลงแห่งการทำลายล้างและการเกิดใหม่ที่บรรเลงร่วมกันอย่างบ้าคลั่ง
เขาซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มสร้างร่องรอยแห่งความปรารถนาไว้ทั่วผิวเนื้อเนียน ขณะที่มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าด้วยความหลงใหลที่เกินกว่าจะหาคำใดมานิยาม ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความท้าทาย บัดนี้ได้ก้าวข้ามผ่านเส้นแบ่งทุกเส้น บดขยี้ทุกกฎเกณฑ์ และหลอมรวมวิญญาณของพวกเขาทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางเปลวเพลิงแห่งสงครามที่กำลังล้อมรอบตัว
ทว่า... ในจังหวะที่อารมณ์รักกำลังโหมกระหน่ำจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็หยุดชะงักลงที่หน้าประตูห้องนิรภัย
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะสามครั้งดังขึ้นอย่างเยือกเย็น ไม่ใช่เสียงพังประตูของศัตรู แต่เป็นสัญญาณรหัสลับที่คุ้นเคย
คิรากรหยุดชะงักการเคลื่อนไหว ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอของรินลดาที่กำลังหอบสะท้าน เขายังคงฝังกายอยู่ภายในตัวเธอ แนบแน่นจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ดวงตาสีนิลกาฬหันไปมองบานประตูเหล็กหนาด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความเร่าร้อนเป็นความเหี้ยมเกรียมในเสี้ยววินาที
"นายครับ..." เสียงทุ้มต่ำของลูกน้องคนสนิทลอดผ่านช่องระบายอากาศเข้ามา พร้อมกับคำพูดที่ทำให้เลือดในกายของคิรากรเย็นเฉียบ "คนที่บุกเข้ามา... ไม่ใช่คนของตระกูลศัตรูครับ แต่มันคือคำสั่งตรงจาก 'สารวัตรภานุ' และที่สำคัญที่สุด... มันพาตัวประกันคนสำคัญเข้ามาด้วยครับนาย"
รินลดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อได้ยินชื่อนั้น ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างกายที่เคยอ่อนยวบด้วยความสุขสมกลับแข็งค้างขึ้นมาทันที
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันดาร์กและเร่าร้อนนี้ไปด้วยกันนะครับ
**วริศร์วิสกี้**
ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล•ตอนที่ 12
ความปรารถนาที่ไม่ต้องการเหตุผล
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์รอยสักกับมาเฟียผู้ไร้รอยแผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!