บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 35

บทที่ 35

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
“คุณเก็บมันไว้ในที่ที่แสงแดดส่องไม่ถึงมานานเกินไปแล้วนะคะ กวิน” รินวางถุงกระดาษสีน้ำตาลใบเก่าลงบนโต๊ะไม้ที่สั่นไหวตามแรงกดของมือที่สั่นเทาของฉัน เสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าทุกพยางค์ที่เปล่งออกมาเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงทะลุผ่านความพยายามในการลืมเลือนของฉันตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันมองมือของตัวเองที่วางอยู่ข้างๆ กัน มันดูแปลกแยก เหมือนเป็นมือของคนแปลกหน้าที่ฉันไม่รู้จัก กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าลอยแตะจมูก มันเป็นกลิ่นของความผิดพลาด กลิ่นของความฝันที่ถูกฝังกลบด้วยความกลัว และกลิ่นของฝนที่ตกไม่เคยหยุดในใจฉัน “ผมไม่รู้ว่า... ถ้าเปิดมันตอนนี้ ทุกอย่างที่ผมอุตส่าห์สร้างขึ้นมาใหม่ มันจะพังลงไหม” ฉันตอบ เสียงของฉันแหบพร่าจนเกือบไม่ได้ยิน มันไม่ใช่แค่การเปิดสมุดบันทึกเล่มเก่า แต่มันคือการเผชิญหน้ากับ ‘กวิน’ อีกคนที่ไม่เคยยอมรับความล้มเหลวของตัวเอง รินไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแค่เลื่อนถุงใบนั้นมาทางฉันช้าๆ สายตาของเธอในตอนนี้ไม่มีความเห็นอกเห็นใจแบบที่คนทั่วไปมักมีให้กัน แต่มันคือความคาดหวังที่หนักอึ้ง เธอคือกระจกเงาที่ขัดจนใสสะอาดเกินกว่าที่ฉันจะกล้าส่องดูตัวเองนานๆ ฉันตัดสินใจคว้าถุงใบนั้น กรีดกระดาษที่กรอบเกรียมด้วยความลังเล ปลายจมูกของฉันสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของกระดาษด้านใน รอยหมึกที่ซีดจางไปตามกาลเวลาปรากฏแก่สายตา มันไม่ใช่แค่บันทึก แต่มันคือคำสารภาพ... บันทึกหน้าสุดท้ายที่ฉันเขียนทิ้งไว้ในวันที่ฝนตกหนักวันนั้น วันที่ฉันเลือกทิ้งความฝันเพื่อแลกกับความมั่นคงจอมปลอมที่ใครบางคนขีดเส้นไว้ให้ “อ่านสิคะ” รินกระซิบ “อ่านให้ดังพอที่จะทำให้คุณได้ยินเสียงหัวใจตัวเองอีกครั้ง” ฉันกางหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายออก ลายมือหวัดๆ ของตัวเองในวัยยี่สิบต้นๆ ปรากฏขึ้น มันเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ความหวังที่บิดเบี้ยว และความปรารถนาที่จะทำลายทุกอย่างทิ้งเพียงเพราะไม่กล้าเริ่มต้นใหม่ ฉันอ่านมันซ้ำไปซ้ำมา จนกระทั่งดวงตาเริ่มพร่ามัว “ผมเขียนไว้ว่า... ผมจะกลับมาทำลายมัน” ฉันพูดพลางกลืนก้อนสะอึกที่จุกอยู่ที่ลำคอ “ทำลายชีวิตแบบนี้ที่ผมเกลียดเหลือเกิน” รินเอนตัวมาข้างหน้า แสงไฟจากหลอดไฟนีออนเหนือหัวกะพริบถี่ๆ เหมือนจังหวะหัวใจที่เต้นผิดปกติ เธอหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งที่แทรกอยู่ในสมุดออกมาวางบนโต๊ะ ภาพถ่ายเด็กหนุ่มสองคนกับกีตาร์ตัวเก่าที่พิงอยู่ข้างผนังห้องซ้อมที่แสนซอมซ่อ “คุณไม่ได้แค่เขียน แต่มันคือสัญญาค่ะ กวิน” เธอกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ฉันใจหาย “และตอนนี้... คนในรูปถ่ายใบนี้เพิ่งส่งข้อความมาบอกรินว่า เขาอยู่หน้าประตูบ้านคุณแล้ว” ความเย็นวาบแล่นปราดไปตามสันหลัง ฉันเงยหน้าขึ้นมองประตูบ้านที่ปิดสนิท บานพับเหล็กที่คุ้นเคยดูเหมือนจะสั่นไหวเล็กน้อยจากการเคาะเบาๆ ที่ไม่มีจังหวะแต่หนักแน่น ราวกับกำลังจะบอกว่าอดีตที่ฉันหนีมาตลอดชีวิตไม่ได้แค่ตามทัน แต่มันมายืนรอเพื่อทวงสิทธิ์คืนแล้ว เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาหยุดลงหน้าบ้าน เสียงเคาะประตูจังหวะเดิมที่ฉันจำได้แม่นยำแม้จะผ่านไปเป็นสิบปีดังขึ้นอีกครั้ง... ปัง... ปัง... ปัง ฉันเหลือบมองรินที่หุบยิ้มลงและทำหน้าจริงจังอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เธอพยักพเยิดไปทางประตู ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายฉันแทบแข็งตัว “เขาไม่ได้มาคนเดียวนะคะกวิน และดูเหมือนว่า... สิ่งที่คุณทำหายไปในวันที่ฝนตกวันนั้น ไม่ใช่แค่ความฝัน แต่มันคือความลับที่คนคนนี้ถือครองมาตลอดสิบปี” ฉันลุกขึ้นยืนด้วยขาสั่นๆ มือยังคงกำหน้ากระดาษใบนั้นแน่น ประตูไม้บานเก่าค่อยๆ เปิดออกด้วยแรงผลักจากภายนอก ร่างสูงใหญ่ในเสื้อโค้ทเปียกโชกยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น แสงไฟจากถนนสาดส่องเข้ามาทำให้เห็นใบหน้าของเขาชัดเจน... ใบหน้าที่ฉันพยายามลบออกจากความทรงจำทุกวัน ทุกคืน “ไง... กวิน นายคงคิดว่าฉันตายไปพร้อมกับความฝันของนายแล้วสินะ” เสียงของเขาแหบต่ำและเย็นเยียบกว่าน้ำฝนข้างนอกนั่นเป็นร้อยเท่า ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่เปราะบางนี้ไปกับสมุดบันทึกสีน้ำตาลนะคะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%